“ธนพร” ฟาด “สิทธิโชติ” เปิดมติ กกต. 4 ต่อ 3 เสี่ยงเจอจริยธรรมร้ายแรง ลั่น “เจตนาดี” ก็ไม่รอด
“ธนพร” ฟาด “สิทธิโชติ” เปิดมติ กกต. 4 ต่อ 3 เสี่ยงเจอจริยธรรมร้ายแรง ลั่น “เจตนาดี” ก็ไม่รอด เตือนอย่าเพิ่งปั้นเป็นฮีโร่ ชี้งานนี้อาจถึงขั้น “นับถอยหลังเลือก กกต.ใหม่”
รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ FM 100.5 ถึงกรณีสมาชิกวุฒิสภากลุ่มหนึ่งยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งออกมาเปิดเผยข้อมูลและเบื้องหลังมติ กกต. 4 ต่อ 3 ในคดีฮั้วเลือก สว.
นายธนพรกล่าวว่า นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 องค์กรอิสระทำงานเป็นองค์คณะ ไม่มีองค์กรใดตัดสินได้ด้วยบุคคลเพียงคนเดียว และกฎหมายกำหนดให้เฉพาะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องเผยแพร่ความเห็นรายบุคคลในราชกิจจานุเบกษา ส่วนศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และ กกต. ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องเปิดเผยว่าใครเป็นเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย
นายธนพรเห็นว่า การที่ กกต. เสียงข้างน้อยออกมาชี้แจงถือว่ามีเจตนาดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่ประเด็นอยู่ที่เนื้อหา เพราะเป็นการนำรายละเอียดในสำนวนที่อยู่ระหว่างการพิจารณามาเปิดเผย จึงถูกเชื่อมโยงกับมาตรฐานทางจริยธรรมข้อรักษาความลับ ซึ่งเป็นจริยธรรมร้ายแรง และองค์กรอิสระใช้มาตรฐานเดียวกับรัฐมนตรี
"มันเป็นบทบังคับ ต่อให้นำสืบว่าเจตนาดี กฎหมายก็บอกว่าศาลต้องลงโทษ งานนี้เตรียมนับถอยหลังเลือก กกต. คนใหม่ได้เลย" นายธนพรกล่าว และระบุว่าโทษร้ายแรงที่สุดคือพ้นจากตำแหน่ง และอาจดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระไม่ได้อีก
นายธนพรกล่าวด้วยว่า กกต. รายนี้เป็นอดีตผู้พิพากษาระดับอธิบดีศาล ย่อมทราบดีว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน และคาดว่า สว. จะนำคำพูดในเวทีเสวนาเมื่อวันที่ 30 ไปรวมในคำร้องด้วย พร้อมเตือนว่าผู้ที่จะตรวจสอบผู้อื่นต้องระวังไม่ให้ตนเองพลาด และสังคมไม่ควรด่วนมองเรื่องนี้เป็น "ฮีโร่" เพราะตำแหน่งประธานองค์กรอิสระเป็นที่ต้องการมากกว่าตำแหน่งกรรมการ