แต่งตั้งเลขาฯ สมช.คนใหม่ อย่าซ้ำรอย "ยิ่งลักษณ์" เพื่อไทยประท้วงพาดพิง "ทักษิณ"
ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาฯ สมช. ชำแหละนโยบายดับไฟใต้ “ไม่มีสันติภาพ มีแต่สันติสุข” ฝากเศรษฐาแต่งตั้งข้าราชการอย่าซ้ำรอย-สร้างรอยด่างระบบคุณธรรม หลังสะพัด ‘บิ๊กรอย’ ข้ามห้วย นั่งเลขาฯ สมช.คนใหม่ ถ้าทำได้จะได้รับการแซ่ซ้อง เพื่อไทยประท้วงพาดพิงทักษิณ ได้รับอภิสิทธิ์
วันที่ 12 กันยายน 2566 ที่รัฐสภา นายถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายร่างคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่าเรื่องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนสนับสนุนเต็มที่ให้การแก้ไขปัญหานี้ลุล่วงไปได้เป็นอย่างดี แต่มีข้อสังเกต 2-3 ประเด็นที่อยากจะฝากรัฐบาลเท่านั้น
ประเด็นแรก ไม่มีการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มใด ๆ ทั้งสิ้น ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา ถ้าจะมีก็มีแต่การพูดคุยหรือเจรจาเพื่อสร้างสันติสุขเท่านั้น เพราะในสามจังหวัดชายภาคใต้ไม่มีสถานการณ์สู้รบ ไม่มีสถานการณ์สงคราม ทหารที่ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ลงไปช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือตำรวจรักษาความสงบเรียบร้อย และบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น ไม่ได้ลงไปสู้รบกับใคร
เพราะฉะนั้น การเจรจาสันติภาพจึงไม่มีและมีไม่ได้ เพราะไม่มีสถานการณ์ดังกล่าว ถ้าจะมีก็เป็นเรื่องของการพูดคุยสันติสุข คือการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเปิดพื้นที่พูดคุยกับคนไทยในพื้นที่ที่ไม่สบายใจ หรือรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ต้องการให้รัฐรับรู้ปัญหาของตน รับรู้การมีอยู่ และอัตลักษณ์ของพวกเขาอย่างสมศักดิ์ศรีเท่านั้น
นายถวิลกล่าวว่า ประเด็นที่สอง เรื่องการกำหนดใจตนเอง หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า self determination เรื่องนี้เป็นคำที่มีความหมายในทางสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งนิยามว่า คือสิทธิของประชาชนในการมีอิสระในการตัดสินใจเลือกสถานะทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของตนเอง ดังนั้น การใช้คำเหล่านี้ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะจะมีผลผูกพันในทางกฎหมายระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ของรัฐยิ่งต้องระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น
นายถวิลกล่าวว่า ประเด็นที่สาม คำว่า ปาตานี คำนี้ในทางการเมือง การปกครองไม่มีแล้ว มีไม่ได้ อาจจะมีอยู่ได้ในทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี กีฬา เช่นเดียวกับคำอื่น ๆ เช่น คำว่านครพิงค์ สิงหนคร ศรีสัชนาลัย ล้านนา ที่ตนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับถ้อยคำเหล่านี้เพราะว่ามีที่มาที่ไปและมีความหมายในทางสากล และข้อผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวที่แบ่งแยกมิได้ คำใด ๆ หรือการกระทำใด ๆ ที่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัตินี้ไม่ถูกต้องทั้งสิ้น ทุกฝ่ายต้องให้ความระมัดระวังสูงสุด
นายถวิลกล่าวว่า เรื่องที่สอง เรื่องนโยบายกระบวนการยุติธรรมและความยุติธรรมในสังคม เรื่องนี้ปรากฏข้อความในร่างแถลงนโยบายเพียง 2-3 บรรทัดในหน้า 12 เท่านั้น ในเรื่องการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สั้น ๆ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะปัญหาอยู่ที่การปฏิบัติ
“เรื่องความเป็นธรรมสำคัญมาก คนเราอาจจะเกิดมาแล้วมีความแตกต่างกัน ทั้งเพศ ผิวพรรณ ยากดีมีจน เป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ จะโทษบุญทำกรรมแต่งก็ว่ากันไป แต่เรื่องของความไม่เป็นธรรม เรื่องของความไม่เท่าเทียมกันตามกฎหมาย เป็นเรื่องที่กระทบจิตใจ เป็นเรื่องที่บาดลึกถึงความรู้สึกของประชาชนในสังคมอย่างรุนแรง และเป็นเรื่องที่ยอมกันไม่ได้ บางคนถึงขนาดยอมตาย ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม” นายถวิลกล่าว และว่า
“เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในสังคมเราไม่หยุดหย่อน เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ผู้มีอิทธิพล อดีตนักการเมือง หมายจับต่าง ๆ ออกมาไม่ทัน คดีหมดอายุความก่อนที่จะออกหมายจับก็มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ เมื่อต้องคดีก็ไม่มีใครยอมติดคุก หรือติดคุกก็มีอภิสิทธิ์ได้รับการยกเว้น เกื้อกูลต่าง ๆ มากมาย แบบลด แลก แจก แถมกันอุตลุดไปหมด ลูกคนรวยระดับโลก ระดับชาติ ขับรถชน หรือมีคนต้อนรับ สิทธิพิเศษมากมาย ตั้งแต่เดินทางมาถึง เข้าเรือนจำกลาง อยู่ในนั้นไม่กี่ชั่วโมงก็ได้รับการรักษาตัวในห้องพิเศษ” นายถวิลกล่าว
รายงานข่าวว่า เมื่อนายถวิลอภิปรายมาถึงตรงนี้ นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้ขอประท้วงเนื่องจากผู้อภิปรายขัดข้อบังคับข้อที่ 45 พูดพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ซึ่งไม่อาจมาชี้แจงในที่สภาได้ ขอให้ประธานยกคำอภิปรายออก นายถวิลอภิปรายต่อว่า ยกตัวอย่างให้ฟังเท่านั้น ว่ามีกรณีอย่างนี้ ซึ่งคนรู้กันทั่วประเทศ
“เราจะบอกกล่าวเรื่องราวเหล่านี้กับลูกหลาน ต่อคนในสังคมอย่างไร เรื่องของความเป็นธรรม ความเท่าเทียมกัน ความเสมอภาคอย่างไร เพราะว่าสิ่งที่เห็นอยู่อย่างเจนตาก็คือ สิ่งที่ไม่เป็นไปตามนั้น ฝากท่านนายกฯ ฝากรัฐบาล ช่วยกันดูแลให้เป็นไปตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และก็ขออย่าท่องคำว่า ได้ดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎ กติกาแล้ว เพราะผลออกมาไม่เหมือนกัน
ถ้าเปรียบเทียบสิ่งเหล่านี้กับการเป็นโจทย์เลข สังคมนี้ต้องการสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งวิธีทำและคำตอบที่ออกมา ผมไม่อยากเห็นสังคมนี้ เรื่องนี้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว อย่าเหยียบย่ำหัวใจ อย่าเหยียบย่ำความรู้สึกของคนทั้งประเทศจนกระทั่งยอมรับกันไม่ได้ และกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เราไม่คาดคิด” นายถวิลกล่าว
นายถวิลกล่าวว่า เรื่องที่สาม สุดท้าย เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ในการบริหารบุคคล การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งไม่ปรากฏในนโยบายที่แถลง โชคดีที่ท่านนายกฯได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับสื่อเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ท่านไม่เห็นด้วยกับการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง และเมื่อพูดถึงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.ที่จะว่างลงในเร็ว ๆ นี้ มีข่าวสะพัดว่าจะมีนายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่งจะมานั่งในตำแหน่งนี้ ท่านบอกว่า ไม่ได้ยินข่าวนี้ และยืนยันว่าต้องวางคนให้เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ ไม่เช่นนั้นขวัญและกำลังใจของข้าราชการจะเสียหมด
“นับเป็นเรื่องที่ดีที่ท่านพูดและรับรองอย่างแข็งขัน ฝากให้ท่านดูแลเรื่องนี้ให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม ซึ่งเป็นหัวใจของระบบราชการ โดยเฉพาะท่านดูแล สมช.โดยตรง หากท่านทำได้ ผมคิดว่าท่านจะได้รับการแซ่ซ้อง ได้รับการเคารพนับถืออย่างจริงใจจากบรรดาข้าราชการอย่างแน่นอน อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนเมื่อครั้งที่ผมโดนโยกย้ายออกจากตำแหน่งเลขาธิการ สมช. แล้วเอาคนอื่นมานั่งแทน อย่าแก้ปัญหาที่หนึ่ง ไปสร้างปัญหาอีกที่หนึ่ง โดยไม่คำนึงถึงระบบคุณธรรม จนเกิดรอยด่างและบาดแผลขึ้นในระบบราชการมาจนถึงทุกวันนี้” นายถวิล อดีตเลขาธิการ สมช.อภิปรายทิ้งท้าย
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้มีข่าวแพร่สะพัดว่าจะโยก พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. แคนดิเดต ผบ.ตร.คนใหม่ ข้ามห้วยมาเป็น เลขาธิการ สมช.แทน พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการ สมช.คนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.อ.สุพจน์ได้เปิดเผยว่าจะเสนอชื่อนายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการ สมช.มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.คนใหม่
- รวมคำมั่น-สัญญา รัฐบาลเศรษฐา ไม่ล้มดิจิทัลวอลเลต-รถไฟฟ้า 20 บาททำทันที
- ไฮไลต์ แถลงนโยบายรัฐบาล เศรษฐา นินจา-ล่องหน-เบาหวิว-หลงทิศทาง
- ศิริกัญญา รมว.คลังเงา สอนมวย เศรษฐา ชี้ 2 ทาง แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท
- เปิด 5 นโยบายเร่งด่วน คำแถลงนโยบาย รัฐบาลเศรษฐา 1
- ครม.เศรษฐา ในทักษิณสไตล์ แจกงานรองนายกฯ กรองวาระ ครม.