ธุรกรรมแลกเงินหยวนพุ่ง 5 เท่า “วีซ่าฟรี” หนุน-ไทยเล็งเที่ยวจีนอันดับ 2
อานิสงส์มาตรการฟรีวีซ่าจีน หนุนยอดธุรกรรมแลกเปลี่ยน “เงินหยวน” พุ่งพรวด “YouTrip” เผยยอดแลกเงินหยวนโต 5 เท่า จีนขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอันดับ 2 ของนักท่องเที่ยวไทย “ญี่ปุ่น” ยังรั้งอันดับหนึ่ง “ซุปเปอร์ริชสีส้ม” ชี้เทรนด์นักท่องเที่ยวจีนเน้นใช้จ่ายผ่าน “อาลีเพย์” ขณะที่คนไทยถือบัตร Travel Card กระทบธุรกิจร้านแลกเงิน ปิดสาขา-หดตัวต่อเนื่อง
นางสาวจุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย ผู้ให้บริการดิจิทัลวอลเลตรองรับหลายสกุลเงิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังมีการเปิดวีซ่าฟรีระหว่างประเทศไทยและจีน พบว่า มีธุรกรรมใช้จ่ายเงินหยวนผ่าน YouTrip เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า และจะเห็นว่าประเทศจีนเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 2 ของผู้ใช้งาน YouTrip โดยเมืองยอดนิยม ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เสิ่นเจิ้น และเฉิงตู
ขณะที่ญี่ปุ่นยังคงครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของผู้ใช้ YouTrip ปัจจัยหลักจากจุดเด่นด้านวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว อาหารท้องถิ่น และแหล่งช็อปปิ้งหรู ประกอบกับค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงมาก
สำหรับภาพรวมยอดใช้จ่ายในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2567 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) มียอดใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า
ทั้งนี้ แนวโน้มปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากปรากฏการณ์เที่ยวล้างแค้น หรือ Revenge Travel ยังคงมีต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาโรงแรมและตั๋วเครื่องบินมีราคาค่อนข้างสูง ประกอบกับปัจจุบันศักยภาพในการรองรับของสายการบินและโรงแรมยังกลับมาไม่หมด
ขณะที่ยังมีคนมีความต้องการในการท่องเที่ยว รวมถึงการศึกษาเรียนต่อและการทำงานระหว่างประเทศมีแนวโน้มมากขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนธุรกิจและปริมาณธุรกรรมในปีนี้ โดยสกุลที่ได้รับความนิยมยังคงเป็น JPY GBP และ USD แต่ยอด CNY เติบโตเร็วที่สุดช่วงที่ผ่านมา
จับตาดอลลาร์ไต้หวันมาแรง
นายปิยะ ตันติเวชยานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์ริชเคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) หรือ “ซุปเปอร์ริชสีส้ม” กล่าวว่า ปริมาณการขายเงินตราต่างประเทศของบริษัท เดือน เม.ย. 2567 เพิ่มขึ้นราว 1,000 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาท จากเดือน มี.ค. ส่วนธุรกรรมการซื้อเงินตราเพิ่มเป็น 8,800 ล้านบาท โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นทุกสกุลเงิน สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับเพิ่มขึ้นทั้งขาเข้าและขาออก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและวันหยุดยาว
โดยตัวเลข ณ เดือน เม.ย. 2567 พบว่า เงินสกุลดอลลาร์ไต้หวัน (TWD) เพิ่่มขึ้นค่อนข้างแรง อยู่อันดับที่ 5 ปริมาณธุรกรรมอยู่ที่ 525 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพิ่มจากเดือน มี.ค.ที่อยู่ที่ 440 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน เช่นเดียวกับสกุลเงินหยวน (CNY) ที่เคยอยู่อันดับ 8 เมื่อเดือน มี.ค. ก็ขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ส่วนหนึ่งมาจากอานิสงส์มาตรการวีซ่าฟรี ทำให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปจีนมากขึ้น รวมทั้งชาวจีนที่เข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น
นักท่องเที่ยวจีนใช้อาลีเพย์
นายปิยะกล่าวว่า สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยังคงครองอันดับ 1 ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเดือน เม.ย.ปริมาณธุรกรรมอยู่ที่ 84 ล้านดอลลาร์ สัดส่วนประมาณ 34.10% เพิ่มจากเดือน มี.ค.ที่อยู่ 70 ล้านดอลลาร์ อันดับ 2 สกุลเงินยูโร (EUR) อันดับ 3 สกุลดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) อันดับ 4 เงินเยน (JPY) อยู่ที่ 3,090 ล้านเยน ลดลงจากเดือน มี.ค.ที่เคยอยู่ในอันดับ 3 มีปริมาณธุรกรรมอยู่ที่ 3,495 ล้านเยน
“ในช่วงไฮซีซั่นนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาค่อนข้างเยอะ และจากมาตรการวีซ่าฟรี ทำให้สกุลเงินหยวน จากเดือน มี.ค.อยู่อันดับ 8 ในเดือน เม.ย.ขึ้นมาอยู่อันดับ 6 อย่างไรก็ดี สัดส่วนของเงินหยวนยังน้อยมีเพียง 4% ถือว่าน้อยกว่าไต้หวัน ที่มีสัดส่วน 6.52% ซึ่งเห็นยอดธุรกรรมเพิ่มขึ้นของสกุลดอลลาร์ไต้หวันชัดเจน”
นายปิยะกล่าวว่า สำหรับสกุลเงินหยวนคาดว่าจะทรงตัวระดับนี้ เนื่องจากส่วนหนึ่งพฤติกรรมผู้บริโภค นักท่องเที่ยวหันไปการชำระเงินผ่านอาลีเพย์ และคนไทยส่วนใหญ่ก็มักจะแลกเงิน หรือถือบัตร Travel Card มากขึ้น ทำให้ปริมาณธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต่างประเทศไม่ได้เติบโตหวือหวาเหมือนในอดีต
“ปิดสาขา” ร้านแลกเงิน
นายปิยะกล่าวอีกว่า สกุลเงินหยวนคาดว่าน่าจะทรงตัวระดับนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภค นักท่องเที่ยวหันไปการชำระเงินผ่านอาลีเพย์ และคนไทยส่วนใหญ่ก็มักจะแลกเงินผ่านบัตร Travel Card มากขึ้น ทำให้ปริมาณซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา ต่างประเทศน้อยสวนทางกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้น
“ปีนี้บริษัทจะมีการทบทวนแผนธุรกิจ โดยอาจมีการปรับลดจำนวนสาขา ในบางพื้นที่ที่มีปริมาณธุรกรรมไม่หนาแน่น จากปัจจุบันมีอยู่ 33 แห่ง พร้อมกับปรับโมเดลธุรกิจ และเพิ่มบริการด้านอื่นทดแทน”
นางสาวชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ นายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (TAFEX) และประธานกรรมการบริษัท ทเวลฟ์ วิคทอรี่ เอ็กเชน จำกัด กล่าวว่า ช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ปริมาณธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราไม่ได้เติบโตหวือหวา เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยส่วนใหญ่จะใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือบัตร Travel Card
รวมถึงการชำระผ่าน QR Code มากขึ้น ทำให้การแลกเงินสกุลต่างประเทศผ่านร้านแลกเงินลดลง แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในไทยจำนวนมากจากมาตรการฟรีวีซ่า แต่จะเห็นว่ายอดธุรกรรมเงินหยวนไม่ได้สูงขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งมาจากนักท่องเที่ยวจีนนิยมใช้การชำระเงินผ่านอาลีเพย์มากขึ้น โดยไม่พกเงินสดจำนวนมาก
“ร้านแลกเงินและธนาคารพาณิชย์ปรับวิธี โดยจะไม่ได้มีการสต๊อกสกุลเงินต่างประเทศไว้จำนวนมาก เพราะธุรกรรมไม่เหมือนเดิมหลังโควิด”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกรรมแลกเงินหยวนพุ่ง 5 เท่า “วีซ่าฟรี” หนุน-ไทยเล็งเที่ยวจีนอันดับ 2
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net