โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลกัมพูชาแถลงย้ำจุดยืน ส่งข้อพิพาท 4 พื้นที่กับไทยให้ศาลโลกตัดสิน และจะไม่คุยเรื่องนี้ในการประชุม JBC แล้ว

The MATTER

เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 04.37 น. • Brief

สถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงน่าจับตา หลังจากที่วานนี้ (4 มิถุนายน 2568) นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียยืนยันว่ารัฐบาลไทยยืนยันหลักอธิปไตยและประโยชน์สูงสุดของประเทศ และย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสถานการณ์รอบด้าน

ล่าสุด รัฐบาลกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ย้ำจุดยืน โดยระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งเรื่องพิพาทพื้นที่อ่อนไหวที่มีประเด็นกับประเทศไทยมาอย่างยาวนานทั้ง 4 พื้นที่ไปให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสิน โดยหวังว่าไทยเองจะส่งข้อพิพาทดังกล่าวนี้ไปให้ศาลฯ ตัดสินด้วยเช่นกัน ขณะที่กัมพูชาจะยังคงเข้าร่วมการเจรจากับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ที่กำหนดในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ แต่จะไม่มีหัวข้อเรื่องข้อพิพาทนี้ในการประชุม

เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชา (RGC) ดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ยึดมั่นในสันติภาพ มิตรภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีพรมแดนร่วมกันซึ่งสร้างขึ้นในช่วงที่ฝรั่งเศสเป็นอาณานิคม

รัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความตึงเครียด และความสูญเสียก็ตาม

ในแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชา พยายามแก้ไขปัญหาอย่างสันติ เห็นได้ชัดจากการดำเนินการในอดีต ซึ่งรวมถึงการส่งข้อพิพาทไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ซึ่งตัดสินให้กัมพูชาชนะในปี 2505 และอีกครั้งในปี 2556 ในข้อพิพาทชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทย การกระทำเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งของเราที่มีต่อกฎหมายระหว่างประเทศและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ

รัฐบาลกัมพูชาบอกว่า เป็นเรื่องน่าสลดใจที่ในช่วงเช้าของวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ได้เกิดเหตุการณ์ที่กองทัพไทยเปิดฉากยิงใส่ฐานทัพของกัมพูชาในหมู่บ้าน Techo Morokot จังหวัดพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับให้เป็นฐานทัพของกัมพูชา โดยจากการตอบโต้กันนั้นทำให้มีทหารกัมพูชาเสียชีวิต

RGC ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อการใช้กำลังโดยที่ไม่ได้เกิดจากการยั่วยุ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และหลักการของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของกัมพูชาอย่างร้ายแรง ซึ่งระบุไว้ในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสองประเทศเมื่อปี 2543

รัฐบาลกัมพูชา ระบุด้วยว่า เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่น่ากังวลหลายประการ ที่เน้นย้ำถึงข้อจำกัดของกลไกการแก้ไขข้อพิพาทในปัจจุบัน ในการแก้ไขข้อขัดแย้งที่มีมายาวนานตามแนวชายแดนร่วมของไทยและกัมพูชา ด้วยเหตุนี้ และเพื่อผลประโยชน์ของการหาทางแก้ไขที่ยุติธรรม เป็นกลาง และยั่งยืน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 RGC จึงได้ตัดสินใจส่งข้อพิพาทพื้นที่อ่อนไหวทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ มอมเบย (Mom Bei), ปราสาทตาเมือนธม (Ta Moan Thom Temple) , ปราสาทธม (Thom Temple), ปราสาทตาเมือนโต๊ะ (Ta Moan Tauch Temple) และ ปราสาทตาควาย (Ta Krabei Temple) ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในกรุงเฮก

กัมพูชาจะยังคงมีส่วนร่วมผ่านกรอบงานทวิภาคีที่มีอยู่ แต่ประเด็นการข้อพิพาทพื้นที่ทั้ง 4 ที่กล่าวถึงข้างต้นจะไม่รวมอยู่ในวาระการประชุม JBC ในวันที่ 14 มิถุนายนครั้งนี้

“กัมพูชาแสดงความหวังว่าประเทศไทยจะให้ความร่วมมือในการส่งต่อกรณีข้อพิพาทนี้ไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศร่วมกัน โดยคำนึงถึงความยุติธรรม การสร้างความไว้วางใจ มิตรภาพระยะยาว และความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถบรรลุความร่วมมือได้ กัมพูชาก็พร้อมที่จะดำเนินการอย่างอิสระ”

“รัฐบาลขอเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาทุกคนดำเนินการในประเด็นนี้ด้วยความสงบและอดทน และอย่าให้กลายเป็นเรื่องของความรู้สึกทางชาติพันธุ์หรือชาตินิยม เราเน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการรักษาความสัมพันธ์ปกติกับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการค้า การท่องเที่ยว และความร่วมมือในวงกว้าง เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนของเรา” แถลงการณ์ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...