เปิดอินไซด์ 'แรงงานพม่า' ในไทย มีรายได้เดือนละ 1-1.5 หมื่นบาท ชอบเล่นเน็ต ซื้อทองเก็บ
เปิดอินไซด์ ‘แรงงานพม่าในไทย’ มีรายได้เดือนละ 1-1.5 หมื่นบาท ชอบเล่นเน็ต ซื้อทองเก็บ
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายวิชิต คุณคงคาพันธ์ Head of International Business Development กลุ่มบริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จำกัด หรือ MI GROUP เปิดเผยถึงผลวิจัยเจาะลึกข้อมูลกลุ่มแรงงานชาวเมียนมา ในหัวข้อ “ผ่าขุมทรัพย์แรงงานชาวเมียนมาในประเทศไทย” ว่า
คาดการณ์มีจำนวนแรงงานเมียนมาในประเทศไทย 6.8 ล้านคน กระจายอยู่ตามชายแดนและพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในจำนวนนี้ลงทะเบียนกว่า 1.85 ล้านคน คิดเป็น 67%ของจำนวนแรงงานข้ามชาติที่ลงทะเบียนทั้งหมดมีทั้งสิ้นกว่า 2.76 ล้านคน สะท้อนโอกาสสร้างธุรกิจให้แก่สินค้าอุปโภคบริโภคและการบริการด้านการเงิน
โดยผู้ประกอบการธุรกิจสามารถนำข้อมูลนำไปปรับใช้พัฒนาสินค้าและบริการที่สอดรับกับความต้องการและพฤติกรรมการจับจ่ายของกลุ่มแรงงานเมียนมาที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 828,000 ล้านบาทถึง 1,242,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนแรงงานที่เข้ามาอยู่ในไทยเพิ่มมากขึ้น
นายวิชิต กล่าวว่า จากกลุ่มตัวอย่าง 212 คนและสัมภาษณ์เชิงลึก 50 คน พบว่าสาเหตุที่เข้ามายังประเทศไทย โดย 88% มีปัญหาทางการเงิน ต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น มุ่งหารายได้เป็นสำคัญ เพราะการได้ทำงานในไทยสร้างรายได้ถึง 10,000-15,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นค่าแรงขั้นต่ำ 500 บาทต่อวัน โดยคิดเป็น 3-15 เท่าของเงินเดือนตอนอยู่ที่เมียนมาที่มีรายได้อยู่ที่ 1,000-5,000 บาทต่อเดือน
ส่วนใหญ่ตั้งเป้าทำงานในประเทศไทย 3-5 ปี มี 5 อาชีพที่ทำมากสุด คือ พนักงานโรงงาน 39% ภาคก่อสร้าง 18% พนักงานขาย 15% เกษตรกร 11% และรับจ้างทั่วไป 9% โดยจะทำงานล่วงเวลามากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวันหรือมากกว่านั้นและอย่างน้อย 6 วันต่อสัปดาห์ ขณะที่คนไทยทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวันและ 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่ง 56% ของกลุ่มตัวอย่าง รู้สึกพอใจในการใช้ชีวิตในประเทศไทย อยู่ในระดับปานกลาง เพราะต้องทำงานหาเงินเพื่อเก็บออม ทำให้ชีวิตแต่ละวันมีแต่ทำงาน
นายวิชิต กล่าวว่า โดยแรงงานที่เข้ามาเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง มีอายุเฉลี่ย 25-34 ปี มีเป้าหมายทำงานเก็บเงินกลับไปตั้งตัวและใช้ชีวิตที่ประเทศเมียนมา ซึ่งแบ่งช่วงชีวิตเป็น 3 กลุ่มหลัก และแต่ละกลุ่มมีความต้องการใช้สินค้าและบริการที่แตกต่างกัน
โดยกลุ่มช่วงตั้งหลัก เพิ่งเริ่มต้นชีวิตในประเทศไทย สิ่งที่ต้องการเป็นซิมการ์ด ที่อยู่อาศัย เครื่องแต่งกาย ของใช้ส่วนตัว เครื่องสำอาง,
กลุ่มช่วงตั้งตัว ซึ่งทำงานแล้ว ต้องการใบอนุญาตทำงาน บัญชีเงินฝาก ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหม้อหุงข้าว พัดลม โทรศัพท์ราคา 4,000-13,000 บาท เสื้อผ้าแฟชั่น สกินแคร์ สินค้าทั่วไป และทองราคา 16,000 – 80,000 บาทเพื่อออมเงิน
สุดท้าย กลุ่มช่วงตั้งใจ เน้นการติดต่อครอบครัว ส่งเงิน โอนเงินข้ามประเทศและเตรียมตัวกลับบ้าน สิ่งที่ต้องการยา อาหารเสริม รังนก เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า สบู่ ผงซักฟอก ทีวี หม้อหุงข้าว พัดลม และทอง
“เพื่อเก็บเงินให้ได้ตามเป้าหมาย แรงงานเมียนมาออมเงินได้ถึง 44% หรือเกือบครึ่งของรายรับ และเป็นเงินที่ส่งกลับบ้าน 2 ใน 3 เพื่อให้ครอบครัว โดยโอนผ่านนายหน้า จะเหลือเงินเก็บที่ตัวเองแค่ 1 ใน 3 ด้านรายจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 37% เช่น ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ,ค่าที่อยู่อาศัย 16% เช่น ค่าเช่าอพาร์ตเม้นต์ ห้องแถว ส่วนใหญ่อาศัย 1-3 คนต่อห้อง,
ค่าโทรศัพท์ 3% เฉลี่ยเดือนละ 200 บาท เน้นใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อดูหนัง ละคร ข่าวสาร ฟังเพลง ซื้อของออนไลน์ผ่านลาซาด้าเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นเฟซบุ๊ก ช้อปปี้ ติ๊กต็อกและวันหยุดจะเล่นอินเตอร์เน็ต เดินซื้ออาหาร สินค้าของเมียนมาที่ตลาดนัดจตุจักร ซื้อเสื้อผ้าแพลตตินั่ม
ดังนั้นผู้ประกอบการที่จะทำตลาดนี้ต้องทำสินค้าราคาจับต้องได้ เข้าถึงได้ เข้าใจได้และเชื่อถือได้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการชาวเมียนมาเข้ามทำธุรกิจรองรับแล้ว เช่น ผับบาร์ ร้านอาหาร” นายวิชิตกล่าว
นายวิชิต กล่าวว่า หากรัฐบาลไทยมีนโยบายปรับขึ้นค่าแรงเป็น 400 บาท จะทำให้แรงงานชาวเมียนมาอาศัยอยู่ในไทยมีรายได้เพิ่มและทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น และทำให้แรงงานเข้ามาในไทยในสัดส่วนที่มากขึ้น เพราะประเทศไทยยังขาดความสมดุลในเรื่องแรงงานค่อนข้างมาก เนื่องจากคนไทยไม่ให้ความสนใจในงานที่ใช้แรงงานหนัก เช่น ภาคก่อสร้าง ทำให้ไทยมีความต้องการแรงงานต่างด้าวมากขึ้น