โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พ่อกระหน่ำยิงลูกสาว นักเทนนิสอนาคตไกล อายชาวบ้านล้อ เกาะลูกกิน

Thaiger

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 15.20 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 00.35 น. • Thaiger ข่าวไทย

พ่อยิงลูกสาวนักเทนนิสวัย 25 เพราะแรงกดดันจากสังคม เปิดปม ‘อัตตาชาย’ จบชีวิตลูกที่โตมาเพื่อกีฬา เพราะอาย โดนชาวบ้านล้อ เกาะลูกกิน

รุงนิวเดลี-กูร์กอน สำนักข่าวอินเดีย รายงาน ราชิกา ยาดาฟ อายุ 25 ปี อดีตนักเทนนิสทีมชาติระดับรัฐที่เพิ่งเลิกเล่น ผันตัวเป็นครูสอนเทนนิส ถูกพ่อของตัวเองใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ที่บ้านสองชั้นย่าน Sector 57 ในเมืองกูร์กอน รัฐหรยาณา ขณะราชิกากำลังอยู่ในครัวทำอาหารเช้าให้พ่อกิน

ผู้ก่อเหตุชื่อว่าดีแพค ยาดาฟ อายุราว 53 ปี ถูกควบคุมตัวทันทีหลังใช้ปืน .32 ยิงราชิกา 3–4 นัดเข้าแผ่นหลังจากระยะเผาขน เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้ มาจากความขัดแย้งระหว่างพ่อกับลูกสาวที่ลุกลามมาหลายสัปดาห์

ผู้ต้องหาสารภาพว่าแรงจูงใจมาจากการรู้สึกอับอาย เสียศักดิ์ศรี ดีแพคให้การว่า เขาทนไม่ได้ที่ถูกคนในหมู่บ้านเยาะเย้ยว่าต้องใช้ชีวิตด้วยเงินที่ลูกสาวหามา ไม่พอใจที่ลูกสาวมีชื่อเสียงจากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์และครูสอนเทนนิส

ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเมื่อ ราชิกา ไปแสดงมิวสิกวิดีโอและมีฉากโอบกอดกับนักแสดงชายชาวมุสลิม ทำให้นายดีปักมองว่าลูกสาวทำตัวไม่เหมาะสม เขาจึงสั่งให้ลูกสาวเลิกสอนเทนนิส เลิกทำคลิปวิดีโอ แต่ ราชิกาปฏิเสธที่จะเลิกสอนเทนนิส

ในวันเกิดเหตุ นายดีปักวางแผนให้ลูกชายออกไปซื้อนม เพื่อที่จะได้อยู่กับ ราชิกาตามลำพัง จากนั้นจึงใช้ปืนยิง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายดีปักไว้ดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา

เพื่อนร่วมชาติ นักเทนนิสรุ่นน้อง และแฟนคลับต่างซึมเศร้า ราชิกาถูกยกย่องว่าเป็นผู้หญิงที่อุทิศตนตั้งใจฝึกซ้อม ทุ่มเทให้กับวงการ เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กผู้หญิงรุ่นใหม่หลายคน กระตุกสังคมให้ตระหนักถึงอันตรายของความสัมพันธ์ครอบครัวที่ไม่น่าไว้ใจ และชุดคำวิจารณ์เชิงลบที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัวค คาดว่าในเร็ว ๆ นี้ดีแพค ยาดาฟ จะถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีฆาตกรรมอ่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...