นายกฯ แถลงหลังหารือผลประชุม JBC ลั่น! ไทยมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่-ใส่ร้าย
วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 12.00 น. ที่บ้านพิษณุโลก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเรียกผู้เกี่ยวข้องประชุมหารือถึงผลการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (JBC) ระบุว่า การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 ในวันที่ 14 - 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นผลสำเร็จที่ได้คุยกันและยอมรับกรอบ JBC ซึ่งเป็นไปตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แถลงไปแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการปิดด่านชายแดน น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ปิดด่าน เรากำหนดเวลาเปิด-ปิด ซึ่งเปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อมีการปะทะกันเกิดขึ้น จริง ๆ ทางประเทศไทยเองได้ทราบจากเพจกลาโหมของกัมพูชา ทีนี้หลังจากที่เรามีการตกลงกันแล้วทั้งในเรื่องการปรับลดกำลัง ที่เราคุยกันเรียบร้อยแล้ว แต่ทางเพจของกลาโหมกัมพูชาบอกว่าจะไม่ปรับกำลัง เราจึงกำหนดเวลาเปิด-ปิดด่าน ทางกัมพูชาก็กำหนดเวลาเช่นกัน ต่างคนต่างกำหนดเวลา
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาครั้งแรกวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 และมีความเห็นร่วมกัน คือ ให้สันติภาพเกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ ไม่ต้องการความขัดแย้ง เพื่อรักษาชีวิตของประชาชนและทหาร ก็พูดคุยอย่างต่อเนื่อง ดิฉันก็พยายามจะคุยในกรอบทวิภาคี นั่นคือกรอบการคุยระหว่างประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามกลไกระหว่างประเทศ หลังไมค์มีแน่นอน แต่การสื่อสารทางโซเชียลที่นอกกรอบและไม่เป็นมืออาชีพ จึงทำให้เกิดความวุ่นวายทั้งในแบบทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งทำให้เกิดผลลบของทั้ง 2 ประเทศ สิ่งที่ทางกัมพูชาโพสต์นั้นส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้ง 2 ประเทศ เรามีความห่วงใย ทั้งเรื่องการค้าขายตรงนั้นที่เกิดขึ้น ส่งผลไม้ ผัก ถ้าปิดด่านกระทบแน่นอน เพราะฉะนั้นเราถึงไม่ปิดด่านแต่เราปรับเวลา
ดิฉันได้แจ้งกัมพูชาว่า จะประชุมในวันนี้ก่อนเพื่อจะรายงานผลว่าจะดำเนินการต่อไปและส่งข้อความไปยังนายกฯ กัมพูชา โดยให้มี RBC เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างกองทัพ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
น.ส.แพทองธาร ระบุว่า อย่างที่แจ้งไปว่า กรณีกัมพูชาสื่อสารแบบนี้ไม่ส่งผลดีต่อทั้ง 2 ประเทศ การปล่อยข่าวได้เคยตกลงกันไปแล้วว่า อันนี้อย่าเพิ่งออกข่าว เราต้องคุยกันก่อน เพราะบางส่วนหน้างานอาจยังไม่ทราบเราต้องเห็นใจเขาด้วยและสถานการณ์จริงยังไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และการที่เรากำหนดเวลาปิด-เปิดด่านออกมา เพราะเห็นว่ามีอาวุธไกล อาวุธหนักเริ่มเยอะมากขึ้นจึงนำมาสู่การกำหนดเวลาเปิด-ปิดด่าน
และจากสิ่งที่ได้หารือในเวที JBC จะถูกจารึกเป็นลายลักษณ์อักษร หรือจะ JBC หรือ RBC ก็จะเป็นสิ่งที่ประชุมจะถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งทั่วโลกสามารถรับรู้ได้ว่าเราตกลงอะไรกันบ้าง และในช่วงบ่ายวันนี้ กต.จะเรียกประชุมทูตต่างประเทศทั้งหมดเพื่อชี้แจงให้รับทราบ รัฐมนตรีต่างประเทศเป็นคนจัดประชุมและได้คุยกับทูตกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม แล้ว แต่สิ่งที่อาจจะทำน้อยเพราะสื่อสารต่อสาธารณะเพราะเคารพและให้เกียรติกรอบทวิภาคและให้เกียรติระหว่างประเทศ ซึ่งต้องยึดกรอบทวิภาคีเป็นสำคัญ
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า "เราต้องบอกจุดยืนของเราเช่นกันว่า เราไม่เคยยั่วยุหรือพูดให้เกิดการปะทะใดทั้งในและต่างประเทศ ถ้าจะต้องตกลงว่าจะเกิดการปะทะ จะต้องมีการพูดคุยกับทหารด้วยว่าพร้อมหรือไม่ เราอยู่ในสถานะใดและเขาอยู่ในสถานะใด ไม่ใช่จู่ ๆ จะมีเรื่องจะจุดให้ไฟติดได้เลย นี่คือกรอบที่เราต้องยึดการปล่อยข่าวที่ไม่เกิดผลดีต่อทั้ง 2 ประเทศ"
“เราต้องปกป้องอธิปไตยของเรา แต่จะทำอย่างไรให้ยืดออกไป ให้การปะทะ การเสียเลือดเนื้อให้ไม่เกิดขึ้น แต่ยังคงรัก เห็นตรงกันทั้งกองทัพทั้งรัฐบาล ตรงนี้รัฐบาลกับกองทัพพูดคุยกันเสมอ”
“เราจะไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้ง ใส่ร้าย หรือขู่ เราก็เป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีเช่นกัน เราก็เป็นประเทศที่แข็งแรงเช่นกัน จุดนี้จะทำให้ทุกคนรู้ว่าถ้าไม่เคารพกฎกติกา ก็จะไม่ถูกยอมรับโดยทั่วโลก”