โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

BYD ขายดี! ส่งรถพลังงานใหม่ Denza N7 เป็นคันที่ 5 ล้าน ตั้งเป้าขาย 3 ล้านคันในปีนี้

BT Beartai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2566 เวลา 06.55 น.
BYD ขายดี! ส่งรถพลังงานใหม่ Denza N7 เป็นคันที่ 5 ล้าน ตั้งเป้าขาย 3 ล้านคันในปีนี้

หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง BYD ออกมาประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ ในการผลิตรถพลังงานใหม่ (New Energy) ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ไปจนถึงรถไฮบริด (EREV) ที่ใช้น้ำมันมาช่วยปั่นไฟ รถเหล่านี้ของ BYD เพิ่งจะผ่านเส้น 5 ล้านคันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คุณหวัง ชวนฟู (Wang Chuanfu) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง BYD
คุณหวัง ชวนฟู (Wang Chuanfu) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง BYD

ที่เป็นเช่นนั้นได้เนื่องจากโรงงานของ BYD มีกำลังผลิตเฉลี่ย 7,407 คันต่อวัน จึงสามารถผลิตรถพลังงานใหม่ครบ 1 ล้านคันในช่วงเดือนพฤษภาคม 2021 และใช้เวลาอีก 1 ปีในการทะลุ 2 ล้านคัน หลังจากนั้นอีก 6 เดือน BYD ก็สามารถผลิตรถพลังงานใหม่ได้เกิน 3 ล้านคันเป็นที่เรียบร้อย

ล่าสุด BYD ทำลายสถิติ 5 ล้านคันด้วยรถ Denza N7 ที่เป็นแบรนด์ย่อยร่วมผลิตระหว่าง BYD และ Mercedes-Benz (ภายหลัง Mercedes-Benz ถอนตัวไปในปี 2021) ที่เน้นผลิตรถระดับพรีเมียม และมีไฮไลต์อยู่ที่ระบบเครื่องเสียงจาก Deviate

Denza N7
Denza N7

นอกจากนี้ BYD ยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์แรกที่ไม่ผลิตรถสันดาปตั้งแต่เดือนเมษายน 2022 โดยหันมาผลิตรถพลังงานใหม่ล้วน ๆ นับแต่นั้นเป็นต้นมา คุณหวัง ชวนฟู (Wang Chuanfu) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง BYD กล่าวว่า “จีนกลายเป็นมหาอำนาจโลกเรื่องรถพลังงานใหม่ ที่มีส่วนแบ่งการตลาดโลกสูงถึง 32.5% และมีการประเมินกันว่าจะสูงขึ้นถึง 60% ภายใน 2025”

BYD มีฐานการผลิต 9 แห่งในประเทศจีน มีกำลังผลิตรวม 1.95 ล้านคันต่อปีในปี 2022 โดยโรงงานที่ผลิตรถ BYD ได้สูงสุดคือที่ซีอาน สามารถผลิตรถได้สูงสุด 900,000 คันต่อปี รวมถึงการก่อตั้งโรงงานในประเทศไทย ที่คาดว่าจะมีกำลังผลิต 150,000 คันต่อปี ไปจนถึงโรงงานผลิตแห่งที่สองในยุโรปด้วย

ปัจจุบัน BYD มียอดขายรถพลังงานใหม่ในปี 2023 อยู่ที่ 1,517,798 คัน (ยอดขายทั้งปี 1.86 ล้านคันในปี 2022) เพิ่มขึ้นกว่า 88.81% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว โดย BYD มีส่วนแบ่งการตลาดรถพลังงานใหม่ในจีนอยู่ที่ 37% ในขณะที่แบรนด์คู่แข่งอย่าง Tesla อยู่ที่ 8.7% (Tesla ขายเฉพาะแค่รถ EV ไม่มีรถไฮบริด)

ส่วนเป้าหมายในปี 2023 ทาง BYD ตั้งเป้าไว้ว่าจะขายรถพลังงานใหม่ให้ได้ 3 ล้านคัน ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์กันว่า BYD สามารถทำได้ถึง 3.5 ล้านคันเลยทีเดียว รวมถึงส่งออกมากถึง 200,00 คัน เราต้องมาดูกันว่า BYD จะทำได้อย่างที่คาดไหม

อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...