โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 วิธีป้องกัน ‘Burnout’ ก่อนหมดไฟทำงาน

Wealth Me Up

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 14.15 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line

มีใครกำลังรู้สึก ‘หมดไฟ’ ในการทำงานอยู่บ้าง?…มาดู 5 วิธีป้องกันตัวเองจากอาการ ‘Burnout’ ก่อนที่จะหมดแรงทั้งกายและใจ

มีเวลาดูแลตัวเอง

ในสังคมที่ทุกอย่างเร่งรีบและยุ่งตลอดเวลา เราอาจละเลยการดูแลตัวเองไปได้ง่ายๆ ซึ่งการดูแลตัวเองนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้ห่างไกลภาวะหมดไฟ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย มาสก์หน้า ทำงานอดิเรกที่ชอบ ออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ และกิจกรรมอื่นๆ (แม้แต่การนอนดูซีรีส์เฉยๆ) ที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจ ไม่ต้องใช้เวลาทั้งหมดเพื่อเร่งพัฒนาตัวเองก็ได้ เดี๋ยวจะหมดไฟไปเสียก่อนนะ

กินอาหารดีๆ

อาหารดีๆ ไม่ได้ช่วยแค่บำรุงสุขภาพกาย แต่ช่วยบำรุงสุขภาพจิตใจ ลดความเครียดได้ด้วยเช่นกัน จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยในแต่ละมื้อควรมีสารอาหารครบถ้วน และควรมีอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง อย่างปลาที่มีโปรตีนแและถั่วชนิดต่างๆ หรือไม่ก็หาผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มารับประทานเป็นของว่าง รับรองว่าจะรู้สึกสดใสขึ้นทันตา

มองหาคุณค่างานที่ทำ

หลายคนทำงานที่ต้องรับผิดชอบไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร หรือจะสร้างประโยชน์ให้ใครได้บ้าง สิ่งเหล่านี้ทำให้ไฟในการทำงานมอดลงได้เช่นกัน และแม้งานที่สบายที่สุด ก็อาจทำให้รู้สึกหมดไฟได้หากเราไม่รู้ว่าทำไปทำไม

ไม่ว่าจะทำงานหน้าที่อะไร ลองมองดูดีๆ แล้วจะพบว่าเรากำลังสร้างประโยชน์ให้ใครสักคนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ หรือเรื่องใหญ่ก็ตาม เช่น ทำให้ลูกค้าได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว มีสินค้าคุณภาพดีเพิ่มขึ้นให้ผู้บริโภค ช่วยให้เพื่อนในทีมไม่ต้องนั่งเครียดจนดึก หรือแม้แต่การได้ซื้ออาหารอร่อยๆ กลับไปสร้างรอยยิ้มให้คนในครอบครัว ถ้าเรามองเห็นคุณค่าเมื่อไหร่ แรงใจก็จะมาเต็ม!

พบปะผู้คน

โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนั้นสำคัญต่อสุขภาพจิตที่ดีเป็นอย่างยิ่ง แม้งานจะยุ่งแค่ไหน ก็อย่าลืมหาเวลาพบปะเพื่อนฝูง ครอบครัว หรือคนรักอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยรักษาความสัมพันธ์กับคนดีๆ ในชีวิตแล้ว ยังช่วยให้ทุกฝ่ายรู้สึกอบอุ่น ไม่โดดเดี่ยว หรือสบายใจมากขึ้นที่ได้คุยกับคนสนิทที่เราไว้ใจ

คุยกับตัวเองบ้าง

ในช่วงเวลาว่างๆ ลองนั่งคุยกับตัวเองถึงความรู้สึกในช่วงต่างๆ ว่าช่วงนี้เหนื่อยเกินไปไหม รู้สึกอย่างไร มีอะไรติดค้างใจหรืออยากเปลี่ยนหรือเปล่า หรืออะไรที่เราต้องการจริงๆ ในชีวิต แต่ต้องคุยอย่างมีสติ ไม่ไหลไปกับความคิดจนเผลอตำหนิตัวเองในความผิดพลาดที่เคยทำ การสำรวจความรู้สึกตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้เรารู้ทันถึงปัญหาก่อนที่จะสายเกินแก้ ทั้งยังช่วยให้เราเดินไปตามทางที่เราต้องการได้จริงๆ ด้วย

วิธีเหล่านี้นอกจากช่วยป้องกันภาวะหมดไฟได้แล้ว ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิตดีๆ ในมิติอื่นอีกด้วย แต่ถ้าหากใครรู้สึกว่าเริ่มเข้าภาวะหมดไฟแล้ว ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตทันที การรักษาจิตใจของเราให้มีแรงใจอยู่เสมอ เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้เราคว้าทุกโอกาสได้สำเร็จ จึงไม่ควรหักโหมทำงานจนมองข้ามจิตใจตัวเอง

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...