โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 เทคนิคการโค้ชขั้นเทพ 62 ทักษะ ช่วยทีมขยายศักยภาพ แบบฉบับ SUPER COACHING

Campus Star

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2564 เวลา 06.03 น.
7 เทคนิคการโค้ชขั้นเทพ 62 ทักษะ กระตุ้นการค้นพบของตนเองและอีกฝ่าย เช่น เริ่มต้นให้ได้ใจ, ใช้คำว่า “อะไร” แทน “ทำไม”, เปลี่ยนความไม่พอใจเป็นข้อเสนอ

ในฐานะหัวหน้าแผนก เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกน้องมีแรงจูงใจในการทำงานและหมั่นพัฒนาตัวเองไปสู่ความสำเร็จอยู่เสมอ ในฐานะโค้ชกีฬา เราจะทำอย่างไรจึงจะฝึกและรับมือกับนักกีฬาที่อาจมีช่องว่างระหว่างวัยหรือวัฒนธรรมที่แตกต่างได้ ในฐานะแพทย์ เราจะทำอย่างไรเพื่อให้พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และในฐานะผู้ปกครองหรือคุณครู เราจะทำอย่างไรจึงจะสอนและให้คำแนะนำเด็กๆที่อยู่คนละรุ่น (generation) กับเราได้เป็นอย่างดี

7 เทคนิคการโค้ชขั้นเทพ แบ่งย่อยกว่า 62 ทักษะ

ช่วยทีมขยายศักยภาพ สร้างสุดยอดผลลัพธ์ แบบฉบับ SUPER COACHINGเชื่อว่าผู้ที่กำลังอ่านบทความนี้น่าจะอยู่ในบทบาทใดบทบาทหนึ่งข้างต้น และก็เชื่อว่าน่าจะเคยประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัยดังกล่าวกันมาแล้ว แต่หากได้ลองอ่าน “SUPER COACHING ช่วยทีมขยายศักยภาพ สร้างสุดยอดผลลัพธ์” เล่มนี้ รับรองว่าคุณจะปลดล็อกปัญหากวนใจเหล่านี้ รู้วิธีดึงศักยภาพ พร้อมสร้างสัมพันธ์อันดีกับคนในทีมไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน!คุณซึซุกิ โยะชิยุกิ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นโค้ชผู้มีประสบการณ์และคร่ำหวอดอยู่ในวงการการโค้ชมากว่า 20 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร COACH A Co., Ltd. และหัวหน้าโค้ชของสหพันธ์โค้ชนานาชาติ เขาเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพราะต้องการถ่ายทอดสิ่งที่เรียกว่า “การโค้ช” พร้อมแบ่งปันกลเม็ดเคล็ดลับของการโค้ชให้แก่ผู้คนทั่วโลก นอกจากนี้ คุณซึซุกิได้ปรับปรุงหนังสือเล่มนี้ให้ทันสมัยขึ้นโดยถ่ายทอดข้อมูลและแนวทางใหม่ๆมากมายหลายด้าน แต่ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไป หัวใจของการโค้ชยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ “การสร้างบุคลากรที่มีความคิดเป็นของตนเองซึ่งจะสร้างสรรค์อนาคตใหม่ๆได้” ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสมือนตำราการโค้ชขั้นพื้นฐานที่ไม่ว่าใครก็ควรอ่าน !

เนื้อหาภายในเล่ม

นำเสนอ 7 เทคนิคการโค้ชขั้นเทพ และแบ่งย่อยออกไปอีกเป็น 62 ทักษะ1.กระตุ้นการค้นพบของตนเองและอีกฝ่าย เช่น เริ่มต้นให้ได้ใจ, ใช้คำว่า “อะไร” แทน “ทำไม”, เปลี่ยนความไม่พอใจเป็นข้อเสนอ2.สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เช่น บอกความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา, รู้ “นิสัยคน 4 ประเภท”, กล่าวชมด้วยมุมมองของ “I”3.มองไปยังการบรรลุเป้าหมาย เช่น คุยเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ชอบ 30 นาที, อนาคตที่ปรารถนา, สร้าง Check List ของแต่ละคน4.เปลี่ยนมุมมองและวิธีเข้าหา เช่น ลองถามกว้างๆ, ให้อีกฝ่ายเป็นผู้เลือก, สลับกันเป็นโค้ช5.กระตุ้นการกระทำที่มาจากความตั้งใจของอีกฝ่าย เช่น ให้สิทธิ์ในการทำผิดพลาด, ใช้ “คำถามปลายปิด”, จุดไฟในหัวใจ6.สู่การเป็นโค้ชมือฉมัง เช่น ทำเป้าหมายเล็กๆในแต่ละวันให้สำเร็จ, สังเกตการสื่อสารด้วยมุมมองบุคคลที่ 3, อย่าอยู่สูงหรือต่ำกว่าอีกฝ่าย7.สร้างการสนทนาในทีมและองค์กร เช่น การเห็นต่างและความเห็นค้านเป็นเรื่องสำคัญ, สังเกตสภาพในทีมและนำมาคุย, ใช้ “การสื่อสารในแนวราบ”

สรุปแนวทางการใช้หนังสือเล่มนี้

นอกจากนี้ ท้ายเล่มยังมีสรุปแนวทางการใช้หนังสือเล่มนี้ โดยแบ่งตามสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาอ่านทั้งเล่ม เช่น

  • หากอีกฝ่ายไม่ค่อยพูด
  • เมื่ออีกฝ่ายอยู่ในสภาวะที่ก้าวข้ามปัญหาไม่ได้
  • เจอคนที่แสดงความไม่พอใจอยู่เสมอ
  • การอ่านนิสัยคนให้ออก
  • หากบรรยากาศในทีมไม่ดี
  • เมื่อไม่รู้จะชมอย่างไรดี
  • เมื่ออีกฝ่ายมีความรู้และประสบการณ์มากกว่า จึงไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรดี
  • ฯลฯสุดท้ายนี้ ขอปิดท้ายด้วยประโยคที่คุณซึซุกิเคยกล่าวไว้ “การโค้ชคือการวางคำถามไว้ระหว่างคนสองคน และหาคำตอบไปด้วยกันพร้อมๆ กับกระตุ้นการค้นพบของอีกฝ่าย” ขอให้โค้ชทุกท่านค้นพบแนวทางการโค้ชของตัวเอง ช่วยทีมขยายศักยภาพ และพาไปสู่สุดยอดผลลัพธ์ได้อย่างงดงาม

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...