โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ขวาจัดยุโรปตีตัวออกห่างทรัมป์ หลังรีพับลิกันพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม

เดลินิวส์

อัพเดต 14 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นักการเมืองฝ่ายขวาจัดในยุโรปเริ่มปรับท่าทีต่อผู้นำสหรัฐ หลังพรรครีพับลิกันพ่ายศึกเลือกตั้งกลางเทอม โดยตำหนินโยบายสงครามอิหร่านและปัญหาค่าครองชีพที่กระทบคะแนนนิยม สะท้อนว่า การใกล้ชิดผู้นำสหรัฐอาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบทางการเมืองอีกต่อไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่า นักการเมืองฝ่ายขวาจัดในยุโรปเริ่มตีตัวออกห่างจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ หลังพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอม แต่ส่วนใหญ่ยังหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์โดยตรง

ท่าทีดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้นำฝ่ายขวาจัดหลายคนเคยแสดงความชื่นชมและสนับสนุนแนวคิดทางการเมืองของทรัมป์ หลังคว้าชัยชนะเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง เมื่อปี 2567 รวมถึงเดินทางไปเยือนกรุงวอชิงตัน และได้รับการสนับสนุนจากนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีหมายเลขหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์

นายจอร์แดน บาร์เดลลา หัวหน้าพรรคเนชันแนล แรลลี หรือแนวร่วมแห่งชาติ ของฝรั่งเศส ซึ่งผลสำรวจหลายสำนักคาดการณ์ว่า อาจได้จัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนเม.ย. 2570 กล่าวว่า การดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์มีแนวโน้มแทรกแซงกิจการต่างประเทศมากกว่าสมัยแรก พร้อมชี้ว่า การที่สหรัฐเข้าแทรกแซงอิหร่านส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

ขณะที่น.ส. อลิซ ไวเดล หัวหน้าร่วมของพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี ( เอเอฟดี ) กล่าวว่า สงครามในอิหร่านเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ และวิจารณ์ทรัมป์ ว่าเคยให้คำมั่นกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าจะไม่ดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบแทรกแซง แต่กลับผิดคำสัญญาดังกล่าว

ด้านนายมัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลี มองว่า ผลการเลือกตั้งสหรัฐได้รับอิทธิพลจากสงคราม ความตึงเครียดระหว่างประเทศ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและครอบครัว

ขณะเดียวกัน นายไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรครีฟอร์ม ยูเค ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ความพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกันเป็นความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ พร้อมมองว่า สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันลงโทษพรรครีพับลิกัน และอาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างทรัมป์กับนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการทำสงคราม

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์เช่นหันว่า นักการเมืองฝ่ายขวาจัดในยุโรปกำลังปรับท่าทีเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เนื่องจากความนิยมในตัวทรัมป์ที่ลดลง โดยเฉพาะจากปัญหาค่าครองชีพ อาจทำให้ความสัมพันธ์กับผู้นำสหรัฐกลายเป็นภาระทางการเลือกตั้ง แทนที่จะเป็นข้อได้เปรียบเหมือนที่ผ่านมา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...