โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฆ่าคอมมิวนิสต์ เหมือนฆ่าปลาแกงใส่บาตรพระ: ย้อนมองบทบาท ‘กิตติวุฑโฒ’ พระสงฆ์ ‘ฝ่ายขวา’ ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ

The Momentum

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ความเกลียดชังต่อนักศึกษาและประชาชนผู้ชุมนุมถูกผลิตซ้ำผ่านสถานีวิทยุ หนังสือพิมพ์ และการเคลื่อนไหวของกลุ่มฝ่ายขวา ผู้เรียกร้องความเปลี่ยนแปลงถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘คอมมิวนิสต์’ เป็นภัยต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จนการปราบปรามคนเหล่านี้ถูกนำเสนอว่าเป็นหน้าที่ของผู้รักชาติ

ในบรรดาผู้สนับสนุนฝ่ายขวา ซึ่งมีทั้งนักการเมือง นักวิชาการ เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้นำมวลชน พระสงฆ์รูปหนึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำภาษาทางศาสนามารองรับการใช้ความรุนแรง พระรูปนั้นคือ ‘กิตติวุฑโฒ ภิกขุ’ ผู้มีชื่อผูกติดอยู่กับวาทกรรม “ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป”

ช่วงต้นทศวรรษ 2510 กิตติวุฑโฒเป็นพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียง มีรายการ ‘โพธิญาณ’ ออกอากาศทางสถานีวิทยุยานเกราะ และดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ บทบาทของเขาจึงครอบคลุมทั้งพื้นที่วัดและสื่อที่เข้าถึงประชาชนจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน เขาเป็นผู้บุกเบิกจิตตภาวันวิทยาลัย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งก่อตั้งในปี 2510 เพื่อให้การศึกษาแก่พระภิกษุและสามเณร ทั้งความรู้ทางพระพุทธศาสนาและความรู้สำหรับการทำประโยชน์แก่สังคม สถาบันแห่งนี้จึงมีอยู่ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ หลายปี

ภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เมื่อขบวนการนักศึกษา กรรมกร และชาวนาเติบโตขึ้น กิตติวุฑโฒแสดงจุดยืนต่อต้านฝ่ายซ้ายอย่างชัดเจน เขามีบทบาทสำคัญในขบวนการนวพล ใช้การเทศน์ทางวิทยุของกองทัพสนับสนุนการเคลื่อนไหว และมีส่วนในการอบรมแกนนำชาวบ้าน โดยกล่าวหาฝ่ายซ้ายว่าเป็นศัตรูของสถาบันหลักของประเทศ

อีกช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ความคิดของเขาคือ ‘ช่อฟ้า’ วารสารพระพุทธศาสนารายเดือนของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ซึ่งเผยแพร่คำบรรยายและทัศนะทางการเมืองของกิตติวุฑโฒ บทบาทของเขาจึงเป็นการเผยแพร่อุดมการณ์อย่างต่อเนื่องผ่านทั้งการเทศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และเครือข่ายการจัดตั้ง

วันที่ 29 มิถุนายน 2519 ประมาณ 3 เดือนก่อนการสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นิตยสารรายสัปดาห์ ‘จัตุรัส’ ฉบับที่ 51 นำกิตติวุฑโฒขึ้นปก พร้อมข้อความ “ฆ่าคอมมิวนิสต์ ได้บุญมากกว่าบาป”

เมื่อจัตุรัสถามว่า การฆ่าฝ่ายซ้ายหรือคอมมิวนิสต์บาปหรือไม่ เขาตอบว่า

“อันนั้นอาตมาก็เห็นว่าควรจะทำ คนไทยแม้นับถือพุทธก็ควรจะทำ แต่ก็ไม่ใช่ถือว่าเป็นการฆ่าคน เพราะว่าใครก็ตามที่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มันไม่ใช่คนสมบูรณ์ คือต้องตั้งใจ เราไม่ได้ฆ่าคน แต่ฆ่ามาร ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน”

เมื่อถูกถามต่อว่า การกระทำเช่นนั้นผิดศีลหรือไม่ กิตติวุฑโฒยอมรับว่าผิด แต่กลับอธิบายว่าการฆ่าคนเพื่อรักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นความผิดที่มีน้ำหนักน้อยกว่าประโยชน์ที่ได้จากการปกป้องสิ่งเหล่านั้น

“ถึงแม้จะฆ่าคนก็บาปเล็กน้อย แต่บุญกุศลได้มากกว่า เหมือนเราฆ่าปลา แกงใส่บาตรพระ ไอ้บาปมันก็มีอยู่หรอกที่ฆ่าปลา แต่เราใส่บาตรพระได้บุญมากกว่า”

แม้ข้อความบนปกจะระบุว่า ‘ได้บุญมากกว่าบาป’ แต่คำที่แพร่หลายและกลายเป็นคำขวัญของฝ่ายขวาคือ ‘ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป’ ซึ่งช่วยให้การทำร้ายผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ถูกอธิบายว่าเป็นการปกป้องประเทศ

ในแง่นี้ ความรุนแรงของคำสัมภาษณ์อยู่ที่การลดทอนความเป็นมนุษย์ของผู้เห็นต่างด้วย เมื่อคนคนหนึ่งถูกเรียกว่า ‘มาร’ และถูกประกาศว่า ‘ไม่ใช่คนสมบูรณ์’ ชีวิตของเขาก็ถูกทำให้มีคุณค่าน้อยกว่าสิ่งที่ผู้ใช้ความรุนแรงอ้างว่ากำลังปกป้อง

นี่จึงเป็นเหตุผลที่บทบาทของกิตติวุฑโฒถูกกล่าวถึงเสมอเมื่อสังคมย้อนมอง 6 ตุลาฯ คำพูดของเขาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศที่ทำให้การใช้ความรุนแรงต่อฝ่ายซ้ายได้รับความชอบธรรม แม้จะไม่อาจอธิบายการสังหารหมู่ทั้งหมดด้วยคำสัมภาษณ์ของพระสงฆ์เพียงรูปเดียวก็ตาม

หลังบทสัมภาษณ์เผยแพร่ กิตติวุฑโฒออกมาชี้แจงว่า ‘ฆ่าคอมมิวนิสต์’ หมายถึงการฆ่าลัทธิคอมมิวนิสต์ที่อยู่ในใจ ไม่ใช่การฆ่าตัวบุคคล

แต่คำชี้แจงดังกล่าวย่อมต้องพิจารณาควบคู่กับบทสัมภาษณ์เดิม ซึ่งมีทั้งคำถามเรื่องการฆ่าฝ่ายซ้าย การผิดศีล และคำตอบที่เปรียบเทียบการฆ่าคนกับการฆ่าปลาเพื่อทำอาหารถวายพระ เป็นเนื้อหาที่กล่าวถึงการพรากชีวิตอย่างตรงไปตรงมา

หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ กิตติวุฑโฒยังคงมีบทบาทในวงการพระพุทธศาสนา โดยดำเนินงานผ่านจิตตภาวันวิทยาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างเครือข่ายพระสงฆ์และฆราวาส

งานศึกษาจิตตภาวันวิทยาลัยในปี 2532 พบว่า สถาบันแห่งนี้จัดการศึกษาทั้งด้านพุทธศาสตร์ ภาษาไทย นวกรรมศาสตร์ และสังฆาธิการ มีทั้งการเรียนภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติ รวมถึงโครงการอบรม ‘พระหน่วยพัฒนาการทางจิต’ โครงการธนาคารโค-กระบือ และโรงสีข้าวช่วยชาวนา สะท้อนว่าบทบาทของสำนักจิตตภาวันยังดำเนินต่อไปในด้านการศึกษา การเผยแผ่ศาสนา และงานพัฒนาสังคม

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา กิตติวุฑโฒและสำนักจิตตภาวันปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวหลายเรื่อง บทความย้อนหลังของ The Momentum กล่าวถึงทั้งกรณีรถติดตราจิตตภาวันที่เกี่ยวข้องกับการขนอาวุธ กรณีรถยนต์วอลโวเถื่อน และกรณีการขายที่ดินป่าสงวนประมาณ 2,500 ไร่ ในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ให้แก่ญาติโยม กลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์เพิ่มเติมต่อพระสงฆ์ที่เคยมีบทบาทโดดเด่นในการเคลื่อนไหวของฝ่ายขวา

ขณะเดียวกัน เส้นทางด้านสมณศักดิ์ของเขายังคงก้าวหน้าขึ้น ในปี 2530 กิตติวุฑโฒได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ ‘พระราชธรรมภาณี’ และในปี 2535 ได้เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ ‘พระเทพกิตติปัญญาคุณ’

แต่คำถามเรื่อง ‘ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป’ ยังคงติดตามเขา แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 2 ทศวรรษ เมื่อรายการ ‘ย้อนรอย’ ทางสถานีโทรทัศน์ ITV สัมภาษณ์กิตติวุฑโฒในปี 2542 เนื่องในวาระครบรอบ 23 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เขายังคงยืนยันคำอธิบายว่า ‘คอมมิวนิสต์’ ที่กล่าวถึงหมายถึงลัทธิ ไม่ใช่ตัวบุคคล

“ถ้าเราไม่ฆ่าคอมมิวนิสต์ คอมมิวนิสต์จะยุให้คนไทยฆ่ากันเอง อาตมาขอยกตัวอย่างลัทธิคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน คนจีนฆ่ากันเองเกือบร้อยล้านคน”

แม้บริบททางการเมืองจะเปลี่ยนไป กิตติวุฑโฒยังคงอธิบายคำพูดของตนผ่านกรอบการต่อต้านคอมมิวนิสต์ และยืนยันว่าคำว่า ‘ฆ่า’ ของเขาหมายถึงการกำจัดลัทธิ ขณะที่บทสัมภาษณ์เดิมยังคงเป็นหลักฐานให้สังคมย้อนกลับมาพิจารณาว่า ถ้อยคำเหล่านั้นช่วยเปิดทางให้ความรุนแรงต่อผู้เห็นต่างอย่างไร

แต่ในความทรงจำเกี่ยวกับการสังหารหมู่อีก 5 ทศวรรษให้หลัง ชื่อของกิตติวุฑโฒยังคงผูกติดอยู่กับถ้อยคำที่ทำให้การพรากชีวิตเพื่อนร่วมชาติถูกอธิบายว่าเป็น ‘บุญ’ ในนามของการปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

และโศกนาฏกรรมของสังคมไทยก็คือ ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีคนจำนวนไม่น้อยเชื่อเช่นนั้นจริงๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...