โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไขข้อข้องใจ ทำไมสหรัฐอเมริกาพิมพ์เงินได้ไม่อั้น ประเทศไทยพิมพ์เงินเองได้ไหม

TODAY Bizview

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 07.04 น. • workpointTODAY

ในยามที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดีนัก (เหมือนตอนนี้) ผู้เขียนไปเจอกระทู้หนึ่งในเว็บบอร์ดยอดนิยมตลอดกาลอย่าง ‘พันทิป’ (Pantip) โดยเจ้าของกระทู้ตั้งคำถามว่า ‘ทำไมรัฐบาลไม่พิมพ์เงินแจกผู้เดือดร้อนไปเลย เห็นต่างประเทศเขายังทำ QE กันได้เลย’

ช่วงที่ถามเป็นช่วงเดือน เม.ย.ของปี 2563 ช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนักๆ ตลาดหุ้นประกาศหยุดซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) ไม่เว้นวัน บรรษัทห้างร้านต่างๆ ต้องหยุดกิจการ นักท่องเที่ยวก็ไม่มี แม้ว่าตอนนี้จะลำบากไม่เท่าตอนนั้น แต่ก็แอบคิดถึงการพิมพ์เงินใช้เองเหมือนกัน

ถ้าทำได้ ก็คงจะดีไม่น้อย… (ในความคิดของประชาชนตัวเล็กๆ)

[ ทำไมสหรัฐพิมพ์เงินได้ไม่อั้น ]

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้รับการยอมรับในฐานะประเทศที่มีความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินแบบขยายตัว โดยเฉพาะการพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านมาตรการที่เรียกว่า ‘การผ่อนคลายเชิงปริมาณ’ (Quantitative Easing: QE) ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะชะลอตัว

แม้การพิมพ์เงินจำนวนมากโดยทั่วไปจะก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น เงินเฟ้อและการด้อยค่าของสกุลเงิน แต่สหรัฐอเมริกากลับสามารถดำเนินนโยบายดังกล่าวได้ในระดับที่ประเทศส่วนใหญ่ไม่สามารถทำตามได้ เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เฉพาะของสหรัฐฯ ดังนี้

1. สถานะของดอลลาร์สหรัฐในระบบเศรษฐกิจโลก

ดอลลาร์สหรัฐถือเป็น ‘เงินสกุลหลักของโลก’ (Global Reserve Currency) ซึ่งหมายความว่า ประเทศต่างๆ ทั่วโลกถือครองดอลลาร์เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ และใช้เป็นสื่อกลางในการค้าระหว่างประเทศ เช่น การซื้อขายน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์ หรือการชำระหนี้ระหว่างประเทศ

ความต้องการดอลลาร์อย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้สหรัฐสามารถพิมพ์เงินออกมาโดยไม่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีอุปสงค์จากต่างประเทศรองรับอยู่เสมอ

2. ตลาดการเงินขนาดใหญ่และความเชื่อมั่นระดับโลก

สหรัฐอเมริกามีตลาดการเงินที่ใหญ่และลึกที่สุดในโลก โดยเฉพาะตลาดพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง (Safe Haven)

เมื่อรัฐบาลสหรัฐพิมพ์เงินเพื่อซื้อพันธบัตรของตนเองผ่านนโยบาย QE ตลาดมักยังคงให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งทำให้ต้นทุนการกู้ยืมยังอยู่ในระดับต่ำ

3. ความสามารถในการควบคุมเงินเฟ้อในระยะยาว

แม้การพิมพ์เงินอาจสร้างแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ แต่สหรัฐอเมริกามีเครื่องมือและความน่าเชื่อถือทางนโยบายเพียงพอในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับเป้าหมาย (2%) ในระยะยาว

นอกจากนี้ Fed ยังมีอำนาจเต็มในการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย การบริหารสภาพคล่อง และการออกมาตรการควบคุมตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ความได้เปรียบเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

เศรษฐกิจสหรัฐมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีนวัตกรรม เทคโนโลยี และบริษัทข้ามชาติชั้นนำที่สร้างรายได้ทั่วโลก ส่งผลให้มีความสามารถในการจัดเก็บภาษีและรักษาความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว จึงช่วยรักษาความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจและสกุลเงินของประเทศ

[ ไทยพิมพ์เงินไม่อั้นบ้างได้มั้ย ]

ในเชิงเทคนิค ประเทศไทยสามารถ ‘พิมพ์เงิน’ ได้ ผ่านการดำเนินนโยบายการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการออกธนบัตรและควบคุมปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การพิมพ์เงินไม่สามารถทำได้ ‘ไม่อั้น’ หรือโดยไม่มีข้อจำกัด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน

เหตุผลที่ประเทศไทยไม่สามารถพิมพ์เงินได้อย่างไร้ขีดจำกัด เพราะสิ่งที่จะตามมา คือ…

1. ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

การพิมพ์เงินจำนวนมากเกินไปโดยไม่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจรองรับจะทำให้ปริมาณเงินในระบบมากกว่าปริมาณสินค้าและบริการที่มีอยู่ ส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเกิด ‘เงินเฟ้อ’ ซึ่งหากรุนแรงอาจกลายเป็น ‘เงินเฟ้อขั้นวิกฤต’ (Hyperinflation) เช่นที่เคยเกิดในซิมบับเวหรือเวเนซุเอลา

2. การด้อยค่าของเงินบาท

เมื่อมีการพิมพ์เงินมากเกินควร นักลงทุนและผู้ถือเงินอาจสูญเสียความเชื่อมั่นต่อค่าเงินบาท ทำให้ค่าเงินอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อการนำเข้า เงินเฟ้อ และเสถียรภาพเศรษฐกิจในภาพรวม

3. ผลกระทบต่อทุนสำรองระหว่างประเทศ

ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ การพิมพ์เงินเกินความจำเป็นอาจกระทบต่อฐานทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งมีไว้เพื่อค้ำประกันความสามารถในการชำระหนี้ต่างประเทศและรักษาเสถียรภาพค่าเงิน

4. ข้อจำกัดของความน่าเชื่อถือและระบบเศรษฐกิจ

ประเทศไทยไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ออกเงินสำรองระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหมายความว่า การพิมพ์เงินบาทไม่สามารถแปรสภาพเป็นหนี้สาธารณะหรือสินทรัพย์ที่ทั่วโลกยอมรับได้ในระดับเดียวกัน

ประเทศไทยจึงต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังและคำนึงถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งภายในและต่างประเทศ

[ แจกเงินต่างจากพิมพ์เงินยังไง ]

แม้จะดูคล้ายกันในมุมของผู้รับประโยชน์ แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ ‘การแจกเงิน’ และ ‘การพิมพ์เงิน’ เป็นเครื่องมือนโยบายคนละประเภท มีที่มา ผลกระทบ และผู้ดำเนินการแตกต่างกันอย่างชัดเจน

📌 แจกเงิน: เครื่องมือของนโยบายการคลัง

การแจกเงิน (Fiscal Stimulus) หมายถึง การที่ภาครัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนหรือเยียวยาประชาชนโดยตรง เช่น โครงการเราชนะ คนละครึ่ง หรือเงินเยียวยาช่วงการระบาดของโควิด-19

เงินที่ใช้แจกจ่ายมักมาจาก:

• รายได้ของรัฐบาล (เช่น ภาษี)

• การกู้ยืมผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาล

ผู้ดำเนินการ: รัฐบาลหรือกระทรวงการคลัง

ผลกระทบหลัก: เพิ่มการบริโภค กระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง

ข้อจำกัด: ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น หากไม่มีรายได้มารองรับ

📌 พิมพ์เงิน: เครื่องมือของนโยบายการเงิน

การพิมพ์เงิน หรือ การเพิ่มปริมาณเงินในระบบ (Monetary Expansion) หมายถึง การที่ธนาคารกลาง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ Federal Reserve ของสหรัฐฯ เพิ่มปริมาณเงินผ่านการซื้อพันธบัตร หรือสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ จากตลาด (เช่น มาตรการ QE)

เงินที่พิมพ์ขึ้นจะเข้าสู่ระบบผ่านกลไกการเงิน ไม่ได้ส่งตรงถึงประชาชน แต่จะเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ

ผู้ดำเนินการ: ธนาคารกลาง

ผลกระทบหลัก: ลดอัตราดอกเบี้ย กระตุ้นการลงทุนและปล่อยกู้

ข้อจำกัด: หากใช้เกินควร อาจก่อให้เกิดเงินเฟ้อ และค่าเงินอ่อน

สรุป คือ แม้จุดประสงค์ของการแจกเงินและพิมพ์เงินจะคล้ายกันคือ ‘กระตุ้นเศรษฐกิจ’ แต่แนวทาง ผลกระทบ และข้อจำกัดต่างกันโดยสิ้นเชิง การใช้นโยบายเหล่านี้จึงต้องพิจารณาควบคู่กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของตลาดการเงินอย่างรอบคอบ

[ พิมพ์เงินไม่ใช่คำตอบทุกปัญหา ]

แม้การพิมพ์เงิน หรือการเพิ่มปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของธนาคารกลางในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะชะลอตัว

แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ การพึ่งพานโยบายการเงินลักษณะนี้มากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง และไม่ได้ตอบโจทย์ทุกปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ

การพิมพ์เงิน (Monetary Expansion) เช่น การดำเนินมาตรการ QE มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ลดอัตราดอกเบี้ย และสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อในระบบ

แต่ข้อจำกัดสำคัญของมาตรการนี้คือ เงินที่ถูกเพิ่มเข้าสู่ระบบอาจไม่ไหลไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกรณีที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังไม่ฟื้นตัว

นอกจากนี้ การพิมพ์เงินในปริมาณมากเกินความจำเป็นยังอาจนำไปสู่…

• ภาวะเงินเฟ้อเรื้อรัง

• การด้อยค่าของสกุลเงิน

• การสูญเสียความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ

ซึ่งท้ายที่สุดจะบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม

ที่สำคัญ ปัญหาหลายด้านในระบบเศรษฐกิจ เช่น ความเหลื่อมล้ำเชิงรายได้ ประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี หรือความล่าช้าในการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มปริมาณเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง รวมถึงการปฏิรูปเชิงระบบในระยะยาว

ดังนั้น แม้การพิมพ์เงินจะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในบางสถานการณ์ แต่ก็ไม่ใช่ ‘คำตอบของทุกปัญหา’ และควรใช้อย่างรอบคอบภายใต้กรอบนโยบายที่มีความรับผิดชอบและสมดุล…

ที่มา:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...