โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทองธารโชว์วิสัยทัศน์ ยกระดับ Soft Power ไทยสู่สากล เพิ่มทางรอดและเงินในกระเป๋าให้คนไทย

The Momentum

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 17.13 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.13 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2568) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางมายังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเปิดงาน SPLAH - Soft Power Forum 2025 โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ทุกวันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นประเทศไทยจะต้องปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แพทองธารกล่าวว่า ครั้งหนึ่งประเทศไทยเคยฝากความหวังไว้ว่าจะเป็น ‘ดีทรอยต์แห่งเอเชีย’ ที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ หรือการหวังว่าจะเป็น ‘ครัวของโลก’ แต่ปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเริ่มมีการปรับตัวมากขึ้น ประเทศไทยจึงไม่สามารถอยู่เฉยได้อีกต่อไป

“วันนี้ประเทศไทยยืนอยู่บนทางแยกแห่งอนาคต รัฐบาลพยายามจะหาเม็ดเงินใหม่ๆ เข้ามาในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เทคโนโลยี หรือการเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค รัฐบาลเริ่มแล้วเพื่อเป็นการวางรากฐานแห่งอนาคต ไม่ให้เราช้าอีกต่อไป ไล่กวดให้ทันกับโลกมากขึ้น”

สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือ วัฒนธรรมสร้างสรรค์หรือ ‘Soft Power’ นายกฯ กล่าวว่า ทุกวันนี้โลกไม่ได้สนใจเพียงแค่การซื้อสินค้าหรือบริการอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการซื้อประสบการณ์ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ทำให้ทั่วโลกหลงเสน่ห์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งตัวของคนไทยเอง

แพทองธารเล่าต่อว่า ปีที่ผ่านมานโยบาย Soft Power เดินหน้าอย่างมียุทธศาสตร์มากขึ้น ผ่านการวางเป้าหมายทำให้วัฒนธรรมมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการให้ทุกภาคส่วนทำงานอย่างเป็นระบบ เปลี่ยนบทบาทของภาครัฐให้กลายเป็น ‘ผู้สนับสนุน’ และยกระดับวัฒนธรรมให้เชื่อมโยงกับโลกมากขึ้น

5 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะยกระดับไปสู่สากลมีดังต่อไปนี้

1. อาหารไทย: รัฐบาลมีโมเดล ‘Thai Cuisina’ จะครอบคลุมทั้ง Supply Chain ของอาหารรวมไว้ในที่เดียว ซึ่งจะตั้ง Thai Cuisina ให้อยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วโลก ควบคู่ไปกับการสร้างมาตรฐาน Thai Select ให้เทียบเท่ากับ Michelin Star ให้ได้

2. มวยไทย: ชาวต่างชาติให้ความสนใจอย่างมาก อุตสาหกรรมนี้จะพยายามทำให้ทุกยิมมีใบรับรองการสอนมวยไทยที่ถูกต้อง เพื่อให้เป็น ‘Muay Thai Bootcamp’

3. Thai Wellness: ในยุคที่คนทั่วโลกแสวงหาความสมดุล รัฐบาลจะสนับสนุนการผสมผสานการนวดที่ใช้สมุนไพรและอาหารสุขภาพ มาบำบัดร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน

4. ภาพยนตร์: รัฐบาลต้องการให้ไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ให้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้กระทรวงวัฒนธรรมกำลังผลักดันการให้สิทธิประโยชน์คืนเงิน (Cash Rebate) กับผู้ผลิตภาพยนตร์ชาวไทยมากขึ้น

5. อัญมณี: เมื่อ 20 ปีที่ก่อน อุตสาหกรรมนี้มียอดส่งออกอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท แต่มาในปีนี้อัญมณีของไทยส่งออกมากขึ้นถึง 10 เท่า ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องการทำให้ช่างเจียระไนและช่างทองมีความรู้มากขึ้น เพื่อยกระดับความเป็นศิลปิน เพื่อให้มีค่าตอบแทนที่มากขึ้น โดยรัฐบาลมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้เป็น 1 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี

แพทองธารทิ้งท้ายว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่นำมาฉายภาพให้เห็นถึงโอกาสว่า ประเทศไทยยังมีอุตสาหกรรมอีกมากที่สามารถเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ เป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่ทำให้คนไทยมีทางรอดมากขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมคุณค่าและมูลค่ากับอาชีพใหม่ๆ ให้เพิ่มมากขึ้น


“ปีนี้เป็นปีที่ 2 ของ Splash Soft Power Forum งานนี้ไม่ใช่แค่เวทีจัดแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรม Soft Power ไทย แต่คือพื้นที่แห่งความหวัง ความร่วมมือ และความสร้างสรรค์ร่วมกันของคนไทย

“เราจะได้มองเห็นอนาคตของอุตสาหกรรม Soft Power ไทยในหลายรูปแบบ ได้แลกเปลี่ยนกับนักสร้างสรรค์จากทั่วโลก ได้ร่วมฟังวิสัยทัศน์จากผู้นำในอุตสาหกรรม ซึ่งจะจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ที่เปลี่ยนอนาคตของประเทศไทยไปตลอดกาล” นายกฯ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...