โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค้าชายแดนแม่สอดวูบ 30% รบกันหนัก-เงินเฟ้อทำสินค้าราคาพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2566 เวลา 00.27 น.

ด่านแม่สอดเจอ 3 เด้ง สู้รบ-เงินเฟ้อ-น้ำท่วม ทำยอดการค้าชายแดน-ผ่านแดน วูบ 20-30% ส่งผลรถขนส่งสินค้าไทยจากเมียวดีชะงักไปส่งของที่ย่างกุ้งไม่ได้ ล่าสุดสินค้านำเข้าอย่างข้าวโพด ต้องเลี่ยงใช้เส้นทางมาเข้าที่ด่านแม่สาย จ.เชียงรายแทน ด้านหอการค้าเตรียมประชุมสัญจรพร้อมผลักดันภาครัฐเจรจา 3 ฝ่าย ไทย-อินเดีย-พม่า สงบศึก หวังเชื่อมต่อการค้าชายแดนไทย-อินเดีย

นายชนินทร์ ทรงเมฆ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้การค้าชายแดนระหว่างไทย-เมียนมา บริเวณด่านแม่สอด จ.ตาก ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ประกอบไปด้วย 1) การสู้รบระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงกับทหารเมียนมาบริเวณตรงข้าม ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก ขณะที่รถขนส่งสินค้าจากไทยส่วนใหญ่จะต้องผ่านไปยังรัฐกะเหรี่ยง เพื่อส่งต่อสินค้าไปยังเมืองย่างกุ้ง

2) เงินเฟ้อเมียนมาพุ่งสูงขึ้น 1-2 เท่าตัว จากปกติค่าเงิน 1 บาทเท่ากับ 40 จ๊าต แต่ปัจจุบัน 1 บาทเท่ากับ 90 จ๊าต ส่งผลต่อการค้าชายแดน ประชาชนชาวเมียนมาที่ข้ามมาซื้อสินค้าที่ด่านแม่สอดลดน้อยลง เพราะต้นทุนสินค้ามีราคาสูงขึ้น รวมถึงเรื่องค่าขนส่งอีกด้วย

3) เกิดน้ำท่วมในตลาดเมียวดีทำให้สะพานขาด ดังนั้นการติดต่อค้าขายจึงต้องดูสภาพอากาศวันต่อวัน เพราะฝนตกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์แล้ว คาดว่าปลายสัปดาห์ปริมาณฝนตกน่าจะลดลง ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยหลักส่งผลให้ยอดการค้าชายแดนและผ่านแดน 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 2566) ลดลง 20-30% จากปกติที่ด่านแม่สอดจะมีสินค้า 2 ส่วน ได้แก่ 1.ค้าข้ามแดน (สินค้าผ่านทาง) มีมูลค่าประมาณ 200,000 กว่าล้านบาทต่อปี และ 2) การค้าชายแดน มีมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกัน ตามปกติด่านแม่สอดจะมีการนำเข้าข้าวโพดหรือพืชไร่จากฝั่งเมียนมาเข้ามา เพราะเป็นเส้นทางสะดวกที่สุด แต่ตอนนี้การนำเข้าลดลง ทราบมาว่า เริ่มมีการเปลี่ยนเส้นทางการนำเข้าไปที่ด่านแม่สาย จ.เชียงราย ถึงแม้เส้นทางจะลำบากกว่า แต่ไม่มีความเสี่ยงในด้านการสู้รบ และคาดว่าสินค้าอุปโภคบริโภคน่าจะเริ่มทยอยนำเข้าผ่านทางด่านแม่สายเช่นกัน

“หลังจากที่มีการสู้รบในบริเวณเมืองเมียวดี การขนส่งก็หยุดชะงักชั่วคราว หลังจากนั้นก็ออกไปสู้รบกันนอกเมือง ทำให้มีปัญหาการขนส่งที่เดินทางกันลำบาก ช่วงเดือนที่ผ่านมีการระเบิดสะพาน 1 สะพาน ถึงแม้สินค้าอุปโภคบริโภคจะไม่ได้รับความเสียหาย เพียงแต่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่องก็ทำให้ยอดส่งออกสินค้าทางด่านแม่สอดลดลงไปแล้ว โดยปีที่ผ่าน ๆ มาการสู้รบในเมียนมาจะมีช่วงหน้าแล้งกับหน้าหนาว ส่วนช่วงหน้าฝนการสู้รบจะลดลง เพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

แต่ปีนี้เข้าสู่ช่วงหน้าฝนแล้วก็ยังมีการรบกันอยู่ ประชาชนที่อยู่ฝั่งอำเภอแม่สอดยังได้ยินเสียงระเบิด ซึ่งการสู้รบจะอยู่ในบริเวณตะเข็บชายแดนตั้งแต่ อ.แม่สอด จ.ตากไปจนถึง จ.แม่ฮ่องสอน สถานการณ์ตอนนี้ขึ้นอยู่กับการเจรจา หากหาข้อสรุปได้เร็วก็คิดว่าสถานการณ์ก็จะกลับมาปกติ เพราะเมียนมาก็ยังมีความต้องการสินค้าอยู่ เพียงแต่เราไม่สามารถขนส่งเข้าไปให้ได้เท่านั้น” นายชนินทร์กล่าว

โดยระหว่างวันที่ 17-18 ส.ค.นี้ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะนำทีมคณะกรรมการมาจัดประชุมสัญจรที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ทางหอการค้า จ.ตาก จะมีการผลักดันผ่านทางหอการค้าไทยไปยังภาครัฐให้มีการเจรจากับรัฐบาลเมียนมา เพื่อไม่ให้การสู้รบส่งผลกระทบต่อการค้าขาย โดยจะเสนอให้มีการดึงประเทศอินเดียเข้ามาร่วมประชุมด้วย

เนื่องจากที่ผ่านมาทางรัฐบาลอินเดีย มีโครงการจะสร้างถนนเชื่อมจากอินเดียมาถึง อ.แม่สอด และเท่าที่ทราบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางรัฐมนตรีอินเดียได้มาหารือกับรัฐมนตรีประเทศเมียนมา เรื่องการสู้รบในเมียนมากระทบกับแผนที่จะทำถนนเชื่อมต่อมาที่ด่านแม่สอด จึงคิดว่าไทยควรดึงอินเดียเข้ามาช่วยกันเจรจา เพื่อเชื่อมโยงการค้าไทย-อินเดีย-เมียนมาในอนาคตด้วย

ด้านนายเฉลิมวัฒน์ ตรีรัตน์วัฒนา รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า นอกจากปัญหาการสู้รบในเมียวดีแล้ว ทางรัฐบาลเมียนมาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายราคาสินค้าโดยให้โอนเงินระหว่างประเทศผ่านธนาคาร ส่งผลกระทบต่อการนำเข้า-ส่งออกให้ช้าลง ปกติลูกค้าเมียนมาจะนำ “เงินสด” มาจ่ายค่าสินค้าต่าง ๆ ที่ประเทศไทย และทางบริษัทฝั่งไทยก็จะดำเนินการส่งออกสินค้าไปให้

“ตอนนี้ลูกค้าต้องจ่ายเงินค่าสินค้าที่ฝั่งเมียนมาและโอนเงินข้ามประเทศมาเข้าบัญชีธนาคาร แต่ก่อนโอนชำระเงินมีขั้นตอนให้ระบุว่า จะซื้อสินค้าอะไร อัตราแลกเปลี่ยนเท่าไหร่ ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการอย่างน้อย 3-5 วัน ถึงจะสามารถส่งออกสินค้าไปที่เมียนมาได้ และต้องมีการทำลายเซ็นขออนุญาตนำเข้าฝั่งเมียนมา ที่เป็นอย่างนี้เชื่อว่า เมียนมาอยากควบคุมไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าเยอะ และการสั่งซื้อตอนนี้ลดน้อยลง โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะเงินเฟ้อสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สินค้าแพงขึ้น” นายเฉลิมวัฒน์กล่าว

ทั้งนี้จากข้อมูลรายงานด่านศุลกากรแม่สอดพบว่า ช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2566 มีมูลค่าการส่งออก 59,448.962 ล้านบาท เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี 2565 มีมูลค่าการส่งออก 63,268.726 ล้านบาท หรือลดลง 3,819.764 ล้านบาท

ส่วนการนำเข้าช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2566 มีมูลค่าการนำเข้า 10,399.858 ล้านบาท เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี 2565 มีมูลค่าการนำเข้า 20,783.269 ล้านบาท หรือลดลง 10,383.411 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...