โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รบ5วัน‘ไทย’ครองจุดยุทธศาสตร์ ภัย‘กัมพูชาคุกคาม’วนลูป

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 20.43 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 01.12 น.

ก่อนเปิดฉากสู้รบ ชายแดนไทย-กัมพูชา 24 ก.ค.2568“กองทัพ”วางเป้าหมายไว้ว่า หากสถานการณ์พลิกผันไปถึงจุดนั้น จะผลักดันทหารกัมพูชา ที่ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2554 ออกจากพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทั้งหมด

การสู้รบในครั้งนั้น ทหารไทยใช้เวลากว่า 14 วัน ก่อนกัมพูชาจะยอมยกธงขาว เมื่อสัญญาณหยุดยิงเริ่ม มีเงื่อนไขว่า กำลังทหารไทย-กัมพูชา ประจำจุดไหนให้ยึดจุดนั้น จึงเป็นที่มา ทหารกัมพูชารุกคืบวางกำลังใกล้พื้นที่ทหารไทยหลายจุด ก่อนเข้าสู่เวทีการเจรจา

ตัดกลับมาปัจจุบัน กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบความเคลื่อนไหวกำลังทหารกัมพูชาเริ่มเข้ามาประชิดชายแดนไทยตั้งแต่ปลายปี 2567 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 จึงรายงานมายังหน่วยเหนือระดับกองทัพบก กระทรวงกลาโหม และรัฐบาล

จุดแรก“ปราสาทตาเมือนธม” ทหารกัมพูชาขยับวางกำลังบริเวณหลังต้นขี้เหล็กด้านล่าง ห่างจากตัวประสาทไม่กี่ร้อยเมตร แต่ยังอยู่ในจุดเสียเปรียบ เพราะทหารไทยอยู่พื้นที่ด้านบน และถัดไปอีกประมาณไม่กี่กิโลเมตร คือ“ปราสาทตาเมือนโต๊ด”

ก่อนถึงเวลาเดดไลน์ ทหารกัมพูชาระดมกำลังจากพื้นที่ตอนใน เข้ามาสมทบเป็นหลักพัน หวังยึดครองตัวปราสาท และตีแนวรบทหารไทยมีการวางกำลังตลอดแนว เพื่อไปถึงปราสาทตาเมือนโต๊ดให้ได้ และเมื่อถึงเวลาหยุดยิง ทหารไทยยังรักษาพื้นที่คงความได้เปรียบทั้งหมด

เช่นเดียวกับ ปราสาทตาควาย ก่อนหน้านี้ ทหารไทยไม่เคยเสียตัวปราสาท แต่เสียเปรียบยุทธศาสตร์ เนื่องจากทหารกัมพูชาอยู่ 3 เนินสูง แต่ตลอด 5 วันปะทะหนัก ทหารไทยสามารถทำลายเนินลงได้เรียบร้อย

“ภูมะเขือทหาร” ไทยยึดได้เบ็ดเสร็จ พร้อมทั้งทำลายการจัดวางกำลังทหารกัมพูชาบนจะงอยหน้าผาที่ขึ้นมาเมื่อปี 2554 และรื้อถอนตัวฐานกระเช้า และบันไดภูมะเขือ เป็นการตัดเส้นทาง ไม่ให้ทหารกัมพูชาขึ้นมาบนภูมะเขือได้อีก รวมถึงระเบิดเสาสัญญาณสื่อสารของกัมพูชาทิ้ง

“ช่องอานม้า” มีพื้นที่สำคัญ 3 จุด ทหารไทยยึดพื้นที่เบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะส่วนด้านบน ที่กัมพูชาก่อสร้างอนุสาวรีย์ตาอม แต่ถูกปืนใหญ่ของกัมพูชาเองโจมตีพังยับ เนื่องจากยิงพลาดเป้า หวังยึดพื้นที่คืนจากทหารไทย

อีกจุด"ช่องบก" พื้นที่ทหารกัมพูชาเคยรุกล้ำอธิปไตย ขุดคูเลตก่อนฝังกลบ และยอมปรับกำลังออกไปจากจุดเดิมที่เคยอยู่ จุดนี้มีการปะทะรุนแรง แต่ทหารไทยรักษาพื้นที่เดิมไว้ได้ทั้งหมด

สอดคล้องกับ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญ รายงานสถานการณ์หลังเวลาหยุดยิง วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 หลัง เวลา 00.00 น. จนถึงเวลา 14.00 น. ทหารกัมพูชาพยายามยึดพื้นที่คืนจากทหารไทยในหลายพื้นที่

โดยเฉพาะ "พื้นที่ช่องบก" เกิดการปะทะด้วยปืนเล็ก ที่เนินโนเนมทางทิศตะวันตกช่องบก "พื้นที่ช่องอานม้า"เวลา 05.00 น. เกิดการปะทะด้วยอาวุธยิงสนับสนุน สิ้นสุดในเวลา 09.00 น. ทั้งสองฝ่ายจัดตั้งชุดประสานงานบริเวณทิศใต้ช่องอานม้า

"พื้นที่ซำแต" เกิดการปะทะฝ่ายเราสามารถควบคุมพื้นที่เอาไว้ได้ "พื้นที่ช่องตาเฒ่า"ตรวจพบการนำยานพาหนะพร้อมกำลังพลเคลื่อนย้ายเข้ามาในพื้นที่ ปัจจุบันกำลังดังกล่าววางกำลังอยู่บริเวณปากช่องตาเฒ่า

พื้นที่ภูมะเขือ” ฝ่ายประเทศกัมพูชายังคงลาดตระเวนโดยรอบ และใช้อาวุธวิถีโค้งโจมตีฝ่ายไทย ในช่วงเวลา 01.00 น. และพื้นที่ปราสาทตาควาย และประสาทตาเมือน ทั้งสองฝ่ายยังคงวางกำลังควบคุมพื้นที่

สำหรับผลการหารือระหว่างผู้บัญชาการทหารในพื้นที่ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้แจ้ง ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา ให้ทราบถึงข้อปฏิบัติ 7 ข้อ ดังนี้

1. หยุดยิง

2. ห้ามใช้กำลังต่อประชาชนคนไทย

3. หยุดเพิ่มเติมกำลัง

4. ห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง

5. ฝ่ายไทยจะอำนวยความสะดวกในการนำทหารกัมพูชาที่ได้รับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ออกจากพื้นที่การรบ

6. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในการจัดตั้งชุดประสานงาน เพื่อแก้ปัญหาตลอดแนวชายแดน ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ฝ่ายละ 4 นาย สำหรับฝ่ายไทย ได้กำหนดให้รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เป็นหัวหน้าคณะฯ

และ 7. ให้กำลังทุกส่วนลดการเผชิญหน้าทุกรูปแบบ และรอผลการหารือของที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC)ไทย- กัมพูชา ซึ่งจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 เพื่อนำมากำหนดเป็นแนวทาง ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

แม้ว่าการสู้รบตลอดทั้ง 5 วัน ทหารไทยจะสามารถยึดครองพื้นที่ รักษาอธิปไตยไว้ได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นที่มาของคำถามว่า การเจรจาหยุดยิงที่เร็วเกินไป คือสันติภาพที่แท้จริง หรือกับดักเชิงยุทธศาสตร์ เพราะการเลือกเวลาที่เหมาะสม ต้องเป็นจังหวะไทยถือไพ่เหนือกว่า ทั้งด้านกำลังรบ ภาพลักษณ์ การเมือง กฎหมายระหว่างประเทศ

อีกทั้ง หากไทยยังไม่สามารถผลักดันอาวุธร้ายของกัมพูชาออกจากชายแดนทั้งหมด เช่น ฐานยิงปืนใหญ่ จรวด BM21 ขีปนาวุธ PHL- 03 รวมถึงทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ปฏิบัติการข่าวสาร สร้างเฟกนิวส์ เท่ากับว่า ไทยยังคงถูกคุกคามจากกัมพูชาอยู่เช่นเดิม แม้จะไม่มีการรบก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...