เมื่อแม่ดอกบัวขาวไม่อยากได้พระเอก
ข้อมูลเบื้องต้น
เมื่อจู่ๆ นักแสดงสาวชื่อดังอย่างหลิวชุ่ยอันเกิดทะลุมิติเข้ามาอยู่ในซีรีส์ที่เธอได้เล่นเป็นนางเอกของเรื่อง ไหนๆ ตอนนี้ก็กลายเป็นแม่ดอกบัวขาวไปเสียแล้ว งั้นขอใช้ชีวิตนั่งกินนอนกินเป็นองค์หญิงสวยๆ เริดๆ อยู่ในตำหนักจะดีกว่า
เรื่องอะไรให้เธอไปสู้รบตบมือแย่งชิงพระเอกกับเหล่าแก๊งนางร้ายสามพี่น้องให้เหนื่อยทำไมกัน ในเมื่อซีรีส์เรื่องนี้ยังมีผู้หล่อๆ อีกตั้งหลายคนที่ทั้งหุ่นแซ่บและน่าอ่อยกว่าอีตาท่านปั๋วจอมขี้เก๊กคนนั้น
E-Book เรื่องนี้วางจำหน่ายแล้วนะคะ
คลิกที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยค่ะ ^^
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNzgyMjc3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI1MjEzNCI7fQ
ฝากกดติดตามและมอบหัวใจเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
จะได้ไม่พลาดเวลาอัพนิยายเรื่องใหม่
นวนิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายไปเผยแพร่ต่อ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานการกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ตอนที่ 1
เวลานื้ทีมงานกองถ่ายละครซี่รีส์เรื่องตำนานรักม่านดอกเหมยกำลังช่วยกันเซตฉากห้องหอเพื่อใช้ถ่ายทำในฉากต่อไปซึ่งเป็นซีนดราม่าระหว่างพระนางของเรื่องนี้
ในขณะที่บรรดาช่างแต่งหน้าประจำกองต่างช่วยกันแต่งตัวให้หลิวชุ่ยอัน นักแสดงหญิงชื่อดังผู้รับบทเป็นนางเอกของเรื่องนี้
“ไม่ต้องปัดขนตาให้งอนมากนักก็ได้ เดี๋ยวก็ต้องเข้าฉากร้องไห้เป็นเผาเต่าแล้ว สงสัยกลับไปถึงบ้านคงตาบวมแน่” เจ้าตัวถึงกับบ่นอุบหลังจากได้อ่านบทของตัวเองที่จะเข้าฉากในวันนี้แล้ว
“คุณน้องหลิวนี่เก่งจริงๆ เลยนะคะ น้ำตาสั่งได้ทุกฉากเลย สงสัยปีนี้ต้องได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอีกแน่” ช่างทำผมคนหนึ่งเอ่ยปากชมเปราะ
“แต่จะให้เล่นบทนางเอกเจ้าน้ำตาทุกเรื่องก็ไม่ไหวหรอกค่ะ ฉันอยากเปลี่ยนไปเล่นบทอื่นดูบ้าง”
หลิวชุ่ยอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายกับบทบาทเดิมๆ ที่ได้รับ รวมถึงซีรีส์เรื่องนี้ที่เธอรับบทเป็นองค์หญิงแปดผู้อ่อนแอซึ่งได้รับราชโองการจากฮ่องเต้ให้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเหอจิ้งปั๋วขุนนางหนุ่มรูปงาม ทั้งที่ตัวเขามีคนรักอยู่แล้วคือองค์หญิงสองซึ่งเป็นนางร้ายของเรื่องนี้ กว่าพระนางจะได้รักกันก็เกือบท้ายเรื่องเพราะในระหว่างทางมีแต่ดราม่าปวดตับเต็มไปหมด
เมื่อได้ยินนักแสดงสาวเอ่ยแบบนั้น บรรดาช่างแต่งหน้าต่างพากันขบขันเพราะรู้ดีว่าตัวจริงของหลิวชุ่ยอันนั้นตรงกันข้ามกับบทบาทที่ได้รับอย่างสิ้นเชิง เธอมีบุคลิกเป็นสาวมั่นและเปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่นหากพบว่าคนรักทำตัวงี่เง่าหรือแอบนอกใจไปมีกิ๊ก ดังนั้นพวกนักข่าวจึงชอบตามติดเรื่องราวความรักของดาราสาวผู้นี้อยู่เป็นประจำ
เมื่อถึงคิวถ่ายทำ ทุกอย่างได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว พระนางของเรื่องตอนนี้อยู่ในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวเพื่อถ่ายฉากเข้าห้องหอ หลิวชุ่ยอันได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพราะต่อจากนี้ต้องใช้พลังค่อนข้างเยอะกับการแสดงบทดราม่าในซีนนี้
“ห้า สี่ สาม สอง แอคชั่น!!…”
พระเอกของเรื่องได้ผลักเจ้าสาวของตนล้มลงบนเตียงอย่างไม่มีเยื่อใย พร้อมกับมองนางด้วยสายตาจงเกลียดจงชัง
“ทำไมคนที่เข้าห้องหอกับข้าถึงต้องเป็นองค์หญิงด้วย อย่าได้หวังเลยว่าคืนนี้ข้าจะร่วมเตียงกับเจ้า”
“ท่านปั๋วโปรดฟังข้าก่อน ข้าไม่เคยคิดที่จะแย่งท่านจากพี่หญิงฟางหรงแม้แต่น้อย ข้ารู้ดีว่าในใจของท่านมีแต่นางเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ได้โปรดอย่าทำเย็นชาใส่ข้าเช่นนี้เลย ข้าสัญญาว่าจะทำตัวเป็นพระชายาที่ดีไม่ทำให้ท่านรำคาญใจเป็นอันขาด”
หลิวชุ่ยอันถึงกับน้ำตาไหลพรากอาบแก้มสมแล้วกับฉายา ‘น้ำตาสั่งได้’ ทำเอาทีมงานถึงกับทึ่งในฝีมือการแสดงของเธอ
“ถึงองค์หญิงจะทำดีแค่ไหน ข้าก็ไม่มีวันรักเจ้าเด็ดขาด” พูดจบ เจ้าบ่าวก็ทำท่าจะเดินหนีออกไปจากห้องหอ
แต่นางเอกของเรื่องรีบถลาเข้ามากอดขาท่านปั๋วไว้แน่นแล้วร้องไห้เสียงสะอื้นปานใจจะขาด
“อย่าไปไหนเลยนะท่านปั๋ว เราสองคนเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว อยู่กับข้าในห้องหอเถอะ”
“ข้าบอกให้ปล่อยไม่ได้ยินหรือไง” เขาตวาดเสียงดังพลางผลักเจ้าสาวของตนล้มลงไปอย่างแรง
ทันใดนั้นเองได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกลางกองถ่ายเมื่อจู่ๆ เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจนก่อนจะมีประกายไฟสว่างจ้าพร้อมกับเสียงระเบิดดังตูมสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ทำให้ทุกคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดกันอย่างชุลมุน
ในช่วงเวลานั้น หลิวชุ่ยอันรู้สึกเหมือนตัวเองถูกแรงระเบิดอัดกระแทกเข้าร่างอย่างจังก่อนที่ทุกอย่างรอบตัวจะดับวูบลงทันที
เมื่อได้รู้สึกตัวอีกครั้งปรากฎว่าเธอนอนฟุบอยู่ในสวนดอกไม้ ทำให้ดาราสาวรีบลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจเพราะที่นี่ไม่ใช่กองถ่ายละคร แล้วทีมงานทุกคนหายไปไหนกันหมด
หลิวชุ่ยอันหันไปมองรอบตัวด้วยแววตาตื่นตะลึงที่ได้เห็นพระราชวังใหญ่โตตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าและมีตำหนักมากมายรายล้อมไปทั่ว นี่มันอะไรกัน ทำไมเธอถึงโผล่มาที่นี่ได้
ตอนที่ 2
ขณะที่กำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่นั้น ก็มีนางกำนัลสองคนได้วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางดูร้อนรน
“ที่แท้องค์หญิงทรงประทับอยู่ที่นี่เอง พวกหม่อมฉันตามหาจนวุ่นไปหมด” นางกำนัลคนหนึ่งเอ่ยอย่างเหนื่อยหอบ
หลิวชุ่ยอันมีสีหน้าประหลาดใจ ทำไมคนพวกนี้ถึงเรียกเธอว่าองค์หญิงช่างเหมือนในซีรี่ส์ตำนานรักม่านดอกเหมยที่กำลังถ่ายทำอยู่ไม่ผิด นี่มันเป็นเรื่องบังเอิญเกินไปหรือเปล่า
“ทำไมองค์หญิงถึงได้สวมชุดเจ้าสาวเพคะ หรือว่าทรงอยากจะอภิเษกสมรสแล้ว”
นางกำนัลฝาแฝดทั้งสองคนต่างหันมายิ้มให้กัน บัดนี้องค์หญิงฟางเซียนหรือองค์หญิงแปดเพิ่งผ่านพ้นวัยปักปิ่นมาได้ไม่นานและกลายเป็นหญิงงามที่ผู้คนต่างเลื่องลือไปทั่วทั้งแคว้นฉิน
“ใครบอกข้าอยากอภิเษกสมรส ข้าแค่ลองสวมชุดเล่นเฉยๆ แล้วนี้พวกเจ้าตามหาข้าทำไมกัน”
หลิวชุ่ยอันจำใจต้องเล่นไปตามบทก่อน ดูเหมือนว่าเธอจะเข้ามาอยู่ในช่วงต้นเรื่องของซีรีส์นี้
“พระสนมจางเกรงว่าองค์หญิงออกมาเดินเล่นนอกตำหนักเช่นนี้เดี๋ยวจะประชวรเอาได้ ครั้งก่อนทรงเป็นลมเป็นแล้งไป จำไม่ได้หรือเพคะ”
จริงสิ นางเอกในเรื่องนี้ช่างดูอ่อนแอบอบบางซะเหลือเกิน มิน่าล่ะถึงโดนใครต่อใครต่างพากันรังแก…จริงสิ แล้วตอนนี้พระเอกของเรื่องอยู่ที่ไหนกัน
“เอ่อ…ข้ากับท่านปั๋วยังไม่ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกันใช่ไหม” หญิงสาวแสร้งทำเป็นเอ่ยถาม
“องค์หญิงพูดเรื่องอะไรกันเพคะ ตอนนี้ท่านปั๋วประจำการอยู่ที่เมืองท่ายังไม่กลับเมืองหลวงเลย ได้ข่าวว่ากำลังกวาดล้างสินค้าเถื่อนที่พ่อค้าแอบลักลอบนำเข้ามาทางทะเล” นางกำนัลสองพี่น้องต่างพากันแปลกใจ
พอได้ยินแบบนี้ หลิวชุ่ยอันก็ค่อยก็ยิ้มออก เพราะจำได้ว่าหลังจากท่านปั๋วกลับมาจากเมืองท่าแล้วก็ได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้ให้เป็นว่าที่ราชบุตรเขยและประทานสมรสองค์หญิงแปดให้แก่เขา
เท่ากับว่าตอนนี้ยังพอมีเวลาที่จะหาทางหลบเลี่ยงการแต่งงานกับเหอจิ้งปั๋ว ในเมื่อแคว้นฉินยังมีบุรุษหนุ่มรูปงามอีกมากมาย แล้วแม่ดอกบัวขาวอย่างเธอจะมาจมปลักอยู่กับพระเอกเรื่องนี้ให้ชอกช้ำใจทำไมกันในเมื่อเขามีคนรักอยู่แล้ว
ในระหว่างทางที่จะกลับไปยังตำหนักเป๋าฉือนั้น หลิวชุ่ยอันได้เจอกับสตรีสามคนที่แต่งกายด้วยอาภรณ์ชั้นดี แต่สายตาที่มองมานั้นแลดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
“นึกว่าใครมาเดินเตร็ดเตร่แถวนี้ ที่แท้ก็เจ้านี่เองฟางเซียน…ตายจริงนึกยังไงถึงเอาชุดเจ้าสาวมาสวมใส่เล่นเช่นนี้”
“สงสัยนางคงอยากสวมแก้เคล็ดมั้งพี่หญิงฟางหรง องค์หญิงที่ป่วยกระเซาะกระแซะสามวันดีสี่วันไข้เช่นนาง คงไม่มีบุรุษใดอยากร่วมเรียงเคียงหมอนเป็นแน่”
“จริงของเจ้า…คราวหลังก่อนออกจากตำหนักหัดส่องคันฉ่องดูสารรูปของเจ้าซะบ้างนะฟางเซียน แต่งกายเยี่ยงนี้จะทำให้เสด็จพ่ออับอายเสียเปล่าๆ”
พวกนางทั้งสามคนต่างรุมเยาะเย้ยพูดจาถากถางจนหลิวชุ่ยอันรู้สึกของขึ้นเหมือนกัน เธอใช่อยากจะสวมชุดเจ้าสาวที่ไหน แต่มันใส่ติดตัวมาตั้งแต่กองถ่ายละครแล้ว ใครจะไปรู้ว่าวันดีคืนดีจะโผล่เข้ามาอยู่ในซีรีส์เรื่องนี้ได้
ตอนที่ 3
“คนพวกนี้เป็นใครกัน” หญิงสาวหันไปกระซิบนางกำนัลที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“พระธิดาทั้งสามของฮองเฮาไงเพคะ” นางกำนัลไป๋อวี้ทำหน้าแปลกใจที่จู่ๆ องค์หญิงของนางถามอะไรเช่นนี้
หลิวชุ่ยอันพยักหน้าให้ ที่แท้ก็แก๊งนางร้ายของเรื่องนี่เอง พวกนางทั้งสามชอบรังแกข่มเหงนางเอกอยู่บ่อยครั้งเพราะเห็นว่าเป็นน้องสาวต่างมารดาที่เกิดจากพระสนมจางกุ้ยเฟย แต่คราวนี้เธอจะไม่ยอมเด็ดขาด ให้มันรู้ซะบ้างว่าแม่ดอกบัวขาวเวอร์ชั่นใหม่ไม่ได้อ่อนแอให้ใครมาเหยียบย่ำง่ายๆ
“ที่พี่หญิงทั้งสามเอ่ยมา ข้าว่าออกจะพูดจาแรงเกินไปหน่อย ถึงข้าจะป่วยขี้โรคก็จริงแต่ความงามของข้าเป็นที่เลื่องลือไปทั่วแคว้น พวกท่านไม่ได้ยินที่ผู้คนต่างร่ำลือกันหรอกรึว่าพระธิดาองค์ที่แปดของฮ่องเต้งามล่มบ้านล่มเมือง หากข้าอยากจะแต่งงานจริง คงมีบุรุษมากมายในใต้หล้าที่ต่างแย่งกันเสนอตัวเป็นแน่ ดังนั้นข้าเลยต้องลองหัดสวมชุดเจ้าสาวดูซะหน่อย เป็นไงข้างามกว่าพวกท่านทั้งสามคนรวมกันใช่ไหม”
หลิวชุ่ยอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงโอ้อวดพลางหมุนตัวไปมาให้พวกนางทั้งสามดู ขณะที่นางกำนัลฝาแฝดต่างพากันอมยิ้มและรู้สึกทึ่งที่วันนี้องค์หญิงแปดของพวกนางกล้าต่อล้อต่อเถียงกับพระธิดาทั้งสามของฮองเฮา เพราะทุกครั้งที่ผ่านมานางมักจะร้องไห้วิ่งหนีกลับตำหนักทุกทีหลังจากโดนรุมกลั่นแกล้ง
องค์หญิงสามพี่น้องต่างหันมามองหน้ากันด้วยแววตาเจ็บใจ จริงอย่างนางว่า เมื่อฟางเซียนสวมชุดเจ้าสาวแล้วก็ยิ่งทำให้ดูงดงามมากเหลือเกิน ในบรรดาพระธิดาทั้งหมดของฮ่องเต้ไม่มีใครงามสู้นางได้สักคน ดังนั้นพวกนางทั้งสามจึงรู้สึกชิงชังองค์หญิงแปดเป็นอย่างมาก
“ถึงเจ้าจะงามแค่ไหน แต่ท่านปั๋วก็ไม่มีวันชายตามองเจ้าแน่ เพราะหัวใจของเขามีแต่พี่หญิงฟางหรงคนเดียวเท่านั้น” องค์หญิงสามเอ่ยเหน็บแนมด้วยสีหน้าเย้ยหยัน นางรู้ดีว่าฟางเซียนแอบหลงรักเหอจิ้งปั๋วมาตั้งแต่เด็กแล้ว
“ฟางซิน เจ้าจะไปพูดแทงใจดำนางทำไม เดี๋ยวก็มีใครบางคนแถวนี้วิ่งร้องไห้ขี้มูกโป่งหนีกลับตำหนักอีก” องค์หญิงสองฟางหนิงหัวเราะเยาะอีกคน
ขณะที่องค์หญิงหนึ่งได้แต่กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจที่น้องสาวของนางทั้งสองคนต่างช่วยกันรุมต่อว่าองค์หญิงแปด ก่อนจะแสร้งทำเป็นพูดดีว่า
“พอได้แล้วทั้งสองคน เจ้าจะทำให้นางเสียใจไปทำไมกัน…ฟางเซียน ข้าว่าเจ้ารีบตัดใจจากท่านปั๋วตอนนี้เถอะนะ จะได้ไม่ต้องเสียน้ำตาในภายหลัง”
หลิวชุ่ยอันได้แต่ยิ้มหวานให้หัวหน้าแก๊งนางร้ายของเรื่อง ยัยนี่ช่างตีสองหน้าจริงๆ นี่สินะที่เขาบอกว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ
“ขอบคุณพี่หญิงฟางหรงที่เป็นห่วงข้า แต่วางใจเถอะข้าตัดใจจากท่านปั๋วตั้งนานแล้ว หญิงงามอย่างข้าหาบุรุษใหม่ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก ข้าว่าท่านควรจะห่วงพี่หญิงฟางซินกับพี่หญิงฟางหนิงมากกว่า เพราะป่านนี้พวกนางสองคนยังไม่มีคนรักเลย”
“นี่เจ้า!…”