โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

iTAX ชวนคนไทยเข้าชื่อ แก้รัฐธรรมนูญ ถอดถอนองค์กรอิสระ ทวงอำนาจประชาชน

Thaiger

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 10.38 น. • Thaiger ข่าวไทย

iTAX ชวนคนไทยเข้าชื่อ แก้รัฐธรรมนูญ ทวงอำนาจประชาชน ถอดถอนองค์กรอิสระ ตั้งเป้าหมาย 5 หมื่นคน

ผู้สื่อข่าว รายงาน iTAX Thailand ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันด้านภาษีชื่อดัง ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “เข้าชื่อเสนอกฎหมาย” เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อทวงคืนอำนาจในการตรวจสอบและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

ทีมงาน iTAX ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า แคมเปญนี้เกิดขึ้นจากความรู้สึกไม่พอใจต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ผู้เสียภาษีถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น แต่หน่วยงานที่นำเงินภาษีไปใช้ โดยเฉพาะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลับแทบไม่เคยถูกตรวจสอบจากภาคประชาชน

iTAX ชี้ว่า องค์กรเหล่านี้ใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบที่ยึดโยงกับเจ้าของเงินภาษี พร้อมยกตัวอย่างกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มซึ่งมีผู้เสียชีวิต แต่เรื่องกลับเงียบหายไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

ต้นเหตุของปัญหานี้ถูกระบุว่ามาจากการที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ได้ตัดสิทธิของประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นสิทธิที่เคยมีในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 ทำให้กลไกการตรวจสอบโดยประชาชนขาดหายไป

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ iTAX ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในแอปพลิเคชันเวอร์ชันล่าสุด (4.15.15) ให้ประชาชนสามารถร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างสะดวกใน 3 ขั้นตอน ดังนี้

  • อัปเดตแอปพลิเคชัน iTAX เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • เลือกเมนู “เข้าชื่อเสนอกฎหมาย”
  • กด “Start” และกรอกข้อมูลเพื่อยืนยันการเข้าชื่อสนับสนุน
ดาวน์โหลด แอปพลิเคชั่น iTAX ได้ทาง Play store และ Apple Store

“เราเชื่อว่าผู้ใช้งาน iTAX หลายคนคงรู้สึกไม่ต่างกัน ถ้าคุณเคยโกรธ เคยท้อแท้ การลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ คือการแสดงพลังว่า นอกจากยื่นภาษีแล้วคุณยังใช้เสียงของตัวเองกำหนดอนาคตของประเทศนี้ได้ด้วย” ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุ

iTAX ตั้งเป้าหมายรวบรวมรายชื่อประชาชน 50,000 คนแรก เพื่อเริ่มต้นกระบวนการเสนอกฎหมายอย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำว่าหากประชาชนมีอำนาจในการปลดผู้ดำรงตำแหน่งได้ จะทำให้องค์กรเหล่านั้นตระหนักและรับผิดชอบต่อประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง

ที่มา: iTAX Thailand

องค์กรอิสระ กลไกตรวจสอบอำนาจรัฐ ท่ามกลางข้อวิจารณ์ ไม่อิสระจริง

องค์กรอิสระในไทย ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ผลพวงมาจากการปฏิรูปการเมืองครั้งสำคัญ แนวคิดหลักคือการสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ (รัฐบาลและรัฐสภา) โดยให้องค์กรเหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

รัฐธรรมนูญปี 2560 (หมวด 12) กำหนดหลักเกณฑ์ชัดเจน คุณสมบัติ-ลักษณะต้องห้าม การสรรหา การแต่งตั้ง และการมีหน่วยธุรการเอง เพื่อให้ดำเนินงาน “โดยปราศจากการแทรกแซง” การสรรหากรรมการในองค์กรอิสระถูกจัดการผ่านคณะกรรมการสรรหา แล้ววุฒิสภาให้ความเห็นชอบก่อนแต่งตั้ง

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้กำหนดให้มีองค์กรอิสระ 5 องค์กร กรรมการในแต่ละองค์กรมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว มีหน้าที่หลักดังนี้

  • คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

หน้าที่ จัดการและควบคุมการเลือกตั้งทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ (สส., สว.) ไปจนถึงระดับท้องถิ่น ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงการให้ใบเหลือง-ใบแดงแก่นักการเมือง และการพิจารณายุบพรรคการเมือง

2. ผู้ตรวจการแผ่นดิน

หน้าที่ รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ และเสนอแนะแนวทางแก้ไขไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ากฎหมายหรือข้อบังคับใดสร้างภาระให้ประชาชนเกินควร สามารถเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

3. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

หน้าที่ ไต่สวนและชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่ทุจริตต่อหน้าที่ หรือร่ำรวยผิดปกติ รวมถึงตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

5. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.)

หน้าที่ ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นไปอย่างมีวินัย คุ้มค่า และโปร่งใส เพื่อป้องกันการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินโดยมิชอบ

6. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)

หน้าที่ ตรวจสอบและรายงานการกระทำหรือการละเลยที่อาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งเสนอแนะมาตรการแก้ไขต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนในสังคม

แม้จะมีเจตนารมณ์ที่ดี แต่องค์กรอิสระก็เผชิญกับข้อวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องที่มาและกระบวนการสรรหา เนื่องจากคณะกรรมการสรรหามีกรรมการที่มาจากประธานศาลและองค์กรอิสระด้วยกันเอง ทำให้เกิดคำถามเรื่อง “การเลือกกันเอง” และการขาดการยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง หลายฝ่ายมองว่าโครงสร้างนี้ทำให้ได้บุคคลที่มาจากแวดวงข้าราชการประจำหรือฝ่ายตุลาการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจมีมุมมองที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

องค์กรอิสระมักถูกตั้งคำถามถึงความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะ กกต. และ ป.ป.ช. ที่การวินิจฉัยในหลายกรณีถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายการเมืองบางกลุ่ม หรือมุ่งเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ทำให้ความน่าเชื่อถือขององค์กรลดลงในสายตาของสาธารณชน

อำนาจที่มากเกินไปและขาดการตรวจสอบ คำวินิจฉัยขององค์กรอิสระบางแห่งมีผลผูกพันทุกองค์กรและมีสภาพเป็นที่สุด ทำให้เกิดข้อกังวลว่าเป็นการใช้อำนาจที่มากเกินไปโดยไม่มีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ซึ่งสวนทางกับหลักการประชาธิปไตยที่อำนาจทุกฝ่ายควรถูกตรวจสอบได้

บางองค์กร เช่น กสม. ถูกวิจารณ์ว่าไม่มีอำนาจบังคับบัญชา ทำได้เพียงเสนอแนะ ทำให้การแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่บางองค์กรถูกมองว่าทำงานล่าช้า หรือเลือกปฏิบัติในการจัดการกับบางคดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...