โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UN เตือนสถานการณ์คนอดตายในกาซา เลวร้ายพอๆ กับเอธิโอเปียเมื่อ 40 ปีก่อน ขณะทรัมป์หักหน้าเนทันยาฮู ชี้คนปาเลสไตน์อดอยากจริง

Manager Online

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 19.44 น. • MGR Online

โครงการอาหารโลกเตือนสถานการณ์ความอดอยากขาดอาหารถึงขั้นคนอดตายในกาซาเวลานี้ เลวร้ายพอๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเอธิโอเปียเมื่อ 40 ปีก่อน ขณะที่ทรัมป์หักหน้าเนทันยาฮู ชี้กาซากำลังเผชิญความอดอยากอย่างแท้จริง พร้อมกำชับอิสราเอลให้พยายามมากขึ้นเพื่อเปิดทางลำเลียงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซา

รอสส์ สมิธ ผู้อำนวยการด้านสถานการณ์ฉุกเฉินของโครงการอาหารโลก (ดับเบิลยูเอฟพี) แห่งสหประชาชาติ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในเจนีวาเมื่อวันอังคาร (29 ก.ค.) ว่า สถานการณ์ความอดอยากขาดอาหาร (famine) ในกาซาขณะนี้ไม่เหมือนเหตุการณ์ใดๆ ที่เคยเห็นมาในศตวรรษนี้ แต่เตือนให้นึกถึงวิกฤตการณ์อดอยากขาดอาหารในเอธิโอเปียช่วงปี 1983-1985 หรือไม่ก็ที่ บิอาฟรา (สาธารณรัฐที่แบ่งแยกดินแดนจากไนจีเรียและมีอายุเพียง 3 ปีคือระหว่างปี 1967-1970 ) ในศตวรรษที่แล้ว และสำทับว่า จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วนตั้งแต่ตอนนี้

การแสดงความคิดเห็นนี้เกิดขึ้นหลังจาก โครงการริเริ่มเพื่อการจำแนกระยะขั้นตอนทางด้านความมั่นคงทางอาหารอย่างบูรณาการ (Integrated Food Security Phase Classification Initiative หรือ IPC) เตือนว่า สถานการณ์ความอดอยากขาดอาหารขั้นเลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นแล้วในกาซา

ไอพีซีซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากยูเอ็นและดำเนินการตรวจสอบสถานการณ์การขาดอาหาร ยืนยันว่า การจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซาทันทีและอย่างไม่มีข้อจำกัด เป็นทางเดียวในการป้องกันไม่ให้ปัญหานี้ลุกลามอย่างรวดเร็วและมีผู้เสียชีวิตอย่างกว้างขวาง

ไอพีซีระบุว่า ข้อมูลล่าสุดเท่าที่รวบรวมได้จนถึงวันที่ 25 ก.ค.บ่งชี้ว่า สถานการณ์ในพื้นที่ส่วนใหญ่ในกาซาถึง “เกณฑ์ความอดอยากขาดอาหาร” แล้วในแง่การบริโภคอาหารและการขาดสารอาหารเฉียบพลันในกาซาซิตี้

ทั้งนี้พื้นที่ที่ถูกระบุว่าอดอยากขาดอาหาร หมายถึงพื้นที่ที่ครัวเรือนอย่างน้อย 20% ขาดอาหารหรือหิวโหยขั้นรุนแรง, เด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปีอย่างน้อย 30% ขาดสารอาหารอย่างเฉียบพลันหรือซูบผอม ซึ่งหมายถึงมีน้ำหนักตัวน้อยมากเมื่อเทียบกับส่วนสูง และใน 1 วันมีผู้ใหญ่ 2 คน หรือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี 4 คนจากจำนวน 10,000 คนเสียชีวิตเนื่องจากขาดอาหาร หรือจากการขาดสารอาหารผสมกับการเจ็บป่วย

อิสราเอลปิดล้อมกาซาโดยสิ้นเชิงนับจากวันที่ 2 มี.ค. หลังจากการเจรจาหยุดยิงล่มเพื่อกดดันให้ฮามาสปล่อยตัวประกัน และเริ่มอนุญาตการจัดส่งความช่วยเหลือเข้าสู่กาซาอย่างจำกัดมากเมื่อปลายเดือนพ.ค. ท่ามกลางเสียงเตือนจากนานาชาติว่า ชาวปาเลสไตน์กำลังอดอยากหิวโหย

อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายมาตรการปิดกั้นของอิสราเอลในเดือนพ.ค.มาพร้อมระบบการแจกจ่ายความช่วยเหลือแบบใหม่ของอิสราเอลและอเมริกาภายใต้มูลนิธิเพื่อมนุษยธรรมแห่งกาซา (จีเอชเอฟ) ที่เต็มไปด้วยความสับสนและความรุนแรง ขณะที่องค์กรบรรเทาทุกข์ดั้งเดิมที่นำโดยยูเอ็นเผยว่า การจัดส่งความช่วยเหลือเผชิญอุปสรรคจากข้อจำกัดของกองทัพอิสราเอล นอกจากนั้นขบวนรถลำเลียงสิ่งบรรเทาทุกข์ยังถูกแก๊งอาชญากรและฝูงชนที่หิวโหยปล้นระหว่างทาง

แม้อิสราเอลระบุว่า ไม่ได้จำกัดจำนวนรถขนสิ่งบรรเทาทุกข์ แต่หน่วยงานต่างๆ ของยูเอ็นและองค์กรบรรเทาทุกข์ชี้ว่า แม้แต่มาตรการมนุษยธรรมล่าสุดยังไม่เพียงพอรับมือสถานการณ์ความอดอยากที่เลวร้ายลงในกาซา

นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ยังยืนกรานว่า ไม่มีชาวปาเลสไตน์ในกาซาแม้แต่คนเดียวที่อดอยาก และอิสราเอลจัดหาความช่วยเหลือให้แก่กาซามาโดยตลอดนับจากสงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนต.ค. 2023 “เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่มีชาวกาซาหลงเหลืออยู่เลย” และประกาศว่า จะทำสงครามกับฮามาสต่อไป

วันจันทร์ (28 ก.ค.) กองทัพอิสราเอลยังออกมาวิพากษ์วิจารณ์ “การกล่าวอ้างผิดๆ ว่า มีความอดอยากขาดอาหารที่จงใจให้เกิดขึ้นในกาซา”

แต่ดูเหมือนแม้แต่พันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของอิสราเอลยังไม่เห็นด้วย โดยในวันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า กาซากำลังเผชิญความอดอยากอย่างแท้จริง และสำทับว่า อิสราเอลสามารถทำได้มากกว่านี้ในการเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซา

ทรัมป์ยังบอกอีกว่า อเมริกาจะจัดตั้งศูนย์แจกจ่ายอาหารที่ไม่มีรั้วกั้นเพื่อให้ชาวปาเลสไตน์เข้าถึงอย่างง่ายดาย รวมทั้งจะร่วมกับประเทศอื่นๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพิ่มเติมในกาซา

(ที่มา: เอเอฟพี/เอพี/รอยเตอร์)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...