โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นโยบาย เพื่อไทย ไฟเขียว ฮอร์โมนข้ามเพศ เข้าบัตรทองแล้ว เริ่ม ต.ค.นี้

Thaiger

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 09.31 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 02.30 น. • Thaiger ข่าวไทย

สปสช. มีมติอนุมัติให้ บริการฮอร์โมนข้ามเพศ เป็นสิทธิประโยชน์ใหม่ในบัตรทอง 30 บาท เพื่อให้กลุ่ม LGBTQ+ เข้าถึงบริการได้อย่างปลอดภัย คาดเริ่มให้บริการ ต.ค. 68 เป็นต้นไป

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้มีมติเห็นชอบให้ บริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ เป็นสิทธิประโยชน์ใหม่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นสำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เปิดเผยว่า การอนุมัติสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เคยแถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ที่มุ่งมั่นจะส่งเสริมความเสมอภาคและปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ทุกคนในสังคมไทยสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและมีศักดิ์ศรี นอกจากนี้ยังเป็นการต่อยอดจากมติของบอร์ด สปสช. เมื่อปี 2566 ที่เห็นชอบให้เพิ่มบริการสุขภาพสำหรับกลุ่มคนข้ามเพศในระบบบัตรทอง

การตัดสินใจของบอร์ด สปสช. ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อช่วยให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศสามารถเข้าถึงบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพได้อย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการซื้อฮอร์โมนมาใช้เองหรือการใช้ยาอย่างผิดวิธีที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยแนวทางปฏิบัตินี้สอดคล้องกับข้อบังคับของแพทยสภา พ.ศ. 2567

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า “มติของบอร์ด สปสช. ในครั้งนี้ เป็นผลสำเร็จจากการผลักดันของหลายภาคส่วน และเป็นการตอบสนองต่อนโยบายระดับประเทศที่มุ่งเน้นการสร้างสังคมที่เท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ในการครอบคลุมการดูแลสุขภาพที่จำเป็นให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง”

สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินงานนั้น จะมาจากงบประมาณบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ปีงบประมาณ 2568 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการตามสิทธิประโยชน์ใหม่นี้ได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยหลังจากนี้ สปสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการจัดทำรายละเอียดและแนวทางปฏิบัติเพื่อแจ้งให้สถานพยาบาลในระบบรับทราบและเตรียมความพร้อมในการให้บริการต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...