โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

รถไฟฟ้าสีเทา ดันราคาที่ดิน วัชรพล-ประดิษฐ์มนูธรรม แตะวาละ 4.2 แสน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2567 เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2567 เวลา 11.35 น.

LWS จับมือ “โปรสเปคฯ” สำรวจราคาที่ดินและที่อยู่อาศัย จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลือง กับสายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ) พบแปลงติดถนนใหญ่ ย่านวัชรพล-ประดิษฐ์มนูธรรม ราคาเสนอขายแตะ 420,000 บาท/ตารางวา ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวเพิ่มขึ้น 20-25%

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นายปริสุทธิ์ รอดจากภัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท โปรสเปค แอพเพรซัล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทร่วมกับ LWS สำรวจทำเล วัชรพล-ประดิษฐ์มนูธรรม ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา

เป็นทำเลที่มีแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ) เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าวสำโรง) ในรัศมี 2 กิโลเมตร พบว่า ราคาที่ดินและที่อยู่อาศัยติดแนวถนนใหญ่ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน

โดยราคาที่ดินติดถนนใหญ่ จากราคาขายเฉลี่ย 220,000-270,000 บาทต่อตารางวา ในปี 2560 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 390,000-420,000 บาทต่อตารางวา ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 เพิ่มขึ้น 55-77% หรือปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% ต่อปี

ด้านราคาที่ดินอยู่ในซอย เสนอขายเฉลี่ย 100,000-190,000 บาทต่อตารางวา จากราคาขายเฉลี่ย 70,000-100,000 บาทต่อตารางวา ปรับเพิ่มขึ้น 40-100% เมื่อเทียบกับปี 2560

เช่นเดียวกับราคาที่อยู่อาศัย มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะ กลุ่มราคา 2.5-7.8 ล้านบาทต่อหน่วย จากราคาขายเฉลี่ย 2.3-7 ล้านบาทต่อหน่วย ในปี 2558 หรือราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4% ต่อปี

ส่วนราคาคอนโดมิเนียมพบว่า โครงการที่อยู่ในซอยราคาขายมือสองลดลงเฉลี่ย 3% โดยมีราคาขาย 1.3-1.9 ล้านบาทต่อหน่วย ขนาดห้อง 23-46 ตารางเมตร ปรับลดลงจากราคาขาย 1.7-2.3 ล้านบาท ในปี 2558

ในขณะที่คอนโดฯอยู่ติดถนนใหญ่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า อยู่ที่ 2.2-2.8 ล้านบาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากราคาขายเฉลี่ย 1.7-2.6 ล้านบาทต่อหน่วย ขนาดห้อง 39-49 ตารางเมตร ในปี 2560 หรือปรับขึ้นเฉลี่ย 3% ต่อปี

“ราคาคอนโดฯในซอยปรับตัวลดลง เนื่องจากคอนโดฯติดถนนใหญ่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า สูงกว่าราคาคอนโดฯในซอยไม่มาก ทำให้ผู้ซื้อส่วนใหญ่เลือกซื้อชุดมือสองที่อยู่ติดถนนใหญ่ มากกว่าที่ซื้อโครงการในซอย เพราะจ่ายเพิ่มขึ้นไม่มากแต่การเดินทางสะดวกกว่า” นายปริสุทธิ์กล่าว

ด้านนายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด (LWS) บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

กล่าวว่า ทำเลนี้มีศักยภาพสำหรับการพัฒนา ทั้งโครงการในเชิงพาณิชย์ และที่อยู่อาศัย เป็นทำเลที่เรียกว่าศูนย์กลางธุรกิจใหม่ หรือ New CBD มีแหล่งงานและมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์กับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนทุกวัย อาทิ ห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ สถานศึกษา โรงพยาบาล ฯลฯ

จากข้อมูลสถิติพื้นที่เขตวังทองหลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีจำนวนประชากร 103,456 คน มีจำนวนที่อยู่อาศัยจดทะเบียน 64,542 หลัง ยังไม่รวมประชากรแฝงในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีไม่น้อยกว่า 100,000 คน

รายได้ของประชากรในพื้นที่จากผลการสำรวจของ Jobthai ดอทคอม พบว่ามีการประกาศรับสมัครพนักงาน ที่มีฐานเงินเดือน 9,500-45,000 บาทต่อเดือน ถือว่าเป็นกลุ่มประชากรที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูง มีศักยภาพในการที่จะซื้อที่อยู่อาศัยได้ราคา 2.5-3 ล้านบาทต่อหน่วย

ยังไม่นับรวมผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ที่อยู่ในทำเลย่านทาวน์อินทาวน์ ที่มีรายได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ถือเป็นกลุ่มประชากรที่มีกำลังซื้อสูง

นายประพันธ์ศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผังเมืองยังคงเป็นสีเหลือง ซึ่งทำให้การใช้ประโยชน์ที่ดินสามารถพัฒนาได้เฉพาะโครงการแนวราบ หรือคอนโดฯ ที่มีพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร

อย่างไรก็ตาม ร่างผังเมืองใหม่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2568 ทำเลนี้จะเปลี่ยนเป็นผังเมืองสีส้ม หมายความว่าสามารถที่จะพัฒนาอาคารชุดขนาดพื้นที่ได้ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร หรือมากกว่า โดยมีเงื่อนไขที่ดินต้องอยู่ริมถนนใหญ่

จากแนวโน้มดังกล่าวจึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการอสังหาฯที่จะซื้อที่ดิน เพื่อรอการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย หรือคอนโดฯกลุ่มราคา 5-10 ล้านบาท และบ้านพักอาศัยราคา 40 ล้านบาทต่อหน่วย สำหรับที่ดินติดถนนใหญ่

ส่วนที่ดินในซอย สามารถพัฒนาคอนโดฯราคา 1.5-3 ล้านบาทต่อหน่วย และบ้านพักอาศัยราคา 10 ล้านบาท ขึ้นไป

“ภายใต้ผังเมืองปัจจุบัน การพัฒนาที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ ประเภทบ้านแนวราบจะตอบโจทย์ได้มากกว่าคอนโดฯ แต่ถ้ารอให้มีการปรับผังเมืองใหม่ในปี 2568 ก็เป็นโอกาสสำหรับคอนโดฯ หรืออาคารเชิงพาณิชย์ เพื่อตอบโจทย์กับการขยายเมือง” นายประพันธ์ศักดิ์กล่าว

ปัจจุบันในทำเลนี้มีคอนโดฯ อยู่ระหว่างขาย 1 โครงการ ชะลอการขาย 1 โครงการ ทางผู้พัฒนาอสังหาฯทยอยคืนเงินลูกบ้านที่ได้ชำระเงินไปแล้ว โดยไม่มีการพัฒนาต่อ

และผลสำรวจในพื้นที่ 10 โครงการคอนโดมิเนียม ในระยะ 2 กิโลเมตร มีจำนวนเหลือขาย 42 หน่วย คาดว่าใช้เวลาในการขาย 3-4 เดือน และมีบ้านพักอยู่ระหว่างขาย 3 โครงการ เหลือขาย 60 หน่วย จากผลสำรวจ 12 โครงการ คาดว่าใช้เวลาขาย 3 ปี เนื่องจากบ้านมีราคาค่อนข้างสูงมาก

ราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้าสายสีเทา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รถไฟฟ้าสีเทา ดันราคาที่ดิน วัชรพล-ประดิษฐ์มนูธรรม แตะวาละ 4.2 แสน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...