รู้จักกลุ่ม “ม้า 3 สี” กลุ่มเสี่ยง บัญชีม้า ที่ถูกสกัดเข้ม
แบงก์ชาติ เข้มมาตรการกวาดล้าง บัญชีม้า ในระบบ ด้วยการจัดการทุกบัญชีในทุกธนาคารของเจ้าของบัญชีต้องสงสัย มีอะไรน่าสนใจบ้างในการยกระดับการจัดการบัญชีม้าครั้งนี้บ้าง…
ธุรกรรมแบบนี้เข้าข่าย “ม้า” : บัญชีม้ามักจะมีธุรกรรมโอนเงินเข้า-ออกมูลค่าน้อยในเวลาสั้น ๆ หลายครั้ง ก่อนมีเงินโอนเข้า-ออกมูลค่าสูง พฤติกรรมของบัญชีม้ามักจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ละธนาคารจึงต้องตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
ม้าหมุน : เป็นพฤติกรรมของบัญชีม้า ที่จะใช้วิธีการเปิดบัญชีธนาคาร และเมื่อถูกจับได้จากธนาคารหนึ่งก็จะหมุนไปอีกธนาคาร จึงเป็นที่มาที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เข้มการจัดการ โดยเปลี่ยนจาก“บัญชี” เป็นคุมเข้ม“บุคคล” หากพบบุคคลที่เข้าข่ายเสี่ยงเป็นบัญชีม้าจะตรวจสอบบัญชีเดิมเชิงลึก เพื่อระงับธุรกรรม และไม่ให้เปิดบัญชีใหม่
กลุ่มบัญชีม้า 3 สี
การยกระดับการจัดการบัญชีม้า ของธปท. ได้จัดระดับบุคคลที่มีความเสี่ยง ออกเป็น 3 กลุ่มคือ
ม้าดำ : เป็นบุคคลที่มีข้อมูลจากประกาศของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เป็นรายชื่อผู้มีความเสี่ยงสูงเข้าข่ายกระทำตาม พรก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (พรก.ฯ)
ม้าเทา : เป็นบุคคลในฐานข้อมูลของ Central Fraud Registry (CFR) ที่อยู่กับ ITMX สมาคมธนาคารไทย ซึ่งข้อมูลในระบบ CFR เป็นรายชื่อผู้ที่ถูกแจ้งความหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในเส้นทางเงินทุจริตในทุกธนาคาร โดยธปท. ออกหนังสือเวียนให้ธนาคารใช้ข้อมูลรายชื่อในระบบ CFR ระหว่างกัน เพื่อจัดการบัญชีของบุคคลนั้นข้ามธนาคารได้ ซึ่งข้อมูลม้าเทาใน CFR จะมีผลบังคับใช้ใน 31 ก.ค. 67
ม้าน้ำตาล : เป็นบุคคลในฐานข้อมูลจากธนาคาร โดยเป็นข้อมูลจากการที่ธนาคารต่างๆติดตามพฤติกรรมผิดปกติของลูกค้า โดยธนาคารจะแลกเปลี่ยนรูปแบบ“พฤติกรรมผิดปกติ” และ “วิธีการจัดการ” เพื่อให้การตรวจสอบมีมาตรฐานเดียวกัน และขยายผลการกวาดบัญชีต้องสงสัยได้
ธปท.จะทำอย่างไรกับ “ม้า 3 สี”
กำหนดบทลงโทษบัญชีม้า
- เปิด/ขาย/ให้เช่า/ให้ยืม จาคุก 3 ปี หรือปรับ 300,000 บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ
- เป็นธุระจัดหา/โฆษณา จาคุก 2-5 ปี หรือปรับ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แบงก์ต้องทำอย่างไรช่วยลูกค้าปลอดภัยเพิ่มขึ้น
ภายในไตรมาส 4 ปี 67 ธนาคารจะต้องมีทางเลือกให้ลูกค้าสามารถล็อคเงินในบัญชีไม่ให้ทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยรูปแบบจะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร รวมทั้งต้องปลดล็อคได้ยากขึ้น และ/หรือ ปรับลดค่าวงเงินในการสแกนใบหน้าการทำธุรกรรมใน mobile banking โดยธนาคารจะเสนอบริการเพิ่มเติม อาทิ การโอนเงินที่อาศัยบุคคลอื่นช่วยอนุมัติ [double authorisation] การโอนเงินเฉพาะรายชื่อที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
ชื่อใน ซิม ไม่ ตรงบัญชี ต้องไปยืนยันตัวตนหรือไม่
กรณีที่ชื่อซิมกับบัญชีไม่ตรงกันนั้น สำหรับธนาคารลูกค้าที่ใช้งานมีประวัติมายาวนาน ธนาคารจะรู้จักลูกค้าดีอยู่แล้ว และสามารถรู้พฤติกรรมของลูกค้าตัวเองดี ซึ่งธนาคารจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับกลุ่มคนสุจริตและประชาชนทั่วไปแน่นอน วิธีการดำเนินการจะเป็นไปตามระดับความเสี่ยง
ส่วนกรณีที่อาจจะเคยพลาดพลั้งเข้าไปเป็นบัญชีม้าและจะต้องเปิดบัญชีในอนาคตนั้น การเข้าสู่บริการทางการเงินขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ หากเคยมีชื่อในกลุ่มเสี่ยงบัญชีม้าแต่ในอนาคตจะต้องกลับมาเปิดบัญชีอีกครั้ง จะต้องมีการพิสูจน์ยืนยันตัวตนที่เข้มข้นมากขึ้น เช่น บัญชีที่เปิดจะใช้ทำอะไร มีที่มาของเงินอย่างไร หรืออาจจะมีเงื่อนไขการใช้บัญชี เป็นต้น