ภรรยาผู้ไม่โปรดปรานของท่านแม่ทัพ (มี E-book)
ข้อมูลเบื้องต้น
คำเตือน!!
: นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับวัย 18+ เนื้อเรื่องมีฉากการมีเพศสัมพันธ์และคำพูดที่ไม่เหมาะสม
: นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของนักเขียน บุคคลและสถานที่ก็เป็นเรื่องที่สมมติขึ้นมาเท่านั้น
ขอความร่วมมือในการคอมเม้นท์อย่างสุภาพนะคะ หลายครั้งที่ไรท์เจอกับคอมเม้นท์แย่ๆ นิยายที่ไรท์แต่งหากว่าไม่ถูกใจหรือไม่ชอบสามารถหลีกเลี่ยงโดยการไม่เข้ามาอ่านได้นะคะแต่ได้โปรดอย่าทิ้งความรู้สึกแย่ๆ ไว้ให้กันเลย คิดถึงใจคนอื่นก่อนจะเม้นท์อะไรด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
❤️
E-book จ้า
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzg5NTg5MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjIyMTI4MSI7fQ
ตอนที่ 1
เรือนท้ายจวน
ในห้องที่แสนจะเรียบง่ายมีข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเท่านั้นหากจะมองหาสิ่งที่งดงามเจริญหูเจริญตานั้นคงไม่มี ผู้ใดที่พอเห็นแล้วจะต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านี่เป็นห้องของสาวใช้อย่างแน่นอน
แต่ไม่ใช่! นี่เป็นห้องนอนของคุณหนูใหญ่ของจวนเจ้ากรมพิธีการต่างหาก
ริมหน้าต่างที่เริ่มจะผุพังไร้การซ่อมแซมนั้นปรากฎสาวน้อยร่างบางนางหนึ่งนั่งเหม่อลอยมองไปยังด้านนอกอย่างไร้จุดมุ่งหมาย นางอายุเพียง 14 ปี ชื่อของนางคือ ฟางซูซิน
นางเป็นบุตรตรีคนแรกของฟางหลีเว่ยเจ้ากรมพิธีการกับฮูหยินเอกคนก่อน ถึงจะเป็นบุตรคนแรกแต่ก็ใช่ว่าจะได้รับความรักจากท่านพ่อเสมอไปนับตั้งแต่ที่ท่านแม่ตายจากไปเมื่อ 3 ปีก่อนท่านพ่อก็รีบแต่งตั้งอนุหลินให้ขึ้นมาแทนที่ท่านแม่ทั้งที่เพิ่งจะผ่านพิธีฝังศพท่านแม่ไปได้แค่ 3 วันเท่านั้น แต่นางจะคัดค้านอะไรได้ในเมื่อตอนที่ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ท่านพ่อก็ไม่ค่อยจะชอบนางอยู่แล้วหลังจากที่ท่านแม่จากไปท่านพ่อก็ยิ่งไม่สนใจนางมากขึ้น
ในช่วงแรกที่ฮูหยินคนใหม่ได้รับการแต่งตั้งนั้นลูกเลี้ยงอย่างนางก็ยังได้รับการดูแลอยู่บ้าง แต่เมื่อ 1 ปีก่อนความสัมพันธ์ระหว่างแม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงของพวกนางก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป หลังจากที่ฮูหยินคนใหม่ตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายออกมาให้ท่านพ่อได้สมใจ ท่านพ่อพึงพอใจเป็นอย่างมากเขาเองมีอนุอยู่มากมายแต่จะหาคนที่คลอดบุตรชายให้นั้นไม่มีเลย
หลินฮูหยินที่เพิ่งจะได้ตำแหน่งฮูหยินเอกทั้งยังคลอดบุตรชายไว้สืบสกุลจึงได้รับทั้งความรักและการประคบประหงมจากท่านพ่อราวกับไข่ในหิน มีบ้างที่อนุบางคนไม่พอใจแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อตนเองไม่สามารถที่จะให้บุตรชายที่ท่านพ่อต้องการได้
อำนาจของหลินฮูหยินในจวนเจ้ากรมพิธีการจึงยิ่งแผ่ขยายจนคนในจวนไม่มีใครกล้าจะต่อต้านนาง ทั้งบ่าวรับใช้ที่เคยอยู่ฝ่ายฮูหยินคนก่อนก็เริ่มที่จะพากันไปพึ่งพิงทางฝั่งนั้นกันมากขึ้นจนในท้ายที่สุดก็ไม่มีใครสักคนที่จะอยู่เคียงข้างเพื่อปกป้องคุณหนูใหญ่ที่เกิดจากฮูหยินคนก่อน
แต่ละวันในจวนเจ้ากรมพิธีการของฟางซูซินนั้นผ่านไปด้วยความยากลำบากโชคดีที่นางยังพอมีสาวใช้ที่จงรักภักดีเหลืออยู่หนึ่งคน ลี่ซือ นางเป็นเด็กน้อยที่ถูกฮูหยินคนก่อนรับซื้อมาจากพ่อค้าทาสลี่ซือจึงตั้งใจไว้ว่าจะคอยปกป้องและรับใช้คุณหนูไปตลอดชีวิตเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ฮูหยินคนก่อนได้ช่วยชีวิตของนางเอาไว้
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ท่านแม่จากไปไม่เคยมีสักวันที่ท่านพ่อจะมาหานาง แต่นางก็ไม่เคยจะโกรธเคืองอาจจะมีบางครั้งที่มีความน้อยใจนิดๆเกิดขึ้นในบางเวลาที่นางรู้สึกโดดเดี่ยว จนกระทั้งวันนี้ที่ท่านพ่อให้คนมาเรียกนางไปพบนางรู้สึกดีใจมากคาดหวังว่าท่านพ่อคงจะคิดถึงนางเป็นแน่ถึงได้เรียกให้ไปหาเช่นนี้
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโถงที่เรือนกลาง ภายในนั้นนับได้ว่าแตกต่างกับเรือนที่นางอยู่ลิบลับเลยที่เดียวแต่ก่อนยามที่ท่านแม่ยังอยู่ก็ใช่ว่านางจะไม่เคยได้รับสิ่งของหรูหราเช่นนี้แต่เมื่อท่านแม่ไม่อยู่แล้วของเหล่านั้นก็เริ่มที่จะหายไปทีละชิ้นสองชิ้นจนในที่สุดมันก็ไม่เหลืออะไรไว้ให้นางได้เก็บแล้ว
นางรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ยอมที่จะเก็บเงียบไว้เพราะต่างก็เห็นใจคนเหล่านั้นที่เคยรับใช้ท่านแม่มาก่อนหวังเพียงให้พวกเขายังคงจดจำบุญคุณของท่านแม่ไว้ก็พอแล้ว แต่ความปรารถนาของนางก็สูญสิ้นในเมื่อคนเหล่านั้นต่างก็เมินเฉยกับการกระทำหยามเกียรติที่หลินฮูหยินทำต่อท่านแม่ของนาง
สิ่งของทุกชิ้นที่เป็นของท่านแม่ถูกหลินฮูหยินนำไปเก็บไว้ทั้งเครื่องประดับเงินทองหรือแม้กระทั่งภาพวาดล่ำค่าต่างๆ นางให้เหตุผลกับท่านพ่อว่าในเมื่อฮูหยินคนก่อนตายไปแล้วทรัพย์สมบัติใยจะต้องเก็บไว้ให้ฝุ่นเกาะไม่สู้เอามาซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้กับบุตรชายตัวน้อยของนางไม่ดีกว่าหรือ
เหตุผลอื่นใดหรือจะเทียบเท่ากับความรักที่มีต่อบุตรชายที่แสนจะล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลสิ้นคิดเพียงใดท่านพ่อก็พร้อมจะยอมรับหากว่ามันเป็นประโยชน์กับบุตรชายของเขา
ความรักของพ่อใครว่าเท่ากัน
นางเดินก้มหน้าเข้ามาภายในห้องโถงก่อนจะหยุดลงที่กลางห้อง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าไม่ได้มีเพียงท่านพ่อเท่านั้นที่อยู่ภายในห้องนี้ ทั้งหลินฮูหยินและบุตรสาวของนางฟางเฟยเซียนที่เกิดหลังนางเพียง 2 เดือนเท่านั้น หากแต่ชีวิตความเป็นอยู่ภายในจวนนั้นนับว่านางไม่สามารถสู้น้องสาวคนนี้ได้เลย
"ท่านพ่อ ท่านแม่ น้องรอง" นางกล่าวทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองคนภายในห้อง ทั้งยังกล่าวทั้งทายน้องสาวด้วยอีกคน
"ซินเอ๋อร์มาแล้วก็รีบนั่งลงยืนทื่อเป็นตอไม้อยู่ได้" ส่วนผู้เป็นบิดาใช่ว่าจะยินดีที่ได้พบเจอบุตรสาวคนโตเสียเมื่อไรหากว่าไม่มีเรื่องจำเป็นเขาก็ไม่คิดจะเรียกนางมาหรอก
"ท่านพี่ใจเย็นๆก่อนสิเจ้าคะ ซินเอ๋อร์นั่งลงก่อนนะเดินมาเหนื่อยๆจิบชาเสียหน่อย" หลินฮูหยินเป็นผู้เกลี่ยกล่อมสามีให้ใจเย็นลงไม่เช่นนั้นแผนการของวันนี้อาจจะล่มก็เป็นได้
"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่" นางรับถ้วยชาจากสาวใช้ที่ยื่นส่งมาให้จิบให้พอชุ่มคอจึงได้วางลงไว้ที่โต๊ะด้านข้าง
"เอาล่ะ วันนี้ที่ท่านพ่อของเจ้าเรียกเจ้ามาพบก็เพราะว่ามีเรื่องจำเป็นต้องให้เจ้าช่วยเหลือ" หลินฮูหยินเอ่ยเข้าเรื่องทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานางอยากจะรีบจบๆเรื่องนี้สักที
"ท่านพ่อมีเรื่องใดหรือเจ้าคะ?" หัวใจของนางในตอนนี้มันพองฟูราวกับได้รับน้ำทิพย์มาชโลมจิตใจที่เหี่ยวแห้งมานานนางเคยคิดมาตลอดว่าท่านพ่อนั้นไม่ชอบนางแต่พอมาวันนี้ท่านพ่อกลับเห็นความสำคัญของนางแล้ว
"อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะถึงวัยปักปิ่นแล้วเมื่อถึงตอนนั้นเจ้าก็แต่งงานออกไปซะ" น้ำเสียงที่ใช้ไม่ได้มีความอ่อนโยนเลยสักนิดออกจะติดรำคาญเสียด้วยซ้ำ ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไรต้องการให้นางแต่งงานเช่นนั้นหรือ
"พ่อของเจ้าคงจะพูดรวบรัดไปน่ะเขาไม่ได้หมายความให้เจ้ารีบแต่งออกไปแต่อยากให้เจ้าได้คู่ครองที่ดีต่างหาก อันที่จริงแล้วการแต่งงานครั้งนี้ไม่ถือว่าเลวร้ายเลยนะออกจะเป็นวาสนาของเจ้าเสียด้วยซ้ำ หญิงสาวในเมืองหลวงต่างก็จับจ้องหมายตาบุรุษผู้นี้กันเป็นแถวเจ้าอย่าได้เข้าใจพ่อของเจ้าผิดไปเสียเล่า" หลินฮูหยินรีบแก้ต่างแทนสามีหากว่าเด็กนี่เกิดไม่ยินยอมขึ้นมาเรื่องก็อาจจะยุ่งยากกว่าเดิม
ฟางซูซินที่ได้ยินทั้งท่านพ่อที่บอกให้นางรีบๆแต่งงานไปซะและแม่เลี้ยงที่คอยพูดเกลี้ยกล่อมให้นางยอมรับการแต่งงานครั้งนี้ใจที่เคยพองฟูเมื่อครู่ก็หดรัดเหลือเพียงก้อนเนื้อน้อยๆที่ยังคงเต้นอยู่เป็นปกติเช่นทุกวัน แต่เหมือนว่าครั้งนี้นางจะหวังไว้เยอะพอไม่เป็นเช่นที่หวังถึงได้เจ็บกว่าทุกครั้ง ท่านพ่อก็ยังคงเป็นท่านพ่อเขาไม่รักนางอย่างไรในอดีตในปัจจุบันก็ไม่รักนางเช่นเดิม
…แต่หากท่านพ่อมีทางเลือกมากกว่านี้ก็คงจะไม่คิดพึงพานางใช่หรือไม่
"ว่าอย่างไรซินเอ๋อร์ เจ้าจะตกลงหรือไม่" เมื่อเห็นว่านางเงียบไปหลินฮูหยินก็เริ่มจะอดทนต่อไปไม่ไหวนางจะต้องให้เด็กนี่ยอมแต่งออกไปให้ได้
"ท่านแม่อย่ากดดันพี่สาวเลยเจ้าค่ะ หากไม่เหลือทางเลือกใดแล้วลูกก็พร้อมจะแต่งออกไปให้เองเจ้าค่ะ" ฟางเฟยเซียนที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นทั้งน้ำเสียงสั่นเครือขอบตาก็เริ่มแดงมีน้ำใสๆคลอให้เห็น
"เหลวไหล หากนางไม่แต่งก็จับนางโกนหัวแล้วให้บวชไปตลอดชีวิตซะ" เขาจะให้เซียนเอ๋อร์ที่เขาเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมไปแต่งงานกับคนเช่นนั้นได้อย่างไร หากยังดื้อด้านก็คงต้องจับนางมัดแล้วโยนขึ้นเกี้ยวไปเสีย
ตอนที่ 2
"ท่านพ่อหากว่ามันจำเป็นลูกก็ยอมเจ้าค่ะ" น้ำใสๆที่คลออยู่บนหน่วยตาเริ่มรินไหลอาบแก้มนวลสองฝั่ง มองดูก็คล้ายว่านางพยายามจะฝืนไม่ได้ตนเองนั้นร้องไห้ออกมาช่างดูน่าสงสารเหลือทน
"ไม่ได้! เจ้าแต่งไม่ได้ข้าจะให้นางแต่งแทนเจ้าหากยังกล้าดื้อดึงไม่ยอมเชื่อฟังก็ให้ขังไว้ในห้องจนกว่าจะถึงวันแต่งเสีย" ลูกเช่นนี้แต่งๆออกไปเสียก็สิ้นเรื่องอยู่ไปก็ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้เขา
"เซียนเอ๋อร์เจ้าอย่าร้องไห้เลยแม่จะช่วยเจ้าเองไม่ต้องร้องเด็กดี" หลินฮูหยินเมื่อเห็นบุตรสาวร้องไห้ก็รีบเดินเข้าไปโอบกอดนางเช็ดน้ำตาให้พลางพูดปลอบใจ
การแสดงละครยังคงดำเนินต่อไป ท่าทางการร้องไห้เช่นนั้นนางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าน้องรองของนางนั้นกำลังเสแสร้งอยู่แต่พูดไปแล้วใครจะฟังนางบ้างในห้องนี้มีคนที่เห็นว่านางเป็นคนในครอบครัวด้วยหรือ
หากว่าการแต่งงานออกไปแล้วทำให้นางไม่ต้องติดค้างพวกเขาอีกนางก็จะทำ ที่นี่ไม่มีใครให้นางต้องคิดถึงไม่มีใครที่คอยเป็นห่วงนางอีกแล้วจะอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน
"ลูกตกลงเจ้าค่ะ" เสียงเล็กๆกล่าวขึ้นเบาๆ
"ดีที่เจ้าคิดได้เช่นนี้หากไม่แล้วข้าคงต้องใช้ไม้แข็ง" ผู้เป็นบิดากล่าวขึ้นท่าทางไม่รู้สึกเสียใจกับการกระทำของตนเองเลยราวกับว่านางไม่ใช่ลูกของเขาอย่างไรอย่างนั้น
"ซินเอ๋อร์แม่ขอบใจเจ้ามาก เอาล่ะเจ้าเองก็เหนื่อยมากแล้วกลับไปพักผ่อนเถอะเรื่องการแต่งงานแม่จะจัดการให้เจ้าเอง" เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้วนางก็ไม่อยากเห็นหน้าเด็กนี่อีกส่วนเรื่องแต่งงานหรือทำไปพอเป็นพิธีก็พอ
"พี่ใหญ่ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ" ฟางเฟยเซียนลุกขึ้นย่อกายขอบคุณ
"เอาล่ะๆแยกย้ายกันได้แล้ว ทำงานมาก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้วยังจะต้องมาแก้ปัญหาเรื่องไร้สาระนี่อีก" ในเมื่อเรื่องตกลงกันได้แล้วก็รีบๆกลับไปเสียทีเขาอยากจะไปหาบุตรชายของเขาเต็มทนแล้ว
"เจ้าค่ะๆ ท่านพี่จะไปหาเทียนเอ๋อร์กับน้องหรือไม่เจ้าคะ เด็กคนนั้นน่าจะตื่นนอนพอดี" ฟางเฟยเทียนบุตรชายที่ท่านพ่อแสนจะห่วงหายามเมื่อกลับมาจากที่ทำงานจะต้องไปหาเด็กน้อยก่อนทุกครั้ง
"ไปสิข้าต้องไปอยู่แล้ว" พูดเสร็จก็รีบเดินออกไปทันทีหลินฮูหยินเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มหน้าบานรีบเดินตามสามีไปอย่างรวดเร็ว
"พี่ใหญ่ก็กลับไปพักผ่อนนะเจ้าคะ ข้าเองก็ต้องไปดูน้องชายด้วยเช่นกัน" ฟางเฟยเซียนกล่าวขึ้นหลังจากที่ท่านแม่ของนางเดินออกไปแล้ว ยามเมื่อที่ท่านแม่ยังเป็นอนุอยู่นั้นนางเคยได้แต่ถามตนเองว่าหากวันหนึ่งนางได้เป็นบุตรฮูหยินเอกแล้วนางจะมีความสุขเพียงใด ตอนนี้นางตอบได้แล้ว
นางมีความสุขมาก
ยิ่งได้เห็นใบหน้าเศร้าสร้อยของพี่ใหญ่ที่เคยเป็นบุตรฮูหยินเอกเพียงคนเดียวของจวนก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษ ต่อไปนี้นางก็จะเป็นบุตรตรีของฮูหยินเอกเพียงคนเดียวของจวนแล้วเช่นกัน
พี่ใหญ่…ต่อไปก็ขอให้เจ้ามีความสุขกับชีวิตแต่งงานนะเจ้าคะ
"ขอบคุณน้องรอง" วาจากับสายตาของน้องรองนั้นมันสวนทางกันอย่างชัดเจน แววตาวาววามที่แปล่งประกายราวกับเห็นเรื่องสนุกสนานกับวาจาที่เป็นห่วงเป็นใย น้องรองคงจะเห็นว่านางเป็นตัวโง่งมใช่หรือไม่ นางรู้หากแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป
เมื่อเดินออกมาจากห้องโถงแล้วก็เห็นลี่ซือยืนรออยู่ด้านนอก เห็นนางขอบตาแดงๆก็คิดว่าคงจะรู้เรื่องจากสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านนอกด้วยกัน
"คุณหนู…" ก้อนสะอึกติดอยู่ในลำคอนางอยากจะกล่าวปลอบใจคุณหนูหากแต่ก็กลัวว่าจะร้องไห้ต่อหน้าคุณหนูเสียก่อนจึงไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาอีก
"ข้าไม่เป็นไร พวกเรากับเรือนกันเถอะ" นางรู้ว่าลี่ซือต้องการกล่าวปลอบใจนาง นางเองก็เช่นกันอยากจะกล่าวปลอบใจสาวใช้บอกว่านางไม่เป็นอะไรนางเป็นคนตัดสินใจเองก็ต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น
การแต่งงานครั้งนี้นางไม่รู้เลยว่าเจ้าบ่าวเป็นใคร ไม่รู้ว่าวันแต่งงานจะจัดเมื่อใดไม่รู้แม้กระทั้งว่าต่อไปนางจะมีชีวิตอยู่อย่างไร
นางไม่รู้อะไรเลย
"เจ้าค่ะ พวกเรารีบกลับเรือนกันเถิดบ่าวจะไปเอาขนมดอกกุ้ยฮวาในครัวมาให้คุณหนูทานนะเจ้าคะ" นางไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าคุณหนูแต่ก็อยากปลอบใจคุณหนูด้วยเช่นกันจึงคิดว่าของอร่อยน่าจะทำให้คุณหนูหายเศร้าได้บ้าง
"อือ ขอบใจมากนะลี่ซือ"
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ต่อไปคุณหนูอยู่ที่ไหนบ่าวก็จะอยู่ที่นั่นด้วยเจ้าค่ะคุณหนูไม่ต้องเป็นห่วงบ่าวทั้งแข็งแรงแล้วก็อดทนมากด้วยเจ้าค่ะ" ต่อไปต่อให้ยากลำบากแค่ไหนนางก็จะไม่ทอดทิ้งคุณหนูเด็ดขาด
สองนายบ่าวเดินจูงมือกันกลับเรือนของตน เมื่อถึงเรือนแล้วลี่ซือก็รีบวิ่งออกไปเอาขนมที่ห้องครัวภายในห้องจึงเหลือนางอยู่แค่คนเดียว
น้ำใสๆหยดลงบนหลังมืออย่างไม่รู้ตัว นางคิดว่าตนเองนั้นเข้มแข็งมากพอที่จะไม่ร้องไห้กับความไม่ยุติธรรมเช่นนี้แต่กลับไม่ใช่เลย ทุกครั้งที่มันเกิดขึ้นนางจะคอยบอกตนเองอยู่เสมอว่าให้อดทนสักวันท่านพ่อจะต้องเห็นความดีของนางท่านพ่อจะต้องรักนางมากขึ้นอย่างแน่นอน
แต่คงจะไม่มีวันนั้นแล้ว
ท่านพ่อเคยคิดว่านางเป็นลูกบ้างหรือไม่ ทุกครั้งที่ได้สบตากันนางไม่เคยสัมผัสความรักที่ท่านพ่อมีต่อนางเลย นางเคยถามท่านแม่ว่าเพราะเหตุใดท่านพ่อถึงไม่รักนาง ท่านแม่ตอบไม่ได้แต่กลับลูบหัวแล้วพูดปลอบว่าอย่างไรนางก็ยังมีท่านแม่อยู่ข้างๆ แต่ตอนนี้ท่านแม่ไม่อยู่แล้ว นางไม่เหลือใครแล้ว
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นน้อยๆดังขึ้นอยู่ภายในห้อง ลี่ซือที่กลับมาจากไปเอาขนมมาให้คุณหนูได้แต่ยืนก้มหน้าร้องไห้อยู่หน้าห้อง นางกัดหลังมือไว้เพื่อไม่ให้เสียงหลุดลอดออกไปให้คุณหนูได้ยิน คุณหนูของนางน่าสงสารเหลือเกิน
หลังจากที่ร้องไห้ปลดปล่อยความอึดอัดภายในใจแล้วก็ล้างหน้าทำตัวให้เป็นปกติ กลัวว่าลี่ซือมาเห็นแล้วจะเป็นกังวลนางจะต้องทำตัวให้เข้มแข็งลี่ซือจะได้วางใจ
"คุณหนูเจ้าขาขนมมาแล้วเจ้าค่ะ" ลี่ซือส่งเสียงมาก่อนตัวก่อนที่จะเปิดประตูเข้ามา นางสังเกตว่าดวงตาของคุณหนูนั้นบวมแดงช้ำจนดูน่าสงสาร
"มาแล้วหรือ ตาเจ้าไปโดนอะไรมาทำไม่ถึงแดงเช่นนั้น" นางสังเกตว่าดวงตาของสาวใช้แดงเรื่อทั้งสองข้างเลย
"ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ เมื่อครู่ตอนไปเอาขนมเกสรดอกไม้ดันปลิวเข้าตาเจ้าค่ะ บ่าวแสบตามากแต่ก็ไปล้างออกแล้วเจ้าค่ะคุณหนูไม่ต้องเป็นห่วง" นี่ตาข้ายังแดงอยู่หรือนี่อุตส่าไปล้างหน้ามาแล้วนะ
"อืม เช่นนั้นก็ดีแล้วต่อไปก็ระวังให้มากหากเกิดเป็นพืชมีพิษจะยิ่งลำบาก" ลี่ซืออยู่กับนางมาตั้งแต่เด็กนางไม่เคยมองว่าลี่ซือเป็นบ่าวเลยกลับมองว่าเป็นพี่สาวของนาง ลี่ซือใจดีทั้งยังคอยเป็นเพื่อนเล่นกับนางอยู่เสมอ
"เจ้าค่ะ ต่อไปบ่าวจะระวังคุณหนูรีบทานเถอะเจ้าค่ะเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆเลย" หากเป็นแต่ก่อนพวกนางหรือจะกล้าเดินเข้าไปเอาขนมที่ห้องครัว แต่วันที่คนสนิทของหลินฮูหยินกลับบอกให้นางไปเอาขนมมาให้คุณหนูกินได้
"เจ้าเองก็มากินด้วยกันสิ ข้ากินคนเดียวไม่หมดหรอก" นานๆทีจะได้กินขนมอร่อยๆนางไม่อยากกินอยู่คนเดียวแล้วปล่อยให้ลี่ซือต้องยืนมอง
"เจ้าค่ะ" ลี่ซือตอบตกลงทันที ไม่ใช่ว่านางไม่รู้จักนายรู้จักบ่าวแต่คุณหนูมักจะเป็นเช่นนี้ประจำหากมีของดีของอร่อยก็จะให้นางได้กินด้วยทุกครั้งปฎิเสธไปคุณหนูก็ไม่ยอมกินด้วยเช่นกัน
ตอนที่ 3
วันเวลาผ่านไปจนถึงวันที่ฟางซูซินต้องเข้าพิธีปักปิ่น พิธีการเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่ได้เชิญแขกจากข้างนอกจัดงานกันเพียงภายในครอบครัวเท่านั้น
พอถึงช่วงที่ต้องมอบของขวัญน้องสาวหลายคนต่างก็หยิบยื่นของขวัญให้นางทั้งยังพูดอวยพรให้นางต่างๆนานาแต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการแต่งงานเสียมากกว่า
"พี่ใหญ่ขอให้ท่านมีความสุขกับชีวิตการแต่งงานนะเจ้าคะ ท่านนี่ช่างโชคดีเสียจริงได้แต่งกับคนที่สาวๆต่างหมายปอง" น้ำเสียงที่ใช้กับวาจาที่เอ่ยไม่ได้แสดงถึงความจริงใจเลย ฟางซีหรูนางเป็นบุตรตรีของอนุอันอายุ 13 ปี ในอดีตอนุอันเป็นสาวใช้ที่ติดตามท่านแม่มาจากบ้านเดิมนางแอบปีนขึ้นเตียงของท่านพ่อจึงได้กลายเป็นอนุอันอย่างทุกวันนี้ เหตุการณ์ในครั้งนั้นท่านแม่เล่าว่าไม่ได้โกรธเคืองทั้งสองคนออกจะดีเสียอีกที่ท่านพ่อมีอนุเพิ่มขึ้นจะได้คอยช่วยให้เขาได้มีบุตรชายโดยเร็ว
ความฝังใจของท่านแม่ก็คือการที่ไม่สามารถคลอดบุตรชายให้ท่านพ่อได้
แต่จะโทษใครได้
"ขอบใจเจ้ามากน้องสาม" นางรับของขวัญมาก็เห็นว่าเป็นเพียงปิ่นหยกธรรมดาราคาไม่กี่ตำลึง แต่ก็เอาเถอะนางให้ก็ถือว่าดีแล้ว
"พี่ใหญ่ท่านรู้หรือไม่ว่าคนที่ท่านจะต้องแต่งงานด้วยเป็นใคร?" ฟางซีหรูยังคงเอ่ยถามต่อไปนางก็อยากจะรู้เช่นกันหากว่าพี่ใหญ่ได้ยินชื่อคนที่จะต้องแต่งงานด้วยแล้วจะตกใจแค่ไหน
"ไม่รู้" นางไม่รู้จริงๆ
"อ่า พี่ใหญ่นี่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆข้าจะบอกให้นะว่าเจ้าบ่าวของท่านก็คือท่านแม่ทัพใหญ่อย่างไรเล่า คิคิ" ราวกับว่าเรื่องที่นางกำลังพูดอยู่เป็นเรื่องตลกขบขันอย่างไรอย่างนั้น
"จริงหรือเจ้าคะ? ตายแล้วข้าเคยได้ยินว่าเขาโหดเหี้ยมมากเลยนะฆ่าคนโดยไม่กระพริบตาเชียวล่ะ" ฟางซีเหยากล่าวขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่าเจ้าบ่าวของพี่ใหญ่เป็นใคร นางเป็นบุตรสาวของอนุจินปีนี้อายุ 12 ปีนางมักจะเป็นคู่ขากับฟางซีหรูอยู่เสมอ
"ไม่ใช่แค่นั้นนะ ข้ายังเคยได้ยินว่าเขาน่ะดื่มเลือดสดเป็นอาหารด้วยน่าขยะขะแยงที่สุด" ฟางซีหรูเอ่ยสมทบอีกคนชื่อเสียงของท่านแม่ทัพผู้นี้ใช่ว่าจะดีเสียเมื่อไรหากว่าเขาไม่ได้เป็นแม่ทัพคอยรบเพื่อบ้านเมืองก็คงจะเป็นฆาตกรโหดเหี้ยมเป็นแน่
"พวกเจ้าหยุดได้แล้วพูดเรื่องไร้สาระอะไรกัน พี่ใหญ่อย่าไปฟังพวกนางเลยนะเจ้าคะ" ฟางเฟยเซียนที่นิ่งเงียบอยู่นานก็ได้เวลาเอ่ยขึ้น ตามจริงนางอยากจะให้พี่ใหญ่ได้รับรู้ตัวตนของว่าที่สามีอีกหน่อยแต่ก็กลัวว่านางจะตกใจกลัวจนไม่เข้าพิธีแต่งงาน
อันที่จริงงานแต่งงานครั้งนี้ระบุไว้ว่าต้องเป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันก็คือนางที่เป็นบุตรตรีที่เกิดจากภรรยาเอก แต่นางจะแต่งกับแม่ทัพนั่นได้อย่างไรหน้าก็ไม่เคยเห็นทั้งชื่อเสียงที่น่ากลัวเหล่านั้นอีก นางทนยอมรับไม่ได้ บุรุษที่นางใฝ่ฝันว่าจะต้องแต่งให้เขาก็คือองค์รัชทายาทต่างหาก แต่ท่านพ่อก็ไม่สามารถยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้ได้เห็นว่าเป็นคำสั่งของฝ่าบาทที่ต้องการให้ท่านแม่ทัพเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที
ความโชคร้ายจึงไปตกที่ฟางซูซินอย่างไรเล่า นางเพียงร้องไห้นิดหน่อยท่านพ่อก็ใจอ่อนไม่ให้นางแต่งแล้วแต่หากเป็นฟางซูซินเล่าท่านพ่อไม่คิดจะรั้งไว้เสียด้วยซ้ำ เป็นลูกที่ท่านพ่อไม่รักก็ต้องทำใจนะ
"ข้าไม่เป็นไร" ท่านแม่ทัพใหญ่หรือ? นางก็พอจะเคยได้ยินข่าวคราวของเขาอยู่บ้างแต่ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่นางจะต้องแต่งงานด้วยจะเป็นเขา หากว่านางไม่ถูกเขาฆ่าตายเสียก่อนก็คงดี
"เอาล่ะๆ พวกเจ้าเลิกก่อกวนพี่ใหญ่ของพวกเจ้าได้แล้ว ซินเอ๋อร์เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะวันนี้เหนื่อยมากแล้วเดี๋ยวแม่จะให้คนเอาน้ำแกงไก่ไปให้เจ้าดื่มนะ" เจ้าเด็กพวกนี้ไม่รู้ว่าไปสรรหาคำพูดอะไรมาพูดนักหนาหากลูกเลี้ยงนางตื่นกลัวจนไม่กล้าแต่งงานขึ้นมาจะทำอย่างไร
"เจ้าค่ะ" นางรับคำอย่างเรียบง่ายแล้วจึงเดินกลับเรือนของตนเองไม่มีงานเลี้ยงใดๆเพื่อนางแล้วนางจะอยู่ต่อไปเพื่อเหตุใดแม้แต่ท่านพ่อเองก็ยังไม่มาร่วมงานของนางครั้นที่ทุกคนมาก็เป็นเพียงหน้าที่เท่านั้นหรือจะมาเพื่อเยาะเย้ยนางก็ไม่แน่ใจ
เมื่อกลับมาถึงเรือนก็มีคนมาส่งน้ำแกงไก่ให้จริงๆ ลี่ซือถือมันเข้าให้นางทั้งยังบอกให้นางรีบดื่มตอนที่มันยังร้อนๆอยู่ นานๆทีหลินฮูหยินจะยอมให้คุณหนูของนางได้กินของดีๆบ้าง
"คุณหนูเจ้าคะ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะลี่ซือจะปกป้องท่านเองจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายท่านได้เด็ดขาด" ลี่ซือกล่าวขึ้นหลังที่คุณหนูของนางดื่มน้ำแกงจนหมด
"ลี่ซือ เจ้าสัญญากับข้าได้หรือไม่หากว่า…หากว่าข้าไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วเจ้าจะต้องมีชีวิตต่อไปมีความสุขมากกว่าตอนนี้ให้ได้" นางเคยคิดมาก่อนว่าหากนางไม่อยู่แล้วลี่ซือจะเป็นเช่นไร คนที่นางเป็นห่วงในโลกใบนี้ก็เหลือเพียงลี่ซืออยู่ผู้เดียว
"ไม่เจ้าค่ะคุณหนูต้องอยู่กับบ่าว บ่าวไม่ให้คุณหนูไปไหนทั้งนั้นคุณหนูไปไหนบ่าวก็จะขอติดตามไปด้วยเจ้าค่ะ" ลี่ซือนั่งลงกอดเข่าของคุณหนูไว้แน่นเสียงสั่นๆของลี่ซือทำให้นางรู้สึกว่ามีก้อนสะอึกติดอยู่ในลำคอดวงตาก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา
"ข้าไม่ได้จะไปไหนเพียงแค่อยากให้เจ้ารับรู้ไว้ว่าหากไม่มีข้าเจ้าก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป…แต่ตอนนี้ข้าอยู่ตรงนี้อยู่กับเจ้าที่นี่" นางยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้ลี่ซืออย่างอ่อนโยน บางครานางก็คิดว่าหากนางกับลี่ซือเป็นพี่น้องกันจริงๆก็คงจะดีนางเองก็อยากมีที่พึ่งพิงด้วยเช่นกัน คงจะดีหากยังมีสายเลือดของท่านแม่คอยอยู่เคียงข้างนาง
"เจ้าค่ะ คุณหนูอยู่ไหนบ่าวก็อยู่ที่นั่นเจ้าค่ะ" นางจะไม่ยอมพรากจากคุณหนูเด็ดขาดคุณหนูถือเป็นครอบครัวคนเดียวของนางหากไม่มีคุณหนูนางก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร
"ดี เช่นนั้นก็เลิกร้องไห้ได้แล้วขี้แยเป็นเด็กๆเลย" นางยิ้มล้อเลียนลี่ซือเห็นนางร้องไห้ขี้มูกโป่งก็ให้รู้สึกเอ็นดู
นางไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นแต่หากมีลี่ซืออยู่ด้วยนางก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
สองนายบ่ายพูดคุยกันอีกสองสามประโยคต่างก็แยกย้ายไปทำงานของตนเองตามปกติ จนถึงเวลาค่ำก็พากันเข้านอนไม่ได้มีอะไรพิเศษต่างไปจากวันอื่น
เช้ามืดของวันรุ่งขึ้นยังไม่ทันที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นพ้นขอบฟ้าเสียงเคาะประตูอย่างแรงก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง ฟางซูซินสะดุ้งตกใจตื่นปกตินางตื่นเช้าอยู่แล้วแต่ว่าตอนนี้ยังไม่ไม่ใช่เวลาตื่นของนาง ลี่ซือที่ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งมาที่ห้องนอนของคุณหนูนางเห็นกลุ่มสาวใช้จำนวนหนึ่งยืนทุบประตูห้องนอนของคุณหนูอยู่จึงตะโกนออกไปว่า
"พวกเจ้าทำอะไรนี่มันห้องนอนของคุณหนูใหญ่นะกล้ามารบกวนเวลานอนของคุณหนูได้อย่างไร" นางตะโกนออกไปสุดเสียงหวังข่มให้ผู้มาใหม่หยุดการกระทำที่อุกอาจ
"เฮอะ! รีบบอกให้คุณหนูของเจ้าตื่นขึ้นมาเร็วเถอะนี่เป็นคำสั่งของฮูหยินใหญ่" พวกนางไม่คิดจะเกรงใจคุณหนูใหญ่ผู้นี้อยู่แล้วคำสั่งของฮูหยินใหญ่คือจับนางแต่งตัวเพื่อเข้าพิธีแต่งงาน
"จะให้ปลุกคุณหนูตอนนี้ทำไม" ลี่ซือเริ่มใจไม่ดีแล้วนางคิดว่าเหตุผลที่คนพวกนี้มาปลุกคุณตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน
"ก็จับคุณหนูของเจ้าแต่งตัวเพื่อเข้าพิธีแต่งงานอย่างไรเล่า อย่าชักช้ารีบไปปลุกคุณหนูของเจ้าเสียไม่เช่นนั้นข้าจะเอาเรื่องนี้ไปรายงานฮูหยินใหญ่" หึ เป็นแค่บ่าวตัวเล็กๆคิดจะมาต่อต้านฮูหยินใหญ่หรือฝันไปเถอะ
"ตะ แต่งงาน!" ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางหัวของลี่ซือนางรู้สึกชาไปทั้งตัว เรื่องที่คุณหนูต้องแต่งงานนางก็รับรู้แต่เหตุใดถึงได้รวดเร็วเช่นนี้เล่าเมื่อวานคุณหนูเพิ่งจะเข้าพิธิปักปิ่นเองนะ
"ใช่! และหากเจ้าไม่อยากถูกโบยจนตายก็รีบไปเรียกคุณหนูของเจ้าออกมาซะ!" เสียงตะคอกไม่ได้เบาเลยหากว่าคนที่นอนอยู่ด้านในไม่สะดุ้งตื่นก็คงจะเป็นไปไม่ได้
ฟางซูซินเปิดประตูออกมาเห็นว่าผู้ที่มานั้นเป็นบ่าวคนสนิทของหลินฮูหยิน นางมองสำรวจทุกคนที่ยืนอยู่หน้าห้องของนาง เห็นใบหน้าซีดขาวของลี่ซือที่มองมาทางนางราวกับต้องการจะเอื้อนเอ่ย นางเข้าใจว่าลี่ซือรู้สึกอย่างไรเพราะตอนนี้นางเองก็รู้สึกไม่ต่างกันนักหรอก