นายกฯ หารือ USABC พร้อม 33 บริษัทชั้นนำสหรัฐฯ สานต่อความร่วมมือ ขยายโอกาสการค้า - การลงทุน ดันไทยสู่ฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายกฯ หารือ USABC พร้อม 33 บริษัทชั้นนำสหรัฐฯ สานต่อความร่วมมือ ขยายโอกาสการค้า - การลงทุน ดันไทยสู่ฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
(5 พ.ย.69) ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พบหารือ นาย Brian McFeeters ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (U.S.-ASEAN Business Council: USABC) พร้อมด้วยผู้แทนบริษัทเอกชนสหรัฐฯ รวม 33 บริษัท ซึ่งเป็นการต่อยอดการหารือจากการพบปะระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก โดยมีผู้แทนภาคเอกชนจาก 7 กลุ่มสาขาธุรกิจเข้าร่วม ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค คมนาคม โลจิสติกส์และพลังงาน เศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรม อุตสาหกรรมการผลิต อาหารและการเกษตร การท่องเที่ยวและบริการทางการเงิน และสุขภาพและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับพัฒนาการของแต่ละอุตสาหกรรม ประเด็นที่ให้ความสำคัญ ตลอดจนแนวทางส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศไทย
นายกฯ ระบุว่า ภาคเอกชนสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยมาอย่างยาวนาน การหารือในครั้งนี้จึงเป็นอีกโอกาสสำคัญในการกระชับความเป็นหุ้นส่วนและแสวงหาสาขาความร่วมมือใหม่ ๆ รัฐบาลมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐและปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านการลงทุน ผ่านโครงการ Thailand FastPass ซึ่งลดระยะเวลาการพิจารณาอนุมัติการลงทุนที่เข้าเกณฑ์ลงได้สูงสุด 50% ควบคู่กับโครงการ Thailand Skill Bridge เชื่อมโยงการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้ทันสมัยและขยายโอกาสในการเข้าถึงพลังงานสะอาดผ่านกลไกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreements: Direct PPA) ตลอดจนยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใส เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD
ด้านการค้าและการลงทุน รัฐบาลมุ่งขยายโอกาสผ่านการจัดทำความตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่ โดยการเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) สามารถบรรลุข้อสรุปในสาระสำคัญแล้ว หวังว่าจะมีโอกาสแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการเดินหน้าสู่ความตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ทั้งนี้ ไทยยินดีส่งเสริมการลงทุนจากสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง AI และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงขยายความร่วมมือด้านเกษตรกรรม อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ สุขภาพ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การขนส่ง การจัดเก็บ ไปจนถึงการกระจายสินค้า
รัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด นำข้อเสนอแนะจากการหารือไปพิจารณาและผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมมอบหมายให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามประเด็นต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยประสานงานผ่าน USABC และ BOI เพื่อสนับสนุนการลงทุนและการขยายธุรกิจของบริษัทสหรัฐฯ ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ