โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. ชี้เศรษฐกิจไทยโตไม่เต็มสปีด! ติดดัก ‘K-Shape’ ดันแก้ 4 โจทย์ใหญ่

เดลินิวส์

อัพเดต 23 ตุลาคม 2569 เวลา 3.48 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ส.อ.ท. ชี้เศรษฐกิจไทยโตไม่เต็มสปีด! ติดดัก 'K-Shape' ดันแก้ 4 โจทย์ใหญ่ปั๊ม GDP พุ่งทะลุ 3%

นางสาวพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในงาน CEO Econmass Award 2026 สัมมนาหัวข้อ “New S-Curve Thailand” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า แม้ภาพรวมการส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีถึง 17 % ขณะที่ตัวเลขจีดีพีของประเทศยังคงขยายตัวได้เพียงประมาณ 2.1 - 2.4% ซึ่งไม่เต็มศักยภาพ เนื่องจากเกิดภาวะ K-Shaped

ทั้งนี้ ประกอบด้วย กลุ่มขาขึ้น ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรมกลุ่มไฮเทคจากบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งมียอดขายและยอดส่งออกเติบโตสูงมาก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ , ยานยนต์ไฟฟ้า , AI และ Data Center , พลังงานหมุนเวียน และ อาหารแห่งอนาคต และกลุ่มขาล่าง ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ยังไม่ได้ปรับตัวให้ทันกับกติกาโลกใหม่ เช่น กฎระเบียบด้านคาร์บอนและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ SME ที่ประสบปัญหาไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับตลาดได้ โดย K ขาล่างนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งทำให้ประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยยังคงโตได้เพียง 2.1% - 2.4% และยังไม่สามารถขึ้นไปถึงระดับ 3% ได้

“ถ้าเราเห็นตัวเลขการส่งออก 17% มันเหมือนกับเป็นสิ่งที่ดูสวยงาม แต่ถ้าดูจริงๆ แล้วมันเป็น K-Shape ส่วนที่ดีก็ดีขึ้นไป แต่ส่วนที่ไม่ดีก็กดลง ตัวที่เป็น K ขาล่างก็คืออุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ไม่ค่อยได้ปรับตัว อาจไม่ทันกติกาโลกใหม่ เช่น การปรับสู่กฎกติกาคาร์บอน เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป หรือผลิตภัณฑ์ของ SME ซึ่งการแข่งขันด้านราคาสู้ไม่ได้”

จากปัญหาความเหลื่อมล้ำในการฟื้นตัว ภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมกันตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อเข้ามาดูแลและช่วยผลักดันกระบวนการเปลี่ยนผ่าน Transition ให้ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวได้ทัน โดยมุ่งเน้นในประเด็นสำคัญ ได้แก่

1.Technology Transition การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เร่งนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมอุตสาหกรรมใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการผลิต และการพัฒนาสินค้าสู่สินค้ามูลค่าสูงที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

2.Trade & Invesment Transition การเปลี่ยนผ่านด้านการค้าและการลงทุน ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของประเทศไทยที่มีความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ในการเชื่อมโยงกับ Supply Chain ทั่วโลก พร้อมทั้งกระจายแหล่งวัตถุดิบและผู้ซื้อ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดียว

3.Workforce & Skill Transition การเปลี่ยนผ่านด้านกำลังคน เร่งสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่และพัฒนากำลังคนยุคใหม่ที่มีทักษะทันสมัย เพื่อสร้างสินค้าแห่งอนาคต เมืองแห่งอนาคต และ ประชาชนแห่งอนาคต

4.Green Transition การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน การปรับตัวเข้าสู่กติกาโลกใหม่ ทั้งการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

นางสาวพิมพ์ใจ กล่าวว่า หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันผลักดันการปรับตัวและการเปลี่ยนผ่าน (Transition) เหล่านี้อย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับประเทศ และจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตทะลุเป้าหมาย GDP ที่ 3% ได้อย่างแน่นอน

“ถ้าผลักดันการเดินต่อ ดิฉันก็เชื่อว่าตัวเลข 3% GDP ไม่หนีไปไหน เพราะเรามี Transition สำคัญ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทางภาครัฐและ กรอ. ร่วมกันดันขึ้นอยู่เต็มที่” นางสาวพิมพ์ใจ กล่าว

นางสาวพิมพ์ใจ กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่อยากเห็นในอนาคตหลังจากนี้ คือ การเมืองต้องนิ่ง ประเทศต้องเป็นกลาง การเมืองต้องนิ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...