โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ษัษฐรัมย์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นไม่มีแจกปฏิทิน ชี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า คือความหวัง

Khaosod

อัพเดต 11 ต.ค. เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. เวลา 15.29 น.

ษัษฐรัมย์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นไม่มีแจกปฏิทิน ชี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า คือความหวัง มี 14 เสียงเพียงพอปฏิรูป สปส. เผยสิ่งแรกที่จะทำหลังเข้าไปนั่งในบอร์ด เตรียมทำให้กองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้กลับมาเป็นของทุกคน

เมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 11 ต.ค.69 ที่ศูนย์วอร์รูมทีมประกันสังคมก้าวหน้า เขตบางแค กทม. นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำทีมประกันสังคมก้าวหน้าแถลงข่าวภายหลังที่มีการนับผลการลงคะแนนเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 15

นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งมีผู้สมัครทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน สิ่งแรกที่ต้องการสื่อสารคือความรู้สึกขอบคุณอย่างมากต่อคะแนนเสียงจากประชาชนจำนวนมหาศาลทั่วประเทศ ที่ต้องการเห็นประกันสังคมกลับคืนสู่การเป็นประกันสังคมของพวกเราอย่างแท้จริง การใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิสูงกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 หลายเท่า สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของกองทุนประกันสังคม

นายษัษฐรัมย์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เห็นได้จากการเลือกตั้งครั้งนี้คือความพยายามของผู้ประกันตนและนายจ้างจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางมาใช้สิทธิ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งต้องเดินทางอย่างยากลำบาก ขณะที่บางคนต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรติดขัด นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกันตนบางส่วนที่ต้องตื่นตั้งแต่เวลาประมาณตี 5-6 โมงเช้า เพื่อมารอใช้สิทธิหน้าหน่วยเลือกตั้ง เพราะหลังจากนั้นยังต้องเดินทางไปทำงานต่อในวันอาทิตย์

ในช่วงเวลาที่แถลงข่าว ผลการนับคะแนนอยู่ที่ประมาณ 15-20% แต่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับคะแนนเสียงในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สามารถกล่าวได้ว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าคือความหวังของประชาชน และเป็นปีศาจของเหล่าชนชั้นนำและกลุ่มอภิสิทธิ์ชน ซึ่งสะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างความต้องการเปลี่ยนแปลงระบบประกันสังคมให้ตอบสนองต่อประชาชน กับโครงสร้างอำนาจเดิมที่ดำรงอยู่มาเป็นเวลานาน

นายษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะเดินหน้าตามสโลแกนและนโยบายที่วางไว้ คือการเป็น “บอร์ดสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่บอร์ดของชำร่วย” สิ่งที่ต้องการคือการปฏิรูป ไม่ใช่การแจกปฏิทิน โดยมองว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคมดำเนินงานอยู่ภายใต้ความไม่โปร่งใสและขาดการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ การนำแสงสว่างเข้าไปตรวจสอบการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การทำงานของทีมสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมหลายเรื่อง แม้จะมีตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการเพียง 6 คน จากทั้งหมด 21 คน โดยระบุว่า สามารถผลักดันให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นครอบคลุมประมาณ 1.2 ล้านคน ช่วยให้ผู้ว่างงานนับแสนคนได้รับค่าชดเชยเพิ่มขึ้น และทำให้ผู้รับบำนาญเกือบ 1 ล้านคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ สามารถผลักดันให้ผู้ที่มีปัญหาปวดฟันมากกว่า 100,000 คน สามารถเข้าถึงการผ่าฟันคุดได้ โดยยกตัวอย่างเหล่านี้เพื่อชี้ให้เห็นว่า แม้ทีมจะมีตัวแทนในบอร์ดประกันสังคมเพียง 6 เสียง จากกรรมการทั้งหมด 21 เสียง แต่ก็ยังสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อผู้ประกันตนจำนวนมากได้

นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้คือการมีเสียงสนับสนุน 14 เสียง จากกรรมการทั้งหมด 21 เสียง ซึ่งมองว่าจะเป็นจำนวนเสียงที่เพียงพอต่อการผลักดันการปฏิรูปประกันสังคมให้กลับมาเป็นของคนธรรมดาอย่างแท้จริง โดยเสียง 14 เสียงดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทีมเฝ้ารอคอย เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสในการผลักดันนโยบายและเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการกองทุนให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกันตนมากขึ้น สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการเร่งยืนยันผลคะแนนเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สมกับงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมทั้งต้องการเห็นการเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนของกองทุนประกันสังคม และทบทวนงบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผล เพื่อให้เงินเหล่านั้นกลับมาเป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

นายษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า ในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าต้องการทำให้คนไทยทั่วไปตระหนักว่า ทุกคนคู่ควรที่จะมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานหนัก ตื่นตั้งแต่ตี 5 และเข้านอนเวลา 4 ทุ่ม คนที่มีลูกเล็กต้องดูแล หรือคนที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุและมีความกังวลต่อชีวิตในอนาคต รวมถึงคนที่เจ็บป่วยและกังวลว่าจะสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล ไปพบแพทย์ และมีเวลาในการดูแลสุขภาพของตนเองได้หรือไม่

พวกเราคือตัวแทนของพวกเขาที่จะทำให้กองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้กลับมาเป็นของทุกคน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทีมได้สื่อสารจุดยืนดังกล่าวมาโดยตลอด แม้อาจมีคนมองว่าทีมเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ความเอาแต่ใจที่ว่านั้นคือความปรารถนาที่จะทำให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น และไม่ต้องถูกจำกัดโอกาสในชีวิตเพียงเพราะชาติกำเนิดหรือสถานะทางสังคม

นายษัษฐรัมย์ กล่าวอีกว่า ความเอาแต่ใจของทีมคือความปรารถนาที่จะไม่ให้มีใครต้องอดตายท่ามกลางความมั่งคั่งของประเทศ และต้องการให้ผู้สูงอายุทุกคนได้รับบำนาญอย่างสมเหตุสมผลและเหมาะสมกับสิ่งที่ได้ส่งเงินสมทบมาตลอดชีวิต โดยยืนยันว่าทีมพร้อมยอมเป็นเด็กที่ถูกมองว่าเอาแต่ใจ หากการยืนหยัดดังกล่าวสามารถทำให้สังคมดีขึ้น และทำให้ระบบสวัสดิการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ทุกท่าน วันนี้คือก้าว แต่ไม่ใช่ก้าวสุดท้าย ปี 2569 อาจเป็นฝันร้ายที่ยาวนานของคนไทย แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าคือปราการสุดท้ายของการปฏิรูป และเป็นแนวหน้าของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม เพื่อสร้างระบบสวัสดิการที่เป็นธรรมสำหรับทุกคน

นายษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า รวมถึงทุกคนที่เชื่อมั่นในความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลง โดยยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าผลักดันให้กองทุนประกันสังคมกลับมาเป็นของประชาชน และสร้างหลักประกันให้คนไทยสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นธรรม

เมื่อถามว่าสิ่งแรกที่อยากทำหลังจากได้เข้าไปนั่งในบอร์ดประกันสังคม นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ใน 7 วันแรก คือ การเปิดเผยรายงานการประชุมควบคู่ไปกับการเปิดไลฟ์การประชุม สิ่งเหล่านี้จะทำให้การนำเสนอทุกอย่างต้องมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้นโยบายที่เราได้มีการดำเนินการไว้ ไม่ว่าจะเป็น การตรวจสอบทุจริต เช่นเดียวกัน จะมีโรดแมพ 1 ปี 2 ปี ตามที่เราได้มีกระบวนการรณรงค์ไว้ในการหาเสียงของเรา

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเรื่องทุจริต จะดำเนินการแก้ไขอย่างไรบ้าง นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควรทำ แม้ว่าจะไม่มีทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็ตาม สิ่งใดที่ถือว่าเป็นการทุจริต และสร้างความเสียหายสิ่งเหล่านั้นจำเป็นต้องมีบทลงโทษ มีบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

มองว่าการทุจริตที่สำคัญ เราต้องย้อนกลับไปมองว่าโครงการการบริหารของประกันสังคมนั้น มีงบประมาณมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี ที่ไม่จำเป็นจะต้องผ่านสภาผู้แทนราญฎร งบประมาณส่วนนี้สิ่งที่เราจะทำเป็นอันดับแรก คือ ทำ Zero Budgeting คือ การพิจารณาว่างบประมาณใดที่มีความจำเป็นและนโยบายใดที่ไม่มีความจำเป็น สิ่งที่ไม่มีความจำเป็นก็จำเป็นที่จะต้องยุติลง และต้องตั้งคำถามต่อไปถึงผลทับซ้อนที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ทีมเราได้ดำเนินการมาตลอดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าในครั้งนี้ การที่เรามีเพื่อนเยอะขึ้น 14 คน คงจะเพียงพอที่จะยืนกรานในสิ่งที่ถูกต้อง ให้เราสามารถทำงานต่อไปได้

นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องบอกว่ามีความพยายามของสำนักงานประกันสังคม ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ในการที่จะเปลี่ยนระเบียบการเลือกตั้งจาก 1 เลือก 7 ให้กลายเป็น 1 เลือก 1 เป็นสิ่งที่ลดทอนอำนาจของผู้ประกันตนอย่างมาก และอดีตผู้สมัครของเรา คุณชลิต รัฐปาณะ ก็เป็นคนที่ต่อสู้เรื่องนี้ ในที่ประชุม เขาควรจะได้รับเครดิตไม่น้อยกว่าคุณจุลพันธ์ อยากยืนกรานความพยายามของเรา

ตนคิดว่าพวกเราทีมประกันสังคมก้าวหน้าทั้ง 14 คน พร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งก็คงจะมีจุดมุ่งหมายแบบเดียวกัน นั่นคือการทำให้ประกันสังคมเป็นหลังพิงที่สำคัญของประชาชนมากกว่า 10 ล้านคน

นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า กระบวนการโดยทั่วไปนี่คือประชาธิปไตย มีแพ้ มีคนชนะ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยการที่ประชาชนส่วนมาก ส่งสัญญาณว่า คนธรรมดาอย่างพวกเราต้องการปฏิรูป สร้างความก้าวหน้า ฉะนั้น ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยมีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จ

สิ่งที่คุณพนัส ไทยล้วน ได้ทำในอดีตก็มีส่วนที่สร้างความก้าวหน้า และมีส่วนที่ผิดพลาด วันนี้ตนก็ส่งสัญญาณไปจากผลคะแนนตัวนี้ คงมีความชัดเจนว่าประชาชนต้องการการปฏิรูปมากกว่าปฏิทิน มากกว่าการคิดถึงโครงสร้างที่เคยมีมาในอดีตหลาย 10 ปี

ที่มา : มติชน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ษัษฐรัมย์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นไม่มีแจกปฏิทิน ชี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า คือความหวัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...