โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ช. ผนึก ตำรวจสากล บุกจับกุม ‘อดีตผู้บริหารระดับสูง ปตท.สผ.’ คดีสินบนข้ามชาติช็อกโลก

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ป.ป.ช. ผนึกกำลังกับตำรวจสากล (INTERPOL) และหน่วยงานปราบโกงข้ามชาติ บุกจับกุม "อดีตผู้บริหารระดับสูง ปตท.สผ." ผู้ต้องหาหนีหมายจับ คดีสินบนข้ามชาติช็อกโลก "โรลส์-รอยซ์" หิ้วตัวจากอินโดนีเซียกลับถึงไทยคืนนี้

นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าปฏิบัติการติดตามตัวผู้หลบหนีคดีทุจริตข้ามชาติว่า คณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ช. ประกอบด้วย สำนักพันธกรณีและความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปรับตัว นายเผ่าเผด็จ วรบุตร อดีตผู้บริหาร บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ผู้ถูกกล่าวหาคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ กลับจากประเทศอินโดนีเซียถึงประเทศไทยในคืนวันนี้

อดีตผู้บริหารระดับสูง ปตท.สผ.

สำหรับคดีสินบนโรลส์-รอยซ์ ถือเป็นคดีทุจริตข้ามชาติที่สั่นสะเทือนวงการพลังงาน เริ่มต้นจากการเปิดโปงดำเนินคดีฝั่งเอกชนโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (DOJ) ก่อนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะรับไม้ต่อขยายผลการไต่สวน จนพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่รัฐไทย
นำมาสู่มติชี้มูลความผิด นายเผ่าเผด็จ วรบุตร ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่สายงานพื้นที่นอกชายฝั่ง (TOA) และรองผู้จัดการใหญ่โครงการร่วมทุนฯ โดยพบพฤติการณ์ทุจริตเอื้อประโยชน์ให้ บริษัท โรลส์-รอยซ์ เอ็นเนอร์จี ซิสเต็ม ได้สิทธิทำสัญญากับ ปตท.สผ. ในการจัดซื้ออุปกรณ์ Feed Gas Turbine Compressor สำหรับโครงการแท่นผลิตแหล่งอาทิตย์ พร้อมเรียกรับทรัพย์สินเป็นเงินสินบนผ่านบริษัทตัวแทน รวม 300,543 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10 ล้านบาทเศษในขณะนั้น)
ในระหว่างกระบวนการดำเนินคดี นายเผ่าเผด็จ ได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักรไทยไปยังประเทศมาเลเซีย และเดินทางต่อไปกบดานที่ประเทศอินโดนีเซีย สำนักงาน ป.ป.ช. จึงได้ยกระดับการตามล่า โดยยื่นขอหมายแดงของตำรวจสากล (INTERPOL Red Notice)
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับ กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หน่วยงานต่อต้านการทุจริตมาเลเซีย (MACC), หน่วยงานต่อต้านการทุจริตอินโดนีเซีย (KPK) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซีย จนนำไปสู่การล็อกตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด ซึ่ง ป.ป.ช. จะควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...