โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศบ.ทก.ลั่นฝ่ายไทยไม่ขอเพิกเฉย หากสอบพบเป็นทุ่นระเบิดใหม่ หลังทำ 3 กำลังพลไทยได้รับบาดเจ็บ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 08.07 น.

ศบ.ทก.ลั่นฝ่ายไทยไม่ขอเพิกเฉย หากสอบพบเป็นทุ่นระเบิดใหม่ หลังทำ 3 กำลังพลไทยได้รับบาดเจ็บ ขอปชช.เชื่อมั่นรุกล้ำอธิปไตยไทยตอบโต้แน่นอน เผยกันซ้ำรอย ต่างฝ่ายคัดกรองเข้มนทท.ปราสาทตาเมือนธม ยังหวังกัมพูชาตอบรับเข้าร่วม JBC ที่ไทย ก.ย.หวังช่วยคลี่คลาย

วันที่ 18 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) และนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุม ศบ.ทก. โดยพล.ร.ต.สุรสันต์ แถลงว่า ในส่วนของความมั่นคง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบ.ทก. ได้รุดเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์เหยียบกับระเบิด ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามแนวชายแดนบริเวณพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี โดยได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจแก่กำลังพลต่างๆ โดยทั้ง 3 นาย ต้องขอชื่นชมอยู่ในสภาวะขวัญกำลังใจที่ดีเยี่ยม ซึ่งปัจจุบันได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคณะแพทย์โรงพยาบาล ซึ่งการรักษาเป็นไปตามมาตรฐานแบบทันท่วงที จนอาการทั้ง 3 คนอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยแล้ว

สำหรับพลทหารที่ประสบเหยียบกับระเบิดจนทำให้ข้อเท้าด้านซ้ายขาด กองทัพภาคที่ 2 ได้มีมาตรการในการช่วยเหลือสวัสดิการให้กับกำลังพลอย่างเต็มที่ โดยมีการปูนบำเหน็จเลื่อนขั้นเป็นสิบเอก หลังจากรักษาตัวแล้วเสร็จด้วยเหตุสูญเสียจากการรบ นอกจากนั้นยังได้รับบำเหน็จเดือนละ 15,600 บาท เมื่อรวมเงินรายเดือนจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ คาดว่าจะได้รับเงินจำนวนถึง 29,800 บาทต่อเดือน

นอกจากนั้น ยังได้รับเงินก้อนจากหน่วยงานองค์กรต่างๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ทางราชการเล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ที่กำลังพลได้ปฏิบัติช่วยเหลือทางราชการ มองเห็นถึงการบรรจุทายาททดแทน ซึ่งทราบว่าทางพี่สาวกำลังพลดังกล่าวประสงค์ที่จะรับราชการ จะมีการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษด้วยเช่นกัน นอกจากนั้น กำลังพลยังได้รับเหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้น 2 ประเภท 1 และบัตรทหารผ่านศึกชั้นที่ 3 จะช่วยเหลือในเรื่องของการลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทางตลอดชีวิตของกำลังพล

สำหรับรายละเอียดทุ่นระเบิด ปัจจุบัน กองทัพบกได้ส่งหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (นปท.) เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานนำมาวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดอย่างละเอียด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน เพื่อให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ชัดเจนในเรื่องของชนิดและห้วงเวลาที่มีการวางทุ่นระเบิด ว่าจะเป็นการวางทุ่นระเบิดขึ้นมาใหม่หรือเป็นของเดิม ซึ่งต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง ซึ่งหากเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ ถือว่าเป็นการละเมิดต่ออนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพราะไทยและกัมพูชา ถือเป็นประเทศภาคีในอนุสัญญาดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 อยากขอเน้นย้ำว่าทางรัฐบาลไทย ถ้ามีการตรวจพบว่าเป็นทุ่นระเบิดที่มีการวางใหม่ ฝ่ายไทยจะไม่เพิกเฉย

นอกจากนั้น หากมีการพบว่ามีการรุกล้ำอธิปไตยของไทยทางเราจะมีการดำเนินการโต้ตอบอย่างชัดเจนแน่นอน ขอย้ำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องของสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นทางฝ่ายไทยยึดมั่นในการใช้ข้อเท็จจริงซึ่งเป็นหลักการที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด ในการยึดถือปฏิบัติตามหลักสากล โดยข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะนำไปสู่การปฏิบัติของฝ่ายไทยต่อไป

สืบเนื่องจากที่หญิงชาวกัมพูชาตะโกนใส่ทหารไทย ณ ปราสาทตาเมือนธม เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ทางฝ่ายไทยและกัมพูชาได้ประชุมหารือเมื่อวันที่ 16 ก.ค.เพื่อร่วมกำหนดมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ซ้ำสองอีก โดยทั้ง 2 ฝ่าย ได้ข้อสรุป หากมีปัญหาจากนักท่องเที่ยวเกิดขึ้น กรณีหากเป็นนักท่องเที่ยวฝ่ายไทย ขอให้ชุดประสานประสาทของฝ่ายไทยเป็นผู้ดำเนินการแต่หากเป็นการดำเนินการหรือเป็นการก่อเหตุวุ่นวายโดยทางนักท่องเที่ยวของกัมพูชา แน่นอนชุดประสานประสาทกัมพูชาเป็นคนดำเนินการ

หากเป็นปัญหาในพื้นที่การแก้ไขปัญหาชุดประสานประสาทในพื้นที่ฝ่ายละ 7 คนเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยไม่ต้องเรียกกำลังชุดอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องมาเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเผชิญหน้าจากทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ดำเนินการคัดกรองนักท่องเที่ยวของแต่ละฝ่ายก่อนขึ้นมาท่องเที่ยวบริเวณปราสาทตาเมือนธม ซึ่งทั้งหมดก็มองดูว่า น่าจะช่วยแก้ไขปัญหากรณีนักท่องเที่ยวขึ้นมาจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

สำหรับการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนต่างๆ ทางศบ.ทก. ก็ขอยืนยันเรายังดำเนินมาตรการเช่นเดิมตั้งแต่แรกนั่นคือการควบคุมการเปิด-ปิดด่านทั้งควบคุมประเภทของคนที่เข้าออกและควบคุมเวลาการเข้าออก เราไม่มีมาตรการในการปิดด่านแต่อย่างใด

ด้านนางมาระตี แถลงว่า สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยที่ประชุมศบ.ทก.ได้รับรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงว่า สถานการณ์จุดผ่านแดนต่างๆ ในภาพรวมยังคงเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ขอย้ำฝ่ายไทยยังคงมาตรการเดิมไม่ปิดด่าน แต่เพิ่มมาตรการควบคุมการผ่านแดนให้เข้มข้น เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยอนุโลมการผ่านแดนตามหลักมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม และตามที่ได้รายงานมาโดยตลอด และเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาประสานเวลาเปิด-ปิดด่าน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนที่มีความจำเป็นที่จะผ่านแดน และเพื่อประโยชน์ของการส่งเสริมความร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกัน ฝ่ายกัมพูชาความจริงใจที่จะจัดการกับเรื่องนี้ตามที่ได้มีการประกาศยกระดับมาตรการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่สื่อต่างประเทศเองบางแห่งก็ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความจริงจังของมาตรการเหล่านี้ การดำเนินการดังกล่าวได้ผลต่อเมื่อจะมีการประสานงานในเรื่องของการบริหารจุดผ่านแดนกับฝ่ายไทย

สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนในส่วนนี้นอกจากโฆษก ศบ.ทก.ได้ชี้แจงไปด้านที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ที่ประชุมได้หารือถึงผลกระทบของมาตรการควบคุมการผ่านแดนต่อห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจและผู้ประกอบการจากต่างประเทศด้วย ขอให้ฝ่ายกัมพูชาตระหนักถึงมิติดังกล่าวด้วย ว่าในบริบทของความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน มองว่าภูมิภาคของเรามีความสงบและเป็นสถานที่น่าลงทุนการปิดด่านโดยไม่มีเหตุไม่มีผลและการระงับการนำเข้าสินค้าอาจจะกระทบต่อการค้าต่อระดับภูมิภาคและโลก อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ที่ทำให้มีทหารที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ขอให้ทหารไทยทุกท่านที่ได้รับบาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว และในระหว่างที่กองทัพบกกำลังเร่งตรวจสอบว่าเป็นทุ่นระเบิดของเก่าหรือของใหม่ หรือมีรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวข้องกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ และเมื่อรับทราบผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ จากหน่วยงานในพื้นที่แล้วจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งปัจจุบันทั้งไทยและกัมพูชาต่างเป็นภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา ตั้งแต่ปี 1999 และปี 2000 ซึ่งในข้อบทแรกของอนุสัญญาดังกล่าวชัดเจนว่า ห้ามใช้ ห้ามผลิต ภาคีมีหน้าที่ที่ต้องทำลายคลังทุ่นระเบิดที่มีอยู่ โดยฝ่ายกัมพูชาเองเป็นเจ้าภาพการประชุมทบทวนอนุสัญญา ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 25 - 29 พ.ย. 67 ดังนั้น หากการตรวจสอบแล้วพบหลักฐานที่เป็นที่ประจักษ์ นอกเหนือจากจะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งสำหรับรัฐภาคี ที่สำคัญก็จะถือว่าขัดต่อพันธกรณีของอนุสัญญา ซึ่งฝ่ายไทยจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงโดยตรงต่อกัมพูชาในกรอบทวิภาคี หรือมาตรการอื่นๆ ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะหากพบว่า เป็นการละเมิด MOU 2543 และละเมิดอธิปไตยของไทยด้วย

ทั้งนี้ ไทยเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ไทยมีพันธกรณี ขอตอกย้ำฝ่ายไทยยังยืนยันจุดยืนที่จะเจรจาทวิภาคีกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อแก้ไขสถานการณ์ความตึงเครียดในเวลานี้ ผ่านกลไกที่มีอยู่ โดยเฉพาะ JBC RBC และ GBC ซึ่งในกรอบของ JBC ทางกระทรวงการต่างประเทศจะมีหนังสืออย่างเป็นทางการ ไปถึงฝ่ายกัมพูชา เพื่อเชิญเข้าร่วมการประชุม JBC สมัยพิเศษ ที่ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือน ก.ย. ที่ กทม. ตามที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว ฝ่ายไทยหวังเป็นอย่างยิ่งฝ่ายกัมพูชาจะตอบรับเข้าร่วมประชุม JBC เพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียด รวมทั้งพร้อมจะใช้กรอบทวิภาคีอื่นๆ เพื่อส่งเสริมความมั่นคงของ 2 ประเทศ สุดท้าย ขอย้ำว่าไทยจะใช้ช่องทางทางการในการสื่อสารกับกัมพูชา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...