โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

รับมือกับความเศร้าของลูก : ในวันที่ลูกเศร้า พ่อแม่ควรปลอบอย่างไรดี

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 01.52 น. • Features

ความเศร้าเป็นหนึ่งในอารมณ์ที่รับมือและจัดการได้ยาก และก็เป็นอารมณ์ที่หลีกเลี่ยงได้ยากที่สุดเช่นกันโดยเฉพาะเด็กเล็ก ความเศร้าอาจเกิดจากเรื่องเล็กน้อยที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง ไม่ใส่ใจ หรือมองข้าม เช่น รู้สึกเศร้าที่ของเล่นโปรดเสียหาย หรือเศร้าที่ทำให้เพื่อนโกรธ แต่ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรมีวิธี รับมือกับความเศร้าของลูก เพื่อช่วยให้ลูกรู้วิธีจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกตัวเองได้ในอนาคตดังนั้น ไม่ว่าลูกจะรู้สึกเศร้าด้วยเรื่องใหญ่หรือเล็กน้อยแค่ไหน การรับฟัง ปลอบโยน และให้กำลังใจจากคุณพ่อคุณแม่ ก็คือสิ่งที่จะช่วยให้ลูกคลายเศร้า เข้มแข็ง และเรียนรู้ที่จะรับมือกับความเศร้าของตัวเองได้ดีขึ้นต่อไป1. รับฟังและอยู่เคียงข้างลูกเสมอ

#ลูกเล่าแม่ฟัง ความเศร้าของเด็กเล็กอาจเป็นเรื่องเล็กในสายตาผู้ใหญ่ เช่น เพื่อนไม่เล่นด้วย เล่นเกมแพ้ วิ่งเข้าเส้นชัยช้ากว่าคนอื่น ของเล่นหาย แต่สิ่งเหล่านี้กลับเป็นรู้สึกที่หนักและหน่วงอยู่ในใจลูก และหากลูกไม่ได้เล่า หรือเล่าแล้วไม่มีคนรับฟังด้วยความเข้าใจ นอกจากจะไม่อาจระบายความเศร้าออกมาแล้ว ยังทำให้ลูกรู้สึกต้องเผชิญเรื่องยากตามลำพังอีกด้วย#กอดก่อนสอนทีหลัง คุณพ่อแม่คุณแม่ควรทำตัวเป็นผู้ฟังที่รับฟังปัญหาและความเศร้าของลูกด้วยความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และไม่ตัดสินลูกด้วยมุมมองและการคิดของผู้ใหญ่ แม้การรับฟังอาจไม่ทำให้ลูกหายเศร้าในทันที แต่การตอบสนองลูกด้วยการกอดหรือภาษากายที่อบอุ่นจะช่วยลดทอนความเศร้าในใจลูกได้#ตอบรับด้วยความเข้าใจ เมื่อลูกสงบลง ค่อยใช้คำพูดที่ทำให้ลูกรู้ว่า คุณพ่อคุณแม่เข้าใจและเห็นอกเห็นใจไปกับความเศร้าของลูก เช่น แม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูก เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ หากเกิดขึ้นกับแม่ แม่ก็คงเศร้าเหมือนกัน#พ่อแม่อยู่ตรงนี้ สิ่งสำคัญนอกจากการรับฟัง โอบกอด และตอบรับอย่างเข้าใจแล้ว ความเศร้าของลูกจะคลี่คลายลงได้ หากคุณพ่อคุณแม่ทำให้ลูกมั่นใจว่า ไม่ใช่แค่ตอนนี้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกเศร้าเสียใจ คุณพ่อคุณแม่ก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ2. บอกให้ลูกรู้ว่าความเศร้าคือเรื่องปกติของทุกคน

#ความเศร้าเท่ากับเรื่องปกติ Holly Brochmann ผู้เขียนหนังสือเด็ก A Feel Better Book for Little Tears ระบุว่า คุณพ่อคุณแม่ควรแสดงให้ลูกเข้าใจว่า ความเศร้าเป็นเรื่องปกติ อย่าลืมเล่าเรื่องเศร้าของตัวเองในวัยเด็กให้ลูกฟัง เช่น แม่ก็เคยเสียใจที่ทำให้เพื่อนโกรธเหมือนกัน และไม่เป็นไรเลยที่จะพูดไปตรงๆ ว่า ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่เศร้าแค่ไหน ร้องไห้หนักขนาดไหน แต่ต้องไม่ลืมที่จะทำให้เห็นว่า สุดท้ายพ่อแม่ก็ผ่านพ้นความเศร้านั้นมาได้ ดังนั้น วันหนึ่งลูกก็จะเอาชนะความเศร้าได้เช่นกัน3. เปิดกล่องมหัศจรรย์ในวันที่ลูกเศร้า

เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าลูกจะเจอสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกเศร้าเสียใจตอนไหน แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมความพร้อมรับมือกับความเศร้าของลูกได้ ด้วยกิจกรรม ‘กล่องมหัศจรรย์ วันที่ฉันมีความสุข’ นั่นคือ ให้ลูกใส่สิ่งของที่ลูกชอบหรือวาดรูปให้กำลังใจตัวเอง เก็บเอาไว้กล่องนี้ เช่น วาดรอยยิ้ม วาดดอกไม้สีสันสดใส วาดใครสักคนที่ใจดี ใส่สิ่งของที่ทำให้ลูกยิ้ม และเห็นแล้วมีความสุขเอาไว้เมื่อวันที่ลูกเศร้า ลองชวนลูกมาเปิดกล่องมหัศจรรย์นี้ แล้วพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งของในกล่องที่ทำให้ลูกมีความสุข ก็จะช่วยให้ลูกหันมานึกถึงสิ่งดีๆ ไม่จดจ่ออยู่กับความเศร้าได้เช่นกัน4. ระบายความเศร้าผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์

Leah Bowen นักบำบัดด้วยการเล่น (Play Therapist) ในรัฐเท็กซัส แนะนำให้ผู้ปกครองเปลี่ยนจากคำพูดปลอบใจอย่างคำว่า ‘อย่าเศร้าไปเลย’ เป็นการระบายความเศร้าออกด้วยการใช้กิจกรรมที่น่าสนใจ เพื่อให้เด็กสามารถแสดงความรู้สึกเศร้าได้อย่างสร้างสรรค์ เช่น ชวนลูกวาดภาพเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเอง อาจใช้สีเป็นตัวกำหนดความรู้สึก หรือร้องเพลงดังๆ และเต้นให้เหงื่อออกเยอะๆ หรือชวนปั้นดินน้ำมันเพื่อปลดปล่อยความเศร้า ก็ยังได้รวมทั้งการกระตุ้นให้ลูกจินตนาการถึงสถานที่ที่ลูกชอบ เช่น ชายหาด สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ บ้านของคุณปู่คุณย่าที่ต่างจังหวัด หลังจากนั้นก็ให้ลูกสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจน และทำให้หัวใจเต้นช้าลง ร่างกายก็จะรู้สึกสงบ ก็จะช่วยบรรเทาความเศร้าของลูกได้อย่างไรก็ตาม ความเศร้าของลูกอาจไม่หายไปในทันที แต่การปลอบโยนของคุณพ่อคุณแม่ จะช่วยให้ลูกมีประสบการณ์รับมือกับความเศร้าด้วยหัวใจที่เติบโตและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้อ้างอิงmaginationpressfamilypsychologytodayccf.georgetowndevelopingminds.net.au

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...