"โรม" กังขาไซเบอร์ไม่ฟันเว็บพนัน "ชัฟเฟิล" ชี้วอเล็ตโยง 44 รายเงินสะพัด
วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน (กมธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กมธ. ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์คริปโตเคอร์เรนซี "ชัฟเฟิล" โดยระบุว่า ในการประชุมนัดนี้ นายไทหยาง ซาง และสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุม ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบหมายตัวแทนกระทรวงดีอีเข้าร่วม ส่วนนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ เข้ามาชี้แจงต่อ กมธ.
นายรังสิมันต์ ระบุว่า ปัจจุบันตำรวจไซเบอร์ยังไม่ได้ดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มชัฟเฟิล โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างการสืบสวนและยังไม่มีไทม์ไลน์ที่ชัดเจน ซึ่ง กมธ. ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงยังไม่ดำเนินคดีทั้งที่มีเส้นทางการเงินไหลจากวอเล็ตหลายแพลตฟอร์มไปที่ชัฟเฟิล แต่ทางตำรวจไซเบอร์กลับพยายามชี้แจงว่าต้องการเริ่มดำเนินการจาก "นักเล่น" ก่อน เนื่องจากกังวลว่าการโอนเงินอาจยังไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีการเล่นจริง
อย่างไรก็ตาม กมธ. โต้แย้งว่า แพลตฟอร์มชัฟเฟิลจัดเป็นคาสิโนออนไลน์ ซึ่งตาม พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 6 กำหนดสมมติฐานไว้ว่า ผู้ที่มีบัญชีหรืออยู่ในวงพนันถือเป็น (สันนิษฐาน) นักเล่น หากต้องรอหลักฐานการแทงจริงจะกลายเป็นช่องโหว่สำคัญ ต่างจากกรณีเว็บพนันเงินบาททั่วไปที่เพียงพบเส้นทางการเงินโอนเข้าออก ตำรวจไซเบอร์ก็สามารถดำเนินคดีได้ทันที
สำหรับข้อมูลพยานหลักฐานล่าสุด กมธ. ได้รับข้อมูลเส้นทางการเงินเพิ่มเติมจาก Binance Thailand โดยพบอีก 2 วอเล็ตที่เกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวน 44 ราย มีเงินไหลเวียนรวม 3.8 ล้านบาท และพบรายการโอนเข้าและถอนออกระหว่างชัฟเฟิลกับ Binance มากกว่า 400 รายการ ยืนยันชัดเจนว่ามีการเล่นพนันจากประเทศไทย
ส่วนกรณี "เหรียญชัฟ" (Shuffle Token) ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยืนยันว่าไม่สามารถเสนอขายแก่ประชาชนหรือใช้เป็นทุนสำรองได้ การสร้างเหรียญดังกล่าวขึ้นมาจึงถือว่าผิดกฎหมาย โดยผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายใน กมธ. เห็นพ้องว่าพยานหลักฐานทั้งหมดมีน้ำหนักเพียงพอให้ตำรวจไซเบอร์ดำเนินคดี และส่งเรื่องให้ ปปง. ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินต่อไปได้แล้ว
นายรังสิมันต์ กล่าวถึงข้อสงสัยต่อแนวทางการทำงานของตำรวจไซเบอร์ว่า "มี 108 วิธี ไซเบอร์กลับไปเลือกวิธีที่ 109 คือการไปจัดการกับนักเล่น ทั้งที่การจัดการกับนักเล่นไม่ได้นำไปสู่การปราบปรามเว็บพนันอย่างแท้จริง จนนำมาสู่คำถามว่าตกลงกองบัญชาการไซเบอร์อยากจะปราบพนันจริงหรือไม่ หรือเพราะเว็บพนันนี้ทุกคนรู้ว่าเชื่อมโยงถึงใคร หากเป็นเช่นนี้เราอาจไม่จำเป็นต้องมีกองบัญชาการไซเบอร์ เพราะเกิดมาเพื่อปราบเว็บพนัน แต่วันนี้กลับกลายเป็นหน่วยงานที่ไม่ต้องการปราบพนัน"
ประธาน กมธ.กฎหมายฯ กล่าวถึงการดำเนินการของหน่วยงานอื่นว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อยู่ระหว่างการสืบสวนว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดย กมธ. ได้ส่งข้อมูลความสัมพันธ์ของบุคคล เช่น นายเบนนี่ และผู้เกี่ยวข้อง ที่อาจมีการสั่งการให้ชัฟเฟิลดำเนินการบล็อกผู้เล่นจากประเทศไทยไปให้ DSI ตรวจสอบแล้ว ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริง จึงมีข้อจำกัดในการให้ข้อมูล ส่งผลให้ กมธ. ไม่สามารถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนางสาวสุชาดา ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการของนายไชยชนก ชิดชอบ ได้
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงกรณีการแถลงข่าวจับกุม 6 เว็บไซต์พนัน ผู้ต้องหา 49 ราย พร้อมเงินหมุนเวียนกว่า 15,000 ล้านบาทว่า ในที่ประชุมไม่มีหน่วยงานใด ทั้งตำรวจไซเบอร์ กระทรวงดีอี หรือ DSI ที่สามารถให้รายละเอียดหรือยืนยันได้ว่ามีการจับกุมและดำเนินคดีจริงหรือไม่ โดยตำรวจไซเบอร์รับทราบเพียงข้อมูลจากข่าวเท่านั้น
ส่วนการทำงานของกระทรวงดีอี นอกเหนือจากการปิดกั้นเว็บไซต์ก่อนหน้านี้ ผ่านมาเป็นเดือนแล้วแต่กระทรวงดีอียังไม่ส่งมอบรายชื่อเว็บไซต์ที่อ้างว่าปิดกั้นไปราว 1 ล้านเว็บให้แก่ กมธ. ซึ่งหากปล่อยให้เกิดบรรทัดฐานว่าการพนันคริปโตต้องพิสูจน์การแทงจริงก่อน จะกลายเป็นช่องโหว่ให้มีเว็บพนันเกิดขึ้นอีกจำนวนมาก และหากหน่วยงานรัฐละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็อาจถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบได้เช่นกัน