โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

33 ปี สืบทอดเจตนา 'สืบ นาคะเสถียร' ยกระดับการพัฒนาด้านการอนุรักษ์ไทยสู่เวทีโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ก.ย 2566 เวลา 01.53 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 00.40 น.

33 ปี สืบทอดเจตนา ‘สืบ นาคะเสถียร’ ยกระดับการพัฒนาด้านการอนุรักษ์ไทยสู่เวทีโลก

วันที่ 1 กันยายน 2566 นี้ เป็นวันรำลึกถึงสืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี บุคคลสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าของประเทศไทย นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ได้กล่าวว่า วันที่ 1 กันยายน 2566 ปีนี้ ถือว่าเป็นปีสำคัญ ที่เป็นวันครบรอบ 33 ปีของการจากไปของนายสืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ผู้เริ่มตำนานการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าของไทย โดยหลังจากงานพระราชทานเพลิงหัวหน้าสืบ นาคะเสถียร ในเดือนกันยายน 2533 คนไทยทั้งประเทศได้ร่วมกันบริจาคเงินรวมมากกว่า 20 ล้านบาท จัดตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียรขึ้นมา โดยได้รับเงินพระราชทานเริ่มต้นจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปี 2534 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้เริ่มทำงานตามเจตนารมณ์ของสืบ นาคะเสถียร โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายการพัฒนาและอนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีการจัดตั้งกองทุนผู้พิทักษ์ป่าเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร ที่ปฏิบัติงานจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมไปถึงการมอบทุนการศึกษาให้บุตรธิดาของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติงาน จนจบการศึกษาปริญญาตรี และขยายผลไปสู่การจัดตั้งมูลนิธิและสมาคมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหลายองค์กร ที่ดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า และช่วยเหลือสวัสดิการเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ

นายธีรภัทรกล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2533 นายชัชวาลย์ พิศดำขำ ได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งต่อมาได้ร่วมกับนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ จ.อุทัยธานี สมัยนั้น เชิญชวนมูลนิธิสืบนาคะเสถียร สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งประเทศไทย (WCS) กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนหลายองค์กร ร่วมกันสืบสานงานสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จนขยายผลสำเร็จไปสู่การบริหารจัดการระดับประเทศ รวม 5 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ ด้านการป้องกัน ด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนา ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ และด้านการมีส่วนร่วม โดยมีรายละเอียด สรุปดังนี้

1) ด้านการบริหารจัดการ ปี 2533 ผลักดันการบริหารจัดการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งให้เป็นไปตามแผนแม่บทการจัดการพื้นที่ ปี 2535 ยกระดับการควบคุมไฟป่าในป่าห้วยขาแข้งนำไปสู่การจัดตั้งหน่วยงานป้องกันไฟป่าทั่วประเทศ ปี 2545 นักอนุรักษ์และนักวิชาการเสนอปรับปรุงพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 แบ่งกรมป่าไม้ ออกมาจัดตั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีการขยายพื้นที่ป่าอนุรักษ์ครอบคลุมพื้นที่ป่ามากกว่า 70 ล้านไร่ทั่วประเทศ ในรูปแบบอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนรุกขชาติ และสวนพฤกษศาสตร์ มากกว่า 350 แห่ง ปี 2540 เริ่มมีการนำร่องการบริหารจัดการป่าแบบบูรณาการเชิงพื้นที่ และการอนุรักษ์แบบมีส่วนร่วมที่ผืนป่าตะวันตก เป็นพื้นที่แรก และขยายผลการบริหารจัดการเป็นกลุ่มป่าอนุรักษ์ 19 กลุ่มป่า ปี 2534 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และทุ่งใหญ่นเรศวร ได้รับการประกาศจากองค์การสหประชาชาติ ยกระดับให้เป็นเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก ต่อมากลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการประกาศเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกเช่นเดียวกัน ปี 2535 ขยายการจัดตั้งป่ากันชนรอบป่าห้วยขาแข้งที่ช่วยกันอนุรักษ์ไว้นำไปสู่การจัดตั้งป่าชุมชนทั่วประเทศ รวมมากกว่า 11,000 พื้นที่ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้ชุมชนรอบป่ามากกว่า 11,000 ล้านบาทต่อปี รวมไปถึงการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย มีการจัดทำแผนแม่บท และแผนระดับต่างๆ ด้านการอนุรักษ์พื้นที่และการอนุรักษ์สัตว์ป่าในระยะต่อมา

2) ด้านการป้องกัน ปี 2535 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเริ่มมีการนำระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หรือ Smart Patrol ที่ใช้ระบบ GPS มาติดตามการเดินลาดตระเวนป่า มีโครงการ Smart Eye ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ กล้อง N-Trap และ CCTV รวมถึงการใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อมาสนับสนุนการป้องกันรักษาพื้นที่ป่าและสัตว์ป่า มีการเดินลาดตระเวนป่าแต่ละพื้นที่ระยะทาง 5,000-20,000 กิโลเมตรต่อปี และขยายผลระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพครอบคลุมทุกพื้นที่ และจัดตั้งศูนย์ติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่า เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่าทั่วประเทศ จัดทำโครงการป่ากันชน และโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) แก้ไขปัญหาคนบุกรุกพื้นที่ป่า ดำเนินงานโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี ฯลฯ พัฒนาคุณภาพชีวิตและรายได้ให้เกษตรกรที่เคยบุกรุกป่าและที่อาศัยรอบเขตป่ากันชน นำไปสู่การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) บูรณาการการนโยบายการจัดการที่ดินทั่วประเทศ มีการฝึกอบรม เพิ่มสวัสดิการและเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ โดยเฉพาะเพิ่มเงินเดือนพนักงานพิทักษ์ป่า เริ่มต้นวันที่ 1 ตุลาคม 2566

3) ด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนา มีการศึกษาวิจัยด้านชีววิทยาและนิเวศวิทยาสัตว์ป่าวงศ์และชนิดสำคัญ ที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เริ่มจากการวิจัยกลุ่มวัวป่า กระทิง วัวแดง ควายป่า กลุ่มสัตว์ผู้ล่าและเสือโคร่ง นกเงือก และสัตว์ป่าหายากชนิดต่างๆ นำไปสู่แผนปฏิบัติการอนุรักษ์สัตว์ป่าสำคัญหลายชนิด โดยเฉพาะเสือโคร่ง ช้างป่า และนกเงือก เป็นต้นแบบการศึกษาวิจัยระดับภูมิภาค มีการศึกษาระบบนิเวศป่าไม้ระยะยาวและขยายผลมาวิจัยการกักเก็บคาร์บอนด้านป่าไม้ ทำให้สนับสนุนการจัดสัมมนาสัตว์ป่าเมืองไทยมีความต่อเนื่องมาร่วม 30 ปี และเกิดความร่วมมือจากหลายหน่วยงานจัดการประชุมวิชาการป่าไม้ขึ้นมาต่อเนื่องเช่นกัน มีการนำงานวิชาการมาสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ป่าและพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น มีการจัดทำแผนปฏิบัติการลดความขัดแย้งระหว่างการใช้พื้นที่ร่วมกันของคนกับช้างป่าและสัตว์ป่า การท่องเที่ยวชมสัตว์ป่า

4) ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ ปี 2535 สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก ชมรมนักนิยมธรรมชาติ กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) กองทุน DANCED และ DANIDA จากประเทศเดนมาร์ก กองทุนจากธนาคารโลก หรือ GEF บริษัท ปตท. สผ. จำกัด (มหาชน) ฯลฯ ได้เริ่มการจัดทำโครงการห้วยแม่ดี ฝึกอบรมเยาวชนรอบป่าห้วยขาแข้ง และพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติในป่าห้วยขาแข้งให้มีมาตรฐานขึ้น และต่อมามีการจัดตั้งศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ขยายผลสู่การจัดตั้งและพัฒนาศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ ทั่วประเทศ รวมทั้งการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติในป่าอนุรักษ์ ระยะทางรวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศ

5) ด้านการมีส่วนร่วม ปี 2540 มีการจัดทำโครงการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก มีการตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก และคณะกรรมการที่ปรึกษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ขึ้นมาเป็นต้นแบบ โดยมีรายงานเสนอผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรีทราบเป็นระยะ และต่อมาปี 2562 มีการขยายผลผลักดันให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ

นายธีรภัทรกล่าวสรุปว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2533 จากการเริ่มต้นทีภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการบริหารจัดการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จนถึงปี 2561 นักวิชาการหลายท่านได้นำต้นแบบการทำงานที่ได้ผลเป็นรูปธรรมแล้วดังกล่าวไปขยายผล โดยบรรจุให้เป็นแผน แนวทาง มาตรการ โครงการและกิจกรรมต้นแบบไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ป่าตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อคนไทยทั้งประเทศ และคนทั้งโลก อย่างยั่งยืน และขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทุกระดับ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ร่วมกันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางสร้างสรรค์ในช่วง 33 ปีที่ผ่านมา และระยะเวลาต่อจากนี้ไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...