โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการวิเคราะห์ "การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม" จากมุมมองอดีตนายกฯ

สยามรัฐ

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 13.25 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 13.25 น.

วันที่ 7 ก.ค.68 รองศาสตราจารย์ ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล บทวิเคราะห์ เรื่อง "การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม" ผลงานเขียนของ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร ระบุว่า ….

ความสำคัญของการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม

ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร เน้นย้ำว่า "การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมนั้นมีความหมายลึกซึ้ง เป็นคุณธรรมที่สูงส่งทรงคุณค่า และมีความสำคัญต่อสังคมส่วนรวมยิ่งไปกว่าคุณธรรมอื่นใด เป็นการรวมเอาคุณธรรมประการอื่นๆ ไว้ด้วยแล้วในตนเอง" ท่านชี้ให้เห็นว่าคุณธรรมนี้เป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และเป็นคุณธรรมที่ประชาชนคนไทยต้องยึดมั่นไว้เพื่อประพฤติตนให้อยู่ในกรอบของคุณงามความดี กฎหมาย และศีลธรรม

สถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทยปัจจุบันและผลกระทบ

บทความวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของสังคมไทยที่ "ความเจริญทางด้านจิตใจของสังคมไทยกำลังเสื่อมถอย สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่ตามใจตนเองอย่างไม่มีขอบเขต (A PERMISSIVE SOCIETY) มักง่าย ไร้ระเบียบวินัย และไม่นำพาต่อกฎหมายบ้านเมือง" ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น อาชญากรรม การฉ้อราษฎร์บังหลวง การซื้อสิทธิขายเสียง และระบบอุปถัมภ์ ล้วนเป็นเสมือน "เนื้อร้ายที่ฝังรากลึกคอยกัดกินและบ่อนทำลายบ้านเมืองตลอดมา"สาเหตุสำคัญของปัญหานี้คือ แม้ประชาชนจะมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมอยู่บ้างแล้ว "แต่ความเข้าใจนั้นหาได้เข้าถึงส่วนลึกในจิตใจของประชาชนไม่ คนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญและไม่นำไปปรับใช้ในชีวิตจริง"

แนวทางการแก้ไข ปลูกฝังคุณธรรมจากภายใน

ศาสตราจารย์ธานินทร์เสนอว่าหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาคือ "ต้องแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา เมื่อเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมเป็นเรื่องของจิตใจเราก็ต้องแก้ไขที่จิตใจเสียก่อน". ท่านยกตัวอย่างการอบรมสั่งสอนเยาวชนของประเทศอังกฤษที่เน้นการเป็น "เด็กดี" ก่อน "เด็กเก่ง". โดยมีคติธรรม 7 ประการ ได้แก่ สัจจะ (TRUTH) ความซื่อสัตย์สุจริต (HONESTY) , ความระลึกในหน้าที่ (SENSE OF DUTY), ความอดกลั้น (PATIENCE) ความเป็นธรรม (FAIR PLAY) ความเอาใจเขามาใส่ใจเรา (CONSIDERATION FOR OTHERS) และเมตตาธรรม (KINDNESS) คติธรรมเหล่านี้เมื่อครบถ้วนจะก่อให้เกิด "INTEGRITY" ซึ่งหมายถึง "STRENGTH AND FIRMNESS OF CHARACTER", "UNCOMPROMISING ADHERENCE TO A CODE OF MORAL VALUES" และ "MORAL UPRIGHTNESS"

สำหรับสังคมไทย ศาสตราจารย์ธานินทร์เสนอให้เพิ่มคติธรรมอีก 5 ประการ ได้แก่ ความกตัญญูกตเวที (GRATITUDE) ความสุภาพนุ่มนวล (POLITENESS) ความคารวะต่อผู้มีอาวุโส (RESPECT FOR ELDERS) รักษาคำพูด (PROMISE) และจิตสำนึกสาธารณะ เสียสละเพื่อส่วนรวม (PUBLIC CONSCIENCE) การปลูกฝังคุณธรรมเหล่านี้จะช่วยให้คนไทยเป็น "คนเต็มคน" ที่มี "INTEGRITY" ประจำตัว

บทบาทของกฎหมายและมาตรการเสริม

บทความชี้ให้เห็นว่าแม้กฎหมายจะเป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมสังคม แต่ "กฎหมายนั้นไม่อาจครอบงำความประพฤติคนได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะเรื่องกฎหมายเป็นเรื่องจิตใจคนนั้นทำต่างกันแสนไกล" ดังนั้น จึงต้องมี "มาตรการด้านคุณธรรมจริยธรรม เข้ามาเสริมมาตรการด้านกฎหมาย เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดแก่สังคมส่วนรวม". มาตรการเหล่านี้รวมถึงการแก้ไขที่จิตใจด้วย "หิริโอตตัปปะ" และ "กฎแห่งกรรม"

การขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์และการประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ควรนำแนวคิดเหล่านี้ไปขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะ คือ"การปลูกฝังและปลูกจิตสำนึกสาธารณะ (PUBLIC CONSCIENCE) นอกจากทำให้ประชาชนมีหิริโอตตัปปะอันจะทำให้เขาไม่กล้าที่จะทำความชั่วแล้ว เรายังจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างให้ประชาชนในชาติมีจิตสำนึกสาธารณะที่จะเสียสละเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม"

ส่งเสริมมาตรการคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่กับกฎหมาย "เราจำเป็นต้องเร่งดำเนินการตั้งแต่วันนี้ ผลักดันให้มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมเป็นวาระแห่งชาติ จัดทำแผนการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกระดับและทุกภาคส่วน มุ่งเน้นการปลูกฝังและรณรงค์ให้ประชาชนยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมทั้งในชีวิตส่วนตัวและในชีวิตการทำงาน"

สร้างความร่วมมือ "เราต้องช่วยกันยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมอย่างแข็งกล้า ช่วยกันปลุกจิตสำนึกแก่สังคมในการทำทางเดียวกัน เพื่อให้การรณรงค์เรื่องคุณธรรมและจริยธรรมในสังคมเดินไปในทิศทางเดียวกัน"

ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาชีพ "การผนึกกำลังกันในหมู่ผู้ประกอบวิชาชีพเดียวกัน (PROFESSIONAL SOLIDARITY) เมื่อท่านทั้งหลายได้หมั่นฝึกอบรมตนเองให้เป็นผู้ที่ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมแล้ว ท่านยังมีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาให้การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมนี้ หยั่งรากลึกและเจริญงอกงามในจิตใจของผู้คนในสังคมด้วย"

สำหรับประชาชนทั่วไป การประพฤติปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันสามารถทำได้โดยยึดมั่นในคติธรรม 12 ประการ นำหลักสัจจะ ความซื่อสัตย์ ความระลึกในหน้าที่ ความอดกลั้น ความเป็นธรรม ความเอาใจเขามาใส่ใจเรา เมตตาธรรม ความกตัญญูกตเวที ความสุภาพนุ่มนวล ความคารวะต่อผู้มีอาวุโส การรักษาคำพูด และจิตสำนึกสาธารณะ มาปรับใช้ในทุกการกระทำ

เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมเสมอ แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบาก ท่านต้องเชื่อมั่นว่า "ในท้ายที่สุดความถูกต้องชอบธรรมจะปกป้องตัวท่านเอง"

ตระหนักถึงกฎแห่งกรรม "หากท่านทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องแล้ว ตัวท่านเองก็ไม่มีทางรอดพ้นกฎแห่งกรรมอันเป็นสัจจธรรมไปได้อย่างแน่นอน"

ท้ายที่สุด ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้กล่าวไว้ว่า "ในการดำเนินชีวิตของเรานั้น เราต้องไม่เกรงกลัวสิ่งใดๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่ว ไม่ดีงาม เราต้องยืนหยัดด้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าดีงามอันเป็นธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เรารู้ทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้องและเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากยิ่งๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมมิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ" นี่คือหลักสำคัญที่ทุกคนควรยึดถือเพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีคุณธรรม

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก รองศาสตราจารย์ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...