โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจรจาภาษี ไทย- สหรัฐฯ - การค้า 2 ประเทศจะออกหน้าไหน รอดหรือร่วง ?

SpringNews

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 03.27 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 03.20 น.

การค้า 2 ประเทศจะออกหน้าไหน - รอดหรือร่วง ?

ไทยกำลังอยู่บนเส้นทางที่ท้าทายอย่างยิ่งในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา คู่ค้าคนสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีที่อาจสูงถึง 36% ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีเส้นตายสำคัญในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ท่ามกลางแรงกดดันจากนโยบาย "America First" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และความไร้เสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ
สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ ณ เวลานี้ เหมือนการความเสี่ยงที่แขวนอยู่บนเส้นดาย ซึ่งรัฐบาลไทยต้องใช้ความพยายามทางการทูตและการเจรจาอย่างสูงสุดเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออก ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจ

เส้นตายที่ขยับเข้ามา: ความท้าทายจากนโยบายทรัมป์

ภายใต้นโยบายภาษีใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 สหรัฐฯ ได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้าพื้นฐานที่ 10% สำหรับทุกประเทศ แต่สงวนสิทธิ์ที่จะเรียกเก็บในอัตราที่สูงกว่ามาก ซึ่งอาจสูงถึง 50% หากการเจรจาไม่เป็นผล เดิมทีเส้นตายถูกกำหนดไว้ในวันที่ 9 กรกฎาคม แต่ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 1 สิงหาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศคู่ค้าได้ยื่นข้อเสนอสุดท้าย
สำหรับไทย , หากการเจรจาล้มเหลว อัตราภาษี 36% จะกลายเป็นความจริง ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยให้หายไปถึง 1% และส่งผลให้ปริมาณการขนส่งสินค้าไปยังตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทยลดลงอย่างฮวบฮาบ

ข้อเสนอของไทย: เดิมพันเพื่อลดการขาดดุล คณะเจรจาของไทย นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยื่นข้อเสนอเชิงรุกเพื่อสร้างแรงจูงใจให้สหรัฐฯ ยอมรับข้อตกลง โดยตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในการ ลดการขาดดุลการค้ากับสหรัฐฯ มูลค่า 46,000 ล้านดอลลาร์ ลง 70% ภายใน 5 ปี และเข้าสู่จุดสมดุลภายใน 7-8 ปี ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่รวดเร็วกว่าข้อเสนอเดิมที่ตั้งไว้ 10 ปี

[ ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมของไทย ]
การเปิดตลาดสินค้าสหรัฐฯ: ไทยพร้อมเปิดรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยผลิตไม่เพียงพอ เช่น ถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งนายพิชัยยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อเกษตรกรและผู้ผลิตในประเทศ
การสั่งซื้อครั้งใหญ่: มีการอ้างอิงถึงข้อตกลงที่กลุ่ม ปตท. เคยลงนามเพื่อนำเข้า LNG จากสหรัฐฯ ปีละ 2 ล้านตัน เป็นเวลา 20 ปี และการพิจารณาของบริษัท การบินไทย ที่จะจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้งมากถึง 80 ลำ
การอำนวยความสะดวกทางการค้า: ผ่อนคลายมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี และเพิ่มความโปร่งใสในการส่งออกเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ "Made in Thailand" จากประเทศที่สาม
.
นายพิชัย แสดงความเชื่อมั่นว่าการเจรจาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางที่ดี และคาดว่าจะยื่นข้อเสนอฉบับปรับปรุงสุดท้ายก่อนวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ โดยเป้าหมายที่ดีที่สุดคือการถูกเก็บภาษีในอัตรา 10% และยังยอมรับได้หากอยู่ในช่วง 10-20%

ภาพรวมภูมิภาค: ทุกประเทศต่างวิ่งเต้น

ไทยไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว สถานการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์การค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคต่างกำลังเจรจาอย่างเข้มข้น:

เวียดนาม: บรรลุข้อตกลงที่อัตราภาษี 20% หลังยอมเปิดตลาดทั้งหมดและสั่งซื้อสินค้ารายการใหญ่จากสหรัฐฯ
อินโดนีเซีย: ได้รับการตอบรับที่ดี และเตรียมลงนามข้อตกลงมูลค่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์
อินเดีย: จวนจะสรุปข้อตกลงที่คาดว่าจะทำให้อัตราภาษีเฉลี่ยอยู่ที่ 10%
จีน: แม้จะเคยมีข้อตกลงลดภาษี แต่ทรัมป์ได้ประกาศยุติและตั้งเป้าเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 55% สะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงอยู่
สหภาพยุโรป: มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญและคาดว่าจะประกาศข้อตกลงใหญ่ในไม่ช้า

ขณะเดียวกัน สถานการณ์การเมืองภายในของไทยที่เกี่ยวข้องกับสถานะของนายกรัฐมนตรี กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยซับซ้อนที่อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องและเสถียรภาพในการเจรจาครั้งสำคัญนี้

บทสรุปการเจรจาการค้า

บทสรุปของการเจรจานี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงอนาคตเศรษฐกิจของประเทศไทย ท่ามกลางสมรภูมิการค้าโลกที่ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ทุกฝ่ายต่างจับตามองว่าทีมเจรจาของไทยจะสามารถนำพาประเทศออกจากความเสี่ยงครั้งใหญ่นี้ได้สำเร็จหรือไม่ ก่อนที่เส้นตายในวันที่ 1 สิงหาคมจะมาถึง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...