โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จาก Die Hard 4 สู่แผนกักตุนสิ่งจำเป็น ถอดบทเรียน “ผู้มาก่อนกาล” กว่า 20 ปี เมื่อหนังปี 2007 เชื่อมโลกจริงรับเหตุฉุกเฉิน

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ผู้จัดการรายวัน - ภาพยนตร์ Die Hard 4.0 หรือ Live Free or Die Hard ที่ออกฉายในปี 2007 อาจไม่ได้เป็นเพียงหนังไล่ล่าแฮกเกอร์ แต่ยังนำเสนอภาพความเสี่ยงที่ระบบคมนาคม การเงิน โทรคมนาคม และสาธารณูปโภคอาจหยุดชะงักเป็นลูกโซ่ เหตุการณ์ในหนังชวนให้นึกถึงสถานการณ์ล่าสุด เมื่อรัฐบาลอังกฤษเปิดแคมเปญ “Be Ready” แนะนำให้ประชาชนเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต 3 วัน หากบริการพื้นฐานเกิดขัดข้อง พาให้ย้อนกลับไปมองหนังเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนเรื่องนี้ จนอดคิดไม่ได้ว่า Die Hard 4 เป็นหนัง “ผู้มาก่อนกาล” ใช่มั้ย?

3 ระบบหลักในหนัง สู่ความเสี่ยงระดับประเทศ

ในเรื่อง Die Hard 4.0 แมตต์ ฟาร์เรลล์ แฮกเกอร์หนุ่มที่ร่วมมือกับจอห์น แมคเคลน อธิบายแผน “Fire Sale” ว่าเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างเป็นระบบ 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นแรก ทำให้ระบบคมนาคมขนส่งใช้การไม่ได้ ขั้นที่สอง โจมตีระบบการเงินและโทรคมนาคม และขั้นที่สาม ทำให้ระบบสาธารณูปโภค ตั้งแต่ก๊าซ น้ำ ไฟฟ้า ไปจนถึงระบบนิวเคลียร์ หยุดชะงัก กลายเป็นแผนโจมตีระบบอินฟราสตรักเจอร์ที่ไม่ได้จำกัดผลกระทบอยู่แค่คอมพิวเตอร์ แต่ลุกลามไปถึงการเดินทาง การสื่อสาร พลังงาน และการใช้ชีวิตประจำวันได้

หนังกำลังฉายภาพให้เราเห็นถึงความเชื่อมโยงเข้าด้วยกันของระบบต่าง ๆ เมื่อระบบหนึ่งหยุดทำงาน ก็จะส่งผลกระทบไปยังอีกระบบหนึ่ง เกิดเป็นความวุ่นวาย และความสูญเสียมากมายที่จะตามมา ในหนังผู้ก่อการร้ายพยายามที่จะเซ็ต Zero ระบบต่างๆ ซึ่งหากสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง ความพังพินาศก็จะบังเกิด

หลายๆ เหตุการณ์ในหนัง สะท้อนถึงโลกในความเป็นจริงวันนี้ ที่มีความเสี่ยงหลายรูปแบบ ทั้งสภาพอากาศรุนแรง น้ำท่วม ไฟฟ้าดับ ระบบสื่อสารขัดข้อง และการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งเราได้เรียนรู้จากหนังแล้วว่า หากมีเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นจริง เราจะเอาตัวรอดหรือมีแผนรับมือได้อย่างไร แน่นอนว่าการกักตุนสิ่งของจำเป็นก็ถือเป็นแผนรับมือที่สำคัญวิธีหนึ่ง

หนังทำเงินกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท

ย้อนกลับมาที่หนัง Die Hard 4 ถือเป็นหนังในดวงใจของใครหลายๆ คน ถือว่าเป็นหนังที่ถูกจดจำมากที่สุด และที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ในจักรวาล Die Hard แม้ว่าจะเคยดูมาแล้วหลายครั้ง หากเปิดเจออีก ก็ยังจะดูอีกนั่นแหละ จึงไม่แปลกใจที่ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีหนัง Sci-Fi โจมตีทางไซเบอร์เรื่องไหนจะโค่นล้มหนังเรื่องนี้ลงไปได้

การันตีได้จาก Box Office Mojo ที่ให้ข้อมูลว่า Live Free or Die Hard ทำรายได้ทั่วโลกประมาณ 388.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 13,003 ล้านบาท ส่วนงบลงทุนในการสร้างอยู่ที่ 110 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3,685 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จทางรายได้ของภาพยนตร์ในช่วงออกฉายเมื่อปี 2007 อย่างมาก

สำหรับตลาดสตรีมมิ่ง จาก StreamRank มีข้อมูลว่า หนังเรื่องนี้เคยขึ้นไปถึงอันดับ 9 บนชาร์ต Disney+ ในประเทศไทย และมีประวัติอยู่บนชาร์ตดังกล่าว 46 วัน ปรากฏครั้งล่าสุด เกิดขึ้นวันที่ 26 ตุลาคม 2026 ขณะที่ข้อมูลหน้าชาร์ต ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2569 หนังเรื่องนี้ในประเทศไทยแสดงอันดับที่ 143 ในชาร์ต Disney+

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าภาพยนตร์เก่ายังมีโอกาสถูกค้นพบและรับชมผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอยู่เสมอ หากหนังเรื่องนั้นยังมีความน่าสนใจและยังมีความประทับใจอยู่ในนั้น ซึ่งจากกระแสการกักตุนสิ่งของจำเป็นช่วงนี้ของในหลายๆประเทศทั่วโลก มีโอกาสส่งผลให้หนังเรื่องนี้กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง

Be Ready ชวนเตรียมพร้อม 3 วัน โจทย์ใหม่ค้าปลีก–FMCG

อย่างไรก็ตาม จากการที่รัฐบาลอังกฤษเปิดแคมเปญ “Be Ready” เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมให้ครัวเรือนเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจทำให้บริการพื้นฐานหยุดชะงัก โดยแนะนำให้มีสิ่งของจำเป็นเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิต 3 วัน เช่น น้ำดื่ม อาหารที่เก็บได้นาน ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย แบตเตอรี่ พาวเวอร์แบงก์ วิทยุที่ใช้แบตเตอรี่หรือหมุนมือเพื่อผลิตไฟฟ้า รวมถึงเงินสด และเอกสารสำคัญ แนวทางของแคมเปญ เน้นให้ประชาชนเริ่มจากสิ่งของที่มีอยู่แล้วและค่อย ๆ เติมส่วนที่ขาด ไม่ใช่การเร่งซื้อสินค้าจำนวนมากจนเกิดความตื่นตระหนก

สำหรับตลาดค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ประเด็นนี้ชวนให้เฝ้าติดตามว่า สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อมจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราว หรือกลายเป็นพฤติกรรมการซื้อที่ต่อเนื่อง โดยกลุ่มสินค้าที่ควรจับตา ได้แก่ น้ำดื่ม อาหารเก็บได้นาน สินค้าสำหรับเด็กและสัตว์เลี้ยง ตลอดจนไฟฉาย อุปกรณ์ให้แสงสว่าง และอุปกรณ์สำรองพลังงาน

บทสรุป : จะเป็นผู้มาก่อนกาลหรือไม่ ดูที่บทเรียน ไม่ใช่คำทำนาย

Die Hard 4.0 อาจนำเสนอภาพการโจมตีระบบคมนาคม การเงิน โทรคมนาคม และสาธารณูปโภค ขณะที่แนวทาง Be Ready ของอังกฤษ เน้นการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุที่อาจทำให้บริการพื้นฐานหยุดชะงักเป็นเวลา 3 วัน แม้ทั้งสองเรื่องจะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่ช่วยให้เห็นว่าความต่อเนื่องของระบบและความพร้อมของครัวเรือนเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิตประจำวัน

เช่นเดียวกับความพร้อมของฟากค้าปลีกและ FMCG ที่ต้องเตรียมสินค้าและความต้องการให้พร้อม เพื่อตอบสนองผู้บริโภคในเวลานั้นๆ ได้ทันท่วงที ไม่ขาดแคลนสินค้า และส่งมอบสินค้าได้โดยไม่สร้างความตื่นตระหนก เพราะสุดท้ายแล้ว โอกาสทางธุรกิจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การขายความกลัว แต่อยู่ที่การช่วยให้ผู้บริโภคเตรียมพร้อมได้อย่างเหมาะสม กับสิ่งที่ซื้อไปที่สามารถนำไปใช้ได้จริง.


O.C. — Original Content | สงวนลิขสิทธิ์

สกู๊ปข่าวและการวิเคราะห์ชิ้นนี้เป็นผลงานต้นฉบับของผู้เขียน ขอสงวนสิทธิ์ในเนื้อหา การเรียบเรียง และการวิเคราะห์ ไม่อนุญาตให้คัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ ส่งต่อ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามขอบเขตสิทธิที่กฎหมายกำหนด

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...