โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัญญาณเตือนจากขั้วโลกใต้ น้ำแข็งแอนตาร์กติกลดฮวบ หายไปแล้ว 1 ล้านตร.กม.!

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
น้ำแข็งทะเลรอบทวีปแอนตาร์กติกาทำสถิติต่ำที่สุดเป็นอันดับ 3 ในช่วงฤดูหนาวนับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลด้วยดาวเทียม โดยมีพื้นที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวราว 1 ล้านตารางกิโลเมตร ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า 4 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่น้ำแข็งทะเลลดลงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง สะท้อนสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิอากาศที่อาจกำลังเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ปริมาณน้ำแข็งทะเลรอบทวีปแอนตาร์กติกาในช่วงฤดูหนาวปีนี้เพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 14 กันยายน ก่อนเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยระดับสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 17.59 ล้านตารางกิโลเมตร ถือเป็นระดับสูงสุดในช่วงฤดูหนาวที่ต่ำเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลด้วยดาวเทียมในปี 2522

ปริมาณดังกล่าวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวราว 1 ล้านตารางกิโลเมตร หรือเกือบ 400,000 ตารางไมล์ ซึ่งเป็นพื้นที่ประมาณ 2 เท่าของประเทศสเปน

ดร.วอลต์ ไมเออร์ นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากศูนย์ข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติสหรัฐฯ (NSIDC) มหาวิทยาลัยโคโลราโด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ประกาศจุดสูงสุดของน้ำแข็งทะเล เนื่องจากช่วงดังกล่าวยังมีความผันผวนของข้อมูลค่อนข้างมาก แต่หลังจากวันที่ 14 กันยายน ระดับน้ำแข็งลดลงต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าจุดสูงสุดของปีนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว

โดยปกติ น้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกาจะมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอย่างมาก ช่วงฤดูร้อนน้ำแข็งจะละลายจนเหลือต่ำกว่า 2 ล้านตารางกิโลเมตร ก่อนขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูหนาวและแตะระดับมากกว่า 17 ล้านตารางกิโลเมตรในเดือนกันยายน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แอนตาร์กติกาเผชิญสถิติพื้นที่น้ำแข็งทะเลต่ำผิดปกติทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน โดย 4 ปีที่มีระดับน้ำแข็งทะเลสูงสุดในฤดูหนาวต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ล้วนเกิดขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ดร.อาเรียน เพียวริช ผู้เชี่ยวชาญด้านมหาสมุทรใต้จากมหาวิทยาลัยโมนาช ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า การที่น้ำแข็งทะเลในช่วงฤดูหนาวลดลงต่อเนื่องหลายปีเป็นสัญญาณว่าระบบกำลังเปลี่ยนแปลง และอาจเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน “นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวอีกต่อไป เรากำลังเห็นน้ำแข็งทะเลในฤดูหนาวอยู่ในระดับต่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เพียวริชกล่าว พร้อมเตือนว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาของอนาคต แต่เป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คาบสมุทรแอนตาร์กติกเผชิญคลื่นความร้อน โดยอุณหภูมิสูงกว่าปกติถึง 20 องศาเซลเซียส ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยังตรวจพบพื้นที่มหาสมุทรเปิดขนาดใกล้เคียงกับประเทศฝรั่งเศสในบริเวณที่โดยปกติควรปกคลุมด้วยน้ำแข็ง

ต่อมาในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำแข็งทะเลควรขยายตัวอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ขนาดใหญ่ในทะเลอามุนด์เซนทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกกลับสูญเสียน้ำแข็งลงอย่างรวดเร็ว

เพียวริชระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของกระแสลมที่สัมพันธ์กับปรากฏการณ์เอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน น่าจะมีส่วนทำให้ระดับน้ำแข็งในพื้นที่ดังกล่าวลดลง

ด้าน ดร.ฟิล รีด นักวิทยาศาสตร์ผู้ติดตามสภาวะแอนตาร์กติกจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย กล่าวว่า เอลนีโญมีแนวโน้มเปลี่ยนเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุรอบทวีปแอนตาร์กติก ทำให้พายุบางระบบหยุดอยู่ในบริเวณเดิมนานขึ้นและก่อให้เกิดการปั่นป่วนของน้ำแข็งทะเล

อย่างไรก็ตาม รีดกล่าวว่า แม้ไม่มีเอลนีโญ สถานการณ์น้ำแข็งทะเลในปีนี้ก็น่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะท้ายที่สุดแล้วอุณหภูมิของน้ำทะเลมีบทบาทสำคัญต่อการก่อตัวของน้ำแข็ง “หากน้ำทะเลอุ่นเกินไป เราก็จะมีน้ำแข็งทะเลน้อยลง” รีดกล่าว

นักวิทยาศาสตร์ยังเตือนว่า การลดลงของน้ำแข็งทะเลอาจส่งผลต่อระบบภูมิอากาศในวงกว้าง เนื่องจากน้ำแข็งทะเลทำหน้าที่สะท้อนพลังงานจากดวงอาทิตย์กลับสู่อวกาศ เมื่อพื้นที่น้ำแข็งลดลง มหาสมุทรใต้จึงสามารถดูดซับความร้อนได้มากขึ้น

แม้น้ำแข็งทะเลที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรจะไม่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นโดยตรงเมื่อมันละลาย แต่การสูญเสียน้ำแข็งทะเลอาจทำให้ชั้นน้ำแข็งที่ลอยอยู่ตามชายฝั่ง หรือ “ice shelves” ต้องเผชิญกับคลื่นและสภาพมหาสมุทรที่รุนแรงมากขึ้น

ชั้นน้ำแข็งเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการชะลอการไหลของธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งขนาดมหึมาของแอนตาร์กติกา ซึ่งหากน้ำแข็งบนแผ่นดินไหลลงสู่มหาสมุทรมากขึ้นในระยะยาว อาจส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

นอกจากผลกระทบต่อภูมิอากาศแล้ว น้ำแข็งทะเลยังเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศแอนตาร์กติก โดยเป็นแหล่งอาศัยของสาหร่ายและเคย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของห่วงโซ่อาหาร รวมถึงเป็นพื้นที่ที่เพนกวินจักรพรรดิใช้สำหรับผสมพันธุ์และเลี้ยงลูก

ดร.วิลล์ ฮอบส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย กล่าวว่า หลังจากผ่านจุดสูงสุดในช่วงกลางเดือนกันยายน ปริมาณน้ำแข็งทะเลกำลังลดลงเร็วกว่าปกติ เขากล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์อาจกำลังเผชิญกับฤดูร้อนอีกครั้งที่น้ำแข็งทะเลลดลงสู่ระดับต่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่ผลกระทบต่อชั้นน้ำแข็งและระบบภูมิอากาศอาจน่ากังวลมากขึ้น “เรายังอยู่ระหว่างการประเมินว่าระบบภูมิอากาศโลกมีความอ่อนไหวต่อการสูญเสียน้ำแข็งทะเลมากเพียงใด แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ระบบกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เราจะทำความเข้าใจได้อย่างเต็มที่” ฮอบส์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...