โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็ก ม.6 ใช้ 4 ชั่วโมงสร้างเว็บรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทรา หวังเป็นศูนย์กลางข้อมูลภัยพิบัติ

tvpoolonline.com

อัพเดต 30 กันยายน 2569 เวลา 21.34 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TV Pool

เด็ก ม.6 วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจ “เรารักแปดริ้ว” พัฒนาแพลตฟอร์มรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทราแบบเรียลไทม์ ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงสร้างระบบ รวบรวมข้อมูลระดับน้ำ จุดน้ำท่วม ภาพจากประชาชน และเชื่อมต่อกล้อง CCTV หวังเป็นศูนย์กลางข้อมูลภัยพิบัติ ช่วยให้กู้ภัยเข้าถึงผู้ประสบภัยได้รวดเร็ว หลังเปิดใช้ 3 วัน มีการรายงาน-เข้าชมแล้วประมาณ 2 ล้านครั้ง

ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายอำเภอ มีประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งช่วยเหลือผู้ป่วย เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ภาคประชาชนได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการข้อมูลภัยพิบัติ โดย นายณฐฤทธิ์ หนุนพระเดช หรือ “ท็อป” แอดมินเพจเรารักแปดริ้ว และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ร่วมกับ นายนนทพรรษ จิตรรังสรรค์ หรือ “น้องธีร์” อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสุจิปุลิ พัฒนาแพลตฟอร์ม “ฉะเชิงเทราฟลัดเวอเซลแอป” เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ไว้บนแผนที่เดียว

แพลตฟอร์มดังกล่าวเปิดให้ประชาชนในพื้นที่สามารถรายงานสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ ทั้งระดับน้ำ จุดที่เกิดน้ำท่วม รวมถึงแนบภาพและระบุช่วงเวลาที่รายงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ได้สะดวกมากขึ้น

นอกจากนี้ ระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามภาพสถานการณ์จริงจากถนนและจุดต่างๆ ที่มีกล้องติดตั้งอยู่

ทีมพัฒนายังมีแนวคิดต่อยอดระบบในอนาคต ให้ประชาชนสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านแพลตฟอร์มได้โดยตรง และส่งต่อข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้น

หลังเปิดใช้งานประมาณ 3 วัน แพลตฟอร์มได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยมีผู้เข้ามาใช้งานและกดรายงานสถานการณ์แล้วประมาณ 2 ล้านครั้ง

จากประสบการณ์กู้ภัย สู่ศูนย์กลางข้อมูลน้ำท่วม

นายณฐฤทธิ์ เปิดเผยว่า จากประสบการณ์การทำงานกู้ภัยและลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติ ทำให้เห็นปัญหาว่า เมื่อเกิดเหตุ ข้อมูลสถานการณ์ต่างๆ มักกระจายอยู่ตามโทรศัพท์ กลุ่มแชต และสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้ประสบภัยและผู้ที่พร้อมเข้าไปช่วยเหลืออาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว

จึงเกิดแนวคิดสร้างแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางข้อมูลภัยพิบัติ โดยนำข้อมูลจากประชาชน อาสาสมัคร และแหล่งข้อมูลต่างๆ มารวมไว้บนแผนที่เดียว

ประชาชนสามารถปักหมุดจุดขอความช่วยเหลือ รายงานระดับน้ำ แจ้งสถานการณ์ พร้อมแนบภาพและระบุช่วงเวลาของข้อมูล ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนและประสานงานช่วยเหลือได้

นายณฐฤทธิ์มองว่า เมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งสำคัญไม่แพ้การช่วยเหลือคือการรู้ว่า ใครกำลังเดือดร้อน อยู่ที่ไหน และต้องการความช่วยเหลืออะไร ดังนั้น แพลตฟอร์มนี้จึงไม่ได้ต้องการเป็นเพียงเว็บไซต์รายงานน้ำท่วม แต่ต้องการพัฒนาให้เป็นระบบที่เกิดจาก “ข้อมูลของประชาชน เพื่อประชาชน” และนำข้อมูลไปสู่การช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้จริง

เด็ก ม.6 ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงสร้างระบบ

ด้าน “น้องธีร์” เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามาร่วมโครงการว่า ก่อนหน้านี้ได้พบกับพี่ท็อปที่ห้างสรรพสินค้า ขณะที่ตัวเองเดินทางไปเป็นจิตอาสาที่จุดรับบริจาค เพื่อช่วยแพ็กสิ่งของสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่

หลังจากพูดคุยถึงสถานการณ์และแนวคิดในการนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการข้อมูล น้องธีร์จึงสนใจและเสนอตัวเข้ามาช่วย เพราะมองว่าความรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีสามารถนำมาใช้ช่วยเหลือคนในพื้นที่ได้

จากนั้นใช้เวลาเขียนเว็บไซต์ประมาณ 4 ชั่วโมง จนสามารถพัฒนาระบบออกมาเป็นรูปเป็นร่างและนำมาใช้งานรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ได้

แม้ปัจจุบันน้องธีร์จะเรียนอยู่ชั้น ม.6 สายบริหาร แต่โรงเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนทำโครงการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทำให้มีพื้นฐานด้านการพัฒนาเว็บไซต์และระบบต่างๆ และสามารถนำความรู้ที่มีมาปรับใช้กับสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็ว

น้องธีร์ยังมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีจากการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันด้านหุ่นยนต์และนวัตกรรมที่ประเทศไต้หวัน ก่อนผ่านเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และทำผลงานติดอันดับท็อป 6 ของการแข่งขัน

จากเด็กที่ย้ายมาอยู่แปดริ้ว สู่การใช้เทคโนโลยีช่วยบ้านเกิด

สำหรับน้องธีร์ ย้ายตามแม่มาอยู่ จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่อายุประมาณ 10 ขวบ หรือช่วงชั้น ป.5 และใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาโดยตลอด โดยแม่ของน้องธีร์เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนสุจิปุลิ ใน อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ น้องธีร์มองว่าคนในพื้นที่จำเป็นต้องช่วยเหลือกัน และหากความรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีสามารถนำมาช่วยผู้ประสบภัยได้ ก็พร้อมนำความรู้ดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่

เพราะในสถานการณ์ภัยพิบัติ “ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยชีวิตคนหนึ่งคนได้”

รพ.พุทธโสธร ขอรับกระสอบทรายรับมือน้ำท่วม

ขณะเดียวกัน สถานการณ์อุทกภัยใน จ.ฉะเชิงเทรา ยังคงส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง หลายพื้นที่ในหลายอำเภอยังคงมีน้ำท่วมขัง ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และมีผู้ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่แล้วนับพันราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรายังคงเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด โรงพยาบาลพุทธโสธร โรงพยาบาลประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ประกาศขอรับกระสอบทรายหลายพันถุง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม หลังหลายพื้นที่ยังไม่มีสัญญาณว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในระยะเวลาอันใกล้

ท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้ การนำเทคโนโลยีมาช่วยรวบรวมข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการทำให้ข้อมูลสถานการณ์น้ำและจุดที่ต้องการความช่วยเหลือถูกส่งต่อถึงผู้ที่สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น

ข่าวที่น่าสนใจ

ฮาอีกแล้ว ชินเท็น อวยพรวันเกิดวันเกิดคุณพ่อ ด้านพี่เต้ลั่นเหี้xไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้อย่างเดียว อยู่ที่ทำเนียบด้วย

สะใภ้หมื่นล้านตัวจริง! “บี มาติกา” ลืมดราม่าน้ำท่วม วาร์ปเช็กอินปากคลองตลาด ลุคชิลแต่สวยสะกด ทำเอาคนมองทั้งย่าน!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...