โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOH เปิดรายงานเครือข่าย IO บนเฟซบุ๊ก โจมตีนักสิทธิมนุษยชนหญิงชาวไทย

SpringNews

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรุงเทพฯ – Stop Online Harm (SOH) เผยแพร่รายงานสอบสวนฉบับใหม่ “ข้อมูลบิดเบือนโจมตีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย: กรณี 'อัญชนา หีมมิหน๊ะ' ซึ่งบันทึกการโจมตีด้วยข้อมูลบิดเบือนอย่างต่อเนื่องและมีการประสานงานกันบนเฟซบุ๊ก ต่อคุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประธานกลุ่มด้วยใจ ที่ทำงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย

SOH วิเคราะห์โพสต์จำนวน 15,814 โพสต์จาก 11 บัญชีเฟซบุ๊ก ที่เผยแพร่ระหว่างเดือนมกราคม 2567 ถึงกรกฎาคม 2569 และพบ 260 โพสต์จาก 10 บัญชีที่พุ่งเป้าโจมตีอัญชนาโดยตรง ซึ่งมียอดการมีส่วนร่วม (engagement) รวม 44,313 ครั้ง

ข้อค้นพบหลัก

4 เรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกัน การโจมตีใช้ข้อกล่าวหาหลักเดียวกัน คือ อัญชนาเป็น 'นักสิทธิโจร' ไม่ใช่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่แท้จริง โดยมีเรื่องเล่าย่อย เช่น การกล่าวหาว่าเธอสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบหรือแนวคิดแบ่งแยกดินแดน หรือเลือกนิ่งเฉยเมื่อพลเรือนได้รับผลกระทบจากความรุนแรง

บิดเบือนบริบท ไม่ใช่การสร้างข้อมูลเท็จทั้งหมด เนื้อหาส่วนใหญ่ตีความโพสต์และคำพูดจริงของอัญชนาให้มีความหมายตรงข้ามกับสิ่งที่เธอพยายามสื่อ หรือนำเหตุการณ์จริงมาสนับสนุนข้อกล่าวหาเดิม ทำให้ตรวจจับและพิสูจน์ได้ยากขึ้น

สัญญาณการประสานงานที่ชัดเจน SOH พบข้อความที่คล้ายกัน 4,607 คู่ และข้อความที่คัดลอกมาวางเหมือนกันทุกตัวอักษร 483 คู่ข้ามบัญชีต่าง ๆ โดยมักโพสต์ห่างกันเพียงไม่กี่นาทีหรือไม่กี่วัน ภาพแคปหน้าจอโพสต์ส่วนตัวของอัญชนาถูกนำไปโพสต์ซ้ำพร้อมคำบรรยายที่บิดเบือน ทั้งนี้ SOH ระบุว่า การพิสูจน์ว่าเข้าข่าย 'พฤติกรรมที่ประสานเชื่อมโยงกันอย่างไม่เป็นธรรมชาติ' (Coordinated Inauthentic Behavior) ตามนิยามของ Meta ต้องอาศัยข้อมูลเจ้าของบัญชีและผู้ดูแลเพจจากแพลตฟอร์มและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่ง SOH ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง

การคุกคามทางเพศสภาพ (TFGBV) 59 โพสต์ (22.7%) มีสัญญาณการโจมตีบนฐานเพศสภาพ เช่น การใช้คำนำหน้าชื่อเชิงดูหมิ่น คำดูถูกเรื่องรูปร่างหน้าตาและอายุ และการเปรียบเทียบกับสัตว์ หรือลดทอนความเป็นมนุษย์

อาจละเมิดนโยบายแพลตฟอร์ม 44 โพสต์ (16.9%) อาจละเมิดมาตรฐานชุมชนของ Meta ว่าด้วยการกลั่นแกล้งและการคุกคาม และอีก 67 โพสต์มีข้อกล่าวหาร้ายแรง ซึ่ง SOH เห็นว่า Meta ควรพิจารณาเพิ่มเติม

การบังคับใช้ระดับบัญชีไม่เพียงพอ เมื่อเพจหนึ่งที่โจมตีอัญชนาซ้ำ ๆ ถูกระงับ เพจนั้นได้ชวนผู้ติดตามไปยังเพจใหม่ 'V.2' และต่อมาเพจเดิมถูกกู้คืน แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายและฐานผู้ติดตามสามารถอยู่รอดได้แม้บัญชีถูกลบเป็นรายบัญชี

บริบทที่เกี่ยวข้อง

เนื่องจากงานของคุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ เกี่ยวข้องกับการติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เธอเคยตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาททางอาญา 2 คดี ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ฟ้อง คดีหนึ่งถูกถอนฟ้องในปี 2560 อีกคดีศาลพิพากษายกฟ้องในช่วงปลายปี 2568

ในเดือนมิถุนายน 2569 ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีที่คุณอัญชนาและคุณอังคณา นีละไพจิตรเป็นผู้ฟ้อง โดยมีคำสั่งให้สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากปฏิบัติการข่าวสาร (IO) บนเว็บไซต์ Pulony Blogspot ซึ่งทำการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนโจมตีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

สัญญาณการโจมตีที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการประสานงานที่พบในรายงานของ SOH มีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปแบบพฤติกรรมที่เคยถูกบันทึกเอาไว้ในรายงานของ X (2563) และ Meta (2564) ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มเคยดำเนินการลบเครือข่ายบัญชีที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน และ มีพฤติกรรมการประสานงานเพื่อโจมตีนักกิจกรรมในพื้นที่มาก่อน โดยรายงานของ SOH จำกัดเฉพาะระดับรูปแบบพฤติกรรม มิได้ระบุหรือยืนยันความเชื่อมโยงกับหน่วยงานใดเป็นโดยเฉพาะ ทั้งนี้ SOH ยังพบรูปแบบการโจมตีคุณอัญชนา ที่คล้ายกับปฎิบัติการข้อมูลบิดเบือนที่คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย นักข่าว เคยประสบ ตามรายงานของ iLaw (2569)

ในปี 2569 อัญชนาเข้าแจ้งความเหตุการโจมตีด้วยข้อมูลบิดเบือนสองครั้ง คือ เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ และ 22 กรกฎาคม 2569 แต่จวบจนปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการได้ และทั้ง 11 บัญชีเป้าหมายยังคงดำเนินการและเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนต่อคุณอัญชนาได้ตามปกติ

SOH เรียกร้องให้

Meta เร่งตรวจสอบทั้ง 11 บัญชีและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการทางกฎหมาย และจัดตั้งช่องทางเฉพาะสำหรับรับเรื่องร้องเรียนจากนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักข่าว และผู้ขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะที่ถูกโจมตีด้วยข้อมูลบิดเบือน

เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย เร่งสอบสวนปฏิบัติการนี้ และขอความร่วมมือจาก Meta เพื่อระบุตัวผู้อยู่เบื้องหลัง

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สนับสนุนการสอบสวน จัดตั้งกลไกเฝ้าระวังและตอบสนองอย่างรวดเร็ว และพัฒนามาตรการระดับชาติเพื่อป้องกันไม่ให้การคุกคามออนไลน์ยกระดับเป็นความรุนแรงในโลกจริง

"อัญชนาทำสิ่งที่ผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงออนไลน์ควรทำ คือแจ้งความต่อตำรวจและรายงานต่อ Meta แต่จนถึงขณะนี้ บัญชีที่คุกคามยังคงเปิดใช้งานได้ตามปกติ และยังไม่มีผู้ต้องสงสัยถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เราขอเรียกร้องให้ Meta ตำรวจ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการตามหลักฐานในรายงานฉบับนี้ ในการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบัญชีดังกล่าว และจัดการให้ผู้อยู่เบื้องหลังข้อมูลบิดเบือนต้องรับผิดชอบ" — สายใจ เลี้ยงพันธุ์สกุล CEO และผู้ก่อตั้งองค์กร Stop Online Harm

"ความไร้ประสิทธิภาพของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายในการนำตัวผู้กระทำความรุนแรงออนไลน์เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทำให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนต้องเผชิญกับปฏิบัติการข้อมูลบิดเบือนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมุ่งทำลายงานที่พวกเขาทำและสร้างผลกระทบทางร่างกายและจิตใจ ด้าน Meta เองต้องมีความรับผิดชอบ และต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานจากภาครัฐของไทยเพื่อปกป้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจากการคุกคามบนแพลตฟอร์มของตน ดิฉันหวังว่าความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นระหว่างแพลตฟอร์มและหน่วยงานรัฐจะนำมาซึ่งความยุติธรรม" — อัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานสมาคมด้วยใจเพื่อกิจการมนุษยธรรม

อ่านรายงานฉบับเต็ม:

ภาษาไทย: bit.ly/3VS85we

ภาษาอังกฤษ: bit.ly/4y1MwXC

อ่านรายงานอื่น ๆ ของ Stop Online Harm: https://www.stoponlineharm.org/research

เกี่ยวกับ Stop Online Harm:
Stop Online Harm (SOH) เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่นำโดยผู้หญิงและผู้รอดพ้นจากภัยคุกคามทางออนไลน์ ซึ่งมุ่งสร้างความสามารถในการรับมือกับความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ (Technology-Faciliated Gender-Based Violence หรือ TFGBV) เรามีบริการ 'รถพยาบาลออนไลน์' (Online Ambulance) ซึ่งให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้เสียหายจากเหตุคุกคามออนไลน์ เช่น การลบเนื้อหาที่เป็นอันตราย การให้การสนับสนุนด้านจิตใจ การช่วยเหลือทางกฎหมาย และการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานดิจิทัลและตรวจสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...