โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งประสานพันธมิตร ลุยช่วย SME ได้รับผลกระทบชายแดน

The Better

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 03.09 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 03.04 น. • THE BETTER
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งประสานพันธมิตร ลุยช่วย SME ชายแดนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งพักหนี้-ให้สินเชื่อใช้หมุนเวียนธุรกิจ และประสานห้างท้องถิ่นรับสินค้า SME ไปขาย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผย จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ ทั้งด้านการเสริมสภาพคล่องทางการค้าแก่ภาคธุรกิจผ่านสถาบันการเงิน และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการค้าส่งและห้างท้องถิ่นต้นแบบเพื่อช่วยกระจายสินค้าของผู้ประกอบการในพื้นที่ ช่วยสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ให้ SME ไทย โดยมาตรการเร่งด่วนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย ‘ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย’ ที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ เพื่อส่งเสริมการบริโภคสินค้าไทย โดยเฉพาะในสถานการณ์เช่นนี้ การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและสินค้าไทยจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
อธิบดีอรมน กล่าวต่อว่า ล่าสุด กรมฯ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ 1) ประสานงานธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและผู้สนใจ ประกอบด้วย 1.1) พักชำระหนี้คงค้างจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยมีผู้ประกอบการในจ.จันทบุรีเข้าโครงการพักชำระหนี้แล้ว 1.2) ให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ โดย ธพว.ได้ให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการใน จ.จันทบุรี รายละ 5 แสนบาท และ จ.สระแก้ว รายละ 3 ล้านบาท
2) ประสานผู้ประกอบการค้าส่งและห้างท้องถิ่นต้นแบบในจังหวัดชายแดนและจังหวัดข้างเคียงช่วยรับซื้อสินค้าของผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไปวางจำหน่ายในร้านหรือห้าง ล่าสุดมีผู้ประกอบการค้าส่งและห้างท้องถิ่นต้นแบบใน จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี จ.ตราด และ จังหวัดใกล้เคียง ได้นำสินค้าของผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนไปวางจำหน่ายแล้ว เพื่อเป็นการกระจายและระบายสินค้า ขณะเดียวกัน กรมฯ เตรียมเจรจากับผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกทั่วประเทศที่อยู่ในการส่งเสริมสนับสนุนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าช่วยกระจายสินค้าของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในช่วงเวลานี้ และจะเปิดให้มีการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ SME เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างจังหวัด และระหว่างภาคไปวางจำหน่าย เป็นการสร้างการรับรู้แก่สินค้าและขยายช่องทางการตลาดในวงกว้าง เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างกัน
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัด (พณจ.) ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ พณจ.ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี สำรวจผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือด้านต่างๆ จากกระทรวงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติ โดยผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 7 จังหวัดข้างต้น
อธิบดีอรมน กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ‘คนไทยไม่ทิ้งกัน’ กรมฯ พร้อมเคียงข้างและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทุกระดับอย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีหลากหลายโครงการที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเสริมสร้างองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ การจับมือสถาบันการเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ การนำผู้ประกอบการออกงานแสดงและจำหน่ายสินค้าตามสถานที่ต่างๆ และการเจรจาจับคู่ธุรกิจเพื่อขยายช่องทางการตลาดให้มีความหลากหลายกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด หรือติดตามกิจกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการไทย ได้ที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Call Center 1570 และ www.dbd.go.th”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...