โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ประพันธ์ โวยญัตติทบทวนเท่ากับลบล้าง แนะอาจารย์ร่วมลงชื่อค้านมติรัฐสภา เลิกสอน กม.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 ส.ค. 2566 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2566 เวลา 06.40 น.

ประพันธ์ โวยญัตติทบทวนเท่ากับลบล้าง ไม่ควรรับมาให้ที่ประชุมพิจาณาอีก แนะอาจารย์ร่วมลงชื่อค้านมติรัฐสภา เลิกสอน กม. เจอประธานเตือนจนขอถอนคำพูด

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 272 เรื่องการตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้เสนอญัตติด่วนให้รัฐสภาทบทวนมติที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ไม่ให้เสนอชื่อบุคคลเดิมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังมีประเด็นร้องไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีผู้รับรองญัตติครบถ้วน

นายวันมูหะมัดนอร์ชี้แจงว่า ขอให้รอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 16 สิงหาคมก่อน ถ้าเดินหน้าต่ออาจไปขัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ควรเอาเรื่องนี้มาพูด แต่นายรังสิมันต์แย้งว่า การร้องไปยังศาลเป็นอำนาจผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่การเสนอญัตติของตนมีผู้รับรองถูกต้อง เมื่อเสนอญัตติถูกต้องก็ต้องพิจารณาญัตตินี้ก่อน ให้ที่ประชุมพิจารณาจะเปลี่ยนแปลงมติที่ดำเนินการไปแล้วหรือไม่ แต่นายวันมูหะมัดนอร์ยืนยันให้รอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก่อน เพราะเรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรมของศาลต้องรอ

จากนั้นสมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกันอภิปรายอย่างกว้างขวาง ทั้งสนับสนุนและเห็นแย้ง รวมถึง นายประพันธ์ คูณมี ส.ว. ที่อภิปรายว่า ตามที่มีผู้เสนอญัติให้ทบทวนนั้น ได้พยายามดูข้อบังคับทุกข้อแล้ว ประการที่ 1 การให้สมาชิกมาทบทวนมติที่สมาชิกรัฐสภาได้ลงมติไปแล้ว ดังนั้น การอ้างข้อบังคับ 32 (1) ต้องกรุณาแสดงเหตุด้วยว่ามีเหตุผลประการใดที่สมาชิกรัฐสภาลงมติไปแล้วมีข้อผิดพลาด ผิดระเบียบ ผิดกฎหมาย ผิดข้อบังคับ หรือมีเหตุอะไรที่ทำให้ท่านมีอำนาจมาทบทวน ลบล้างมติของสมาชิกรัฐสภา 395 ท่านที่ลงมติไปแล้ววันนั้น เพราะญัตติของท่านที่มีสมาชิกรับรองไม่อาจลบล้างมติรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ได้ และองค์ประชุมวันนี้ก็ไม่ใช่องค์ประชุมวันนั้น ผู้ลงมติวันนั้นทั้งหมดอาจไม่ได้มาประชุม จึงไม่อาจใช้มติที่ประชุมของเสียงข้างมากในที่นี้มาลบล้างมติวันที่ 19 ก.ค.ได้

นายประพันธ์อภิปรายว่า ประเด็นที่ 2 เห็นด้วยกับท่านประธานอย่างยิ่งที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว ชอบแล้ว ถูกต้องแล้ว กรณีนี้ไม่สามารถทบทวนได้ เพราะการลงมติวันนั้นเป็นการลงมติตามญัตติที่สมาชิกเสนอว่าการเสนอชื่อบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯในวันนั้นเป็นการเสนอญัตติซ้ำเดิม โดยไม่มีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลง ซึ่งประธานได้ปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายของท่าน 10 ท่าน โดย 8 ท่านลงมติว่าเป็นญัตติเดิม

“ผมยังแอบตำหนิท่านประธานอยู่ในใจว่าบรรจุญัตตินั้นเข้ามาได้อย่างไร ท่านถามผู้เสนอญัตติไหมว่ามีพฤติการณ์ใดเปลี่ยนแปลง มาทราบความจริงภายหลังตอนประธานเป็นประธานการประชุมเองว่าท่านฟังอยู่ 6-7 ชั่วโมงก็ไม่พบพฤติการณ์อะไรเปลี่ยนแปลง จริงๆ แล้วท่านประธานน่าจะถามตั้งแต่ก่อนเสนอญัตติมาให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาด้วยซ้ำไป แต่ท่านก็มีเมตตากรุณาเอามตินี้มาปรึกษาที่ประชุม ซึ่งท่านก็ใช้ข้อบังคับ 151

“เมื่อสักครู่ก็วินิจฉัยแล้วว่าข้อบังคับ 151 วรรคท้าย ให้เป็นอำนาจของรัฐสภาเป็นผู้วินิจฉัย วันนั้นรัฐสภาวินิจฉัยแล้วด้วยเสียง 395 แล้วว่าเสนอซ้ำเดิมไม่ได้ในสมัยประชุมนี้ คำวินิจฉัยในวรรคท้ายก็ให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นเป็นเด็ดขาด ซึ่งคำวินิจฉัยของประธานเมื่อครู่ผมเห็นพ้องด้วยว่าวินิจฉัยชอบแล้ว” นายประพันธ์กล่าว

นายประพันธ์กล่าวด้วยว่า ขออภัยที่ต้องเอ่ยชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ว่าที่ท่านแย้งความเห็นท่านประธานว่าไม่ได้เด็ดขาด หรือกระทั่งสมาชิกที่อภิปรายเมื่อสักครู่ คำว่า “เด็ดขาด” ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอาจทบทวนคำพิพากษาศาลฎีกาก็ได้ นั่นคนละเรื่อง กรณีนี้ข้อบังคับเขียนชัดเจน ดังนั้น ด้วยเหตุนี้คำว่า “เด็ดขาด” คือจบ เป็นที่ยุติ ต้องเคารพเสียงสมาชิกส่วนใหญ่ ท่านจะมาทบทวนโดยอาศัยเสียงสมาชิกเสนอญัตติและมีผู้รับรอง 40 ท่าน มาลบล้างมตินี้ไม่ได้

นายประพันธ์กล่าวว่า ดังนั้น เมื่อไม่มีกฎหมาย เมื่อไม่มีข้อบังคับ ท่านก็ไม่มีอำนาจที่จะทบทวนได้ ญัตติที่มีการเสนอนี้จึงเป็นญัตติที่มิชอบ ไม่สามารถนำมาพิจารณาเพื่อลบล้างได้ ที่ท่านเสนอให้ทบทวนก็คือลบล้างมติ ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรับเรื่องที่มีผู้ไปร้องเรียนยังมีปัญหาในทางข้อกฎหมาย ซึ่งผมไม่อยากฟันธงว่าอาจารย์ที่ลงชื่อนั้นควรเลิกสอนกฎหมายไปได้เลย ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยแล้วบอกว่าไม่มีอำนาจ

ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์รีบเตือนนายประพันธ์ว่า “อย่าเพิ่งไปก้าวล่วง” จนนายประพันธ์ขอถอนคำพูด

นายประพันธ์กล่าวว่า ขอถอน ถ้าหากว่าป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม คิดว่าที่ผู้ตรวจการฯรับเรื่องไปนั้นเราต้องเคารพและรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าจะเป็นอย่างไร ผมมีความเชื่อมั่นว่าไม่เข้าองค์ประกอบเลยที่ผู้ตรวจการฯส่งไปได้ เชื่อมั่นว่าศาลไม่อาจรับวินิจฉัยไว้ได้

“ไม่ควรรับญัตตินี้มาทบทวน เพราะหากยังถือเอาญัตติที่มิชอบมาพิจารณา รัฐสภาจะกระทำผิดอย่างที่มิควรอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับเป็นการลบล้างมติของตัวเองที่ได้ลงมติไปแล้วโดยชอบ และไม่มีเหตุที่จะมาเปลี่ยนแปลงอีก จึงเห็นชอบกับคำวินิจฉัยของท่านประธานและสนับสนุนที่ ท่านสมชาย แสวงการ ได้เสนอว่าขอคัดค้านญัตติดังกล่าวและไม่ควรรับญัตติมาให้ที่ประชุมทบทวนแต่อย่างใด” นายประพันธ์ระบุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...