โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปิดกิจการ! โอสถสภาปิดโรงงานผลิตขวดแก้วที่สมุทรปราการถาวร ใช้โรงงานที่อยุธยาผลิตต่อไป

BTimes

อัพเดต 08 ต.ค. 2566 เวลา 19.50 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2566 เวลา 00.35 น. • BTimes.Biz

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำการส่งหนังสือแจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีข้อความดังนี้

บริษัทสยามกลาส อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย มีแผนจะหยุดประกอบกิจการโรงงานผลิตขวดแก้วที่จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป โดยจะคงเหลือไว้เฉพาะส่วนของการบริหารจัดการคลังสินค้าที่จังหวัดสมุทรปราการ

ด้านการบริหารจัดการเรื่องบุคลากรจากการหยุดประ กอบกิจการโรงานผลิตขวดแก้วที่จังหวัดสมุทรปราการที่ ได้รับผลกระทบสยามกลาสอินดัสทรีได้มีการดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบโดยเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยว ข้องเพื่อให้ การหยุดประกอบกิจการโรงงานที่จังหวัดสมุทรปราการครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้บริษัทฯขอเรียนให้ทราบว่าการหยุดประกอบกิจการโรงงานการผลิตขวดแก้วที่จังหวัดสมุทรปราการของ สยามกลาสอินดัสทรีจะไม่ส่งผลต่อการดําเนินงานของบริษัทฯเนื่ องจากโรงงานผลิตขวดแก้วของบริษัทฯและบริษัทในเครือที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังดำเนินการผลิตอยู่ตามปกติ และสามารถรองรับความต้องการขวดแก้วเพื่อผลิตภัณฑ์ แบะการเจริญเติบโตตามแผนของบริ ษัทฯ ได้

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดงานวิจัยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมผลิตขวดแก้วในประเทศไทย พบว่า ผู้ผลิตขวดแก้วรายใหญ่ 4 ราย ได้แก่ บางกอกกล๊าสของกลุ่มสิงห์ คอร์ปอเรชั่น เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ของกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ สยามกลาส อินดัสตรีของกลุ่มโอสถสภา และเอเชียแปซิฟิกกลาสของกลุ่มคาราบาวแดง

ในแต่ละปีไทยมีการผลิตขวดแก้วเฉลี่ยปีละ 1.4 ล้านตัน (2561-2565) โดยเกือบทั้งหมด (มากกว่า 90%) เป็นการผลิตเพื่อใช้งานภายในประเทศ เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั้ง 4 ราย ต่างก็มุ่งเน้นผลิตขวดแก้วเพื่อป้อนให้กับบริษัทในเครือที่อยู่ในธุรกิจเครื่องดื่มทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ จึงทำให้ธุรกิจเครื่องดื่มเป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนการใช้งานขวดแก้วมากที่สุดคิดเป็น 60%-70% ของปริมาณการผลิตในแต่ละปี รองลงมาคือ ธุรกิจอาหาร และธุรกิจยา ตามลำดับ

สำหรับในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 พบว่ามีการผลิตขวดแก้วมีจำนวนทั้งสิ้น 7.16 แสนตัน ลดลง 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่ลดลงของอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ ประกอบกับสต็อกขวดแก้วที่ยังคงมีอยู่จำนวนมาก

ในด้านปริมาณการจำหน่ายพบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 8.62 แสนตัน ลดลง 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีผ่านมา สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่ลดลงของอุตสาหกรรมต่อเนื่องโดยเฉพาะการผลิตสุราขาว ซึ่งตกต่ำมากถึง -14.4% เบียร์ -8.8% และเครื่องดื่มชูกำลัง -11.4% ทั้งหมดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีผ่านมา ที่มีตลาดหลักอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบ K-shape หลังสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีรายได้ประจำจะฟื้นตัวล่าช้ากว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มรายได้ปานกลางขึ้นไป

เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากมาตรการจำกัดการเดินทางที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายอย่างต้องหยุดชะงักไป ประกอบกับปัญหาหนี้ครัวเรือน และการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพจากปัญหาเงินเฟ้อสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...