โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดาวโจนส์ปิดลบ 10.52 จุด, S&P 500-แนสแดคทำนิวไฮ รับหุ้นเทคฯ พุ่งแรง,ดีลการค้าสหรัฐฯ-เวียดนาม

efinanceThai

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 23.10 น.

ดาวโจนส์ปิดลบ 10.52 จุด, S&P 500-แนสแดคทำนิวไฮ รับหุ้นเทคฯ พุ่งแรง,ดีลการค้าสหรัฐฯ-เวียดนาม

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 ก.ค. 68 6:10: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันพุธ (2 ก.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดลดลง 10.52 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นและการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนาม ซึ่งช่วยคลายความกังวลจากความตึงเครียดทางการค้าที่ยืดเยื้อ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลดลง 10.52 จุด หรือ 0.02% ปิดที่ 44,484.42 จุด, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 29.41 จุด หรือ 0.47% ปิดที่ 6,227.42 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 190.24 จุด หรือ 0.94% ปิดที่ 20,393.13 จุด

ในช่วงแรกของการซื้อขาย ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดในแดนลบ หลังตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ของสหรัฐฯ เดือนมิ.ย. ลดลงเกินคาด 33,000 ตำแหน่ง สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่ง และเป็นการลดลงครั้งแรกนับจากเดือนมี.ค. 2023 ขณะที่ตัวเลขเดือนพ.ค. หลังปรับทวนแล้วเพิ่มขึ้น 29,000 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม ตลาดพลิกกลับมาขยับขึ้นก่อนช่วงเที่ยงตามเวลาท้องถิ่น หลังจากสหรัฐฯ และเวียดนามบรรลุข้อตกลงการค้า ซึ่งกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าเวียดนามที่ส่งไปยังสหรัฐฯ ไว้ที่ 20% ขณะเดียวกัน ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้ส่งสัญญาณว่า กำลังจะได้ข้อตกลงการค้ากับอินเดียในไม่ช้าเช่นกัน ขณะที่ข้อตกลงอื่น ๆ อาจแล้วเสร็จไม่ทันภายในวันที่ 9 ก.ค.

นายไมเคิล อะโรน (Michael Arone) หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ State Street Global Advisors กล่าวว่า นักลงทุนจับตาดูพัฒนาการทางการค้าอย่างใกล้ชิด และโล่งใจหลังมีความคืบหน้าทางการค้า ซึ่งข้อตกลงการค้ากับเวียดนามถือเป็นข่าวที่น่ายินดี

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลงเล็กน้อย โดยห่างจากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. เพียง 1.18% ซึ่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปแล้วหลายครั้ง ซึ่งบ่งชี้ถึงการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนยังคงมีความต้องการที่แข็งแกร่งในสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเงินเฟ้อ การขาดดุล และนโยบายต่าง ๆ

ขณะที่ดัชนีแนสแดคกลับมาทำสถิติสูงสุดไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้น Nvidia, Apple และ Tesla โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TSLL ซึ่งเป็นกองทุน ETF แบบเลเวอเรจที่มีความเสี่ยงสูง สำหรับการซื้อขายระยะสั้น และให้ผลตอบแทนเป็นสองเท่าของหุ้น Tesla รายวัน ได้กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีการซื้อขายมากที่สุด

นักลงทุนกำลังจับตารายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เร็วเพียงใด โดยรายงานดังกล่าวประกาศเร็วกว่าปกติหนึ่งวัน เนื่องจากตลาดจะปิดทำการในวันที่ 4 ก.ค. เนื่องในวันประกาศอิสรภาพ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. จะเพิ่มขึ้น 110,000 ตำแหน่ง หลังเพิ่มขึ้น 139,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ขณะที่อัตราว่างงานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.3% จาก 4.2% ในเดือนพ.ค.

ขณะที่ร่างกฎหมายลดภาษีและการใช้จ่ายจำนวนมากของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถูกส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรออนุมัติขั้นสุดท้าย หลังจากวุฒิสภาได้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวไปแล้ว ด้านนักวิเคราะห์กล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้จะก่อหนี้เพิ่ม 3.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในทศวรรษหน้า

หุ้น Tesla พุ่งขึ้น 5% หลังดิ่งลงในช่วงต้นสัปดาห์ แม้บริษัทจะรายงานยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าลดลงอย่างมากในไตรมาสที่สอง แต่เทรดเดอร์บางรายกล่าวว่าตัวเลขดังกล่าวไม่รุนแรงเท่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยตั้งแต่ต้นปี หุ้น Tesla ลดลงไปกว่า 20%

หุ้น Centene บริษัทประกันสุขภาพ ร่วงลง 40% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี หลังจากบริษัทยกเลิกคาดการณ์ผลกำไรปี 2025 หลังข้อมูลแสดงถึงรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากแผนประกันสุขภาพในตลาด

ที่มา Reuters

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...