โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองกำลังป้องกันชาติคาเรนนี KNDF พบซากเครื่องบินรบเมียนมา นักบินดับ 2 ราย หลังถูกส่งมาโจมตี

สยามนิวส์

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 10.29 น. • สยามนิวส์
กองกำลังป้องกันชาติคาเรนนี KNDF พบซากเครื่องบินรบเมียนมา นักบินดับ 2 ราย หลังถูกส่งมาโจมตี

จากสถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี (Karenni Army - KA) และกองกำลังป้องกันชาติคาเรนนี (Karenni Nationalities Defence Force - KNDF) กับกองทัพรัฐบาลทหารเมียนมาในพื้นที่รัฐคะยายังคงดุเดือด ล่าสุดมีรายงานว่า กองกำลัง KNDF ได้ยิงเครื่องบินรบของกองทัพอากาศเมียนมาตก ขณะปฏิบัติการโจมตีค่ายทหารที่เมืองผาซอง และพบศพนักบินเสียชีวิต 2 นาย

กองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี (KA) ได้ออกมารายงานถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า กองกำลัง KNDF ได้พบจุดที่เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศเมียนมา รุ่น FTC-2000G ตกแล้ว อยู่ในป่าด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองผาซอง และพบศพนักบินทั้ง 2 นายเสียชีวิตอยู่ใกล้จุดเครื่องบินตกในพื้นที่หมู่บ้านเขมะฟิว ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองผาซอง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบอย่างหนักหน่วงประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกองกำลังผสมคาเรนนีสามารถยึดค่ายทหารเมียนมา กองพันทหารราบที่ 134 ได้สำเร็จ

ในช่วงที่มีการสู้รบอย่างหนัก กองทัพอากาศเมียนมาได้ส่งเครื่องบินขับไล่หลากหลายชนิดบินมาทิ้งระเบิดโจมตีฝ่ายต่อต้านอย่างต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 20 เที่ยวบิน ทั้งกลางวันและกลางคืน ส่งผลให้มีทหารคาเรนนีและประชาชนในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

การยิงเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาตกในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของกองกำลังต่อต้านในการตอบโต้การโจมตีทางอากาศ และสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์การสู้รบในรัฐคะยาที่ยังคงดำเนินต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...