โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้ ไทยยังไร้ความชัดเจนรับมือภาษีสหรัฐฯ

PPTV HD 36

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 05.31 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 05.17 น.
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้ ไทยยังไร้ความชัดเจนรับมือภาษีสหรัฐฯ แนะรัฐเร่งวางมาตรการรองรับ-เพิ่มศักยภาพแข่งขันระยะยาว

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน มอบรางวัลเกียรติยศ Money & Banking Awards 2025 จัดโดย วารสารการเงินธนาคาร ว่า ในช่วงที่หลายประเทศเริ่มทยอยเปิดเผยรายละเอียดการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อลดแรงเสียดทานจากมาตรการภาษีนำเข้า กลุ่มผู้ส่งออกทั่วภูมิภาคต่างเร่งปรับตัวเพื่อไม่ให้เสียเปรียบการแข่งขัน ขณะที่ประเทศไทยเองยังอยู่ระหว่างการเจรจาและรอความชัดเจนจากภาครัฐ ทำให้ภาคธุรกิจเกิดคำถามถึงแนวทางรับมือที่เป็นรูปธรรม

ขณะที่ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งการส่งออกโดยตรง และผลกระทบทางอ้อมจากการเคลื่อนย้ายสินค้าของประเทศคู่แข่งเข้าสู่ตลาดไทย พร้อมเสริมว่า หน่วยงานราชการควรเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบ ทั้งการบรรเทา เยียวยา และสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจให้สามารถยืนอยู่ได้ในระยะยาว

ส่วนมากเราจะชอบเน้นเรื่องของระยะสั้นเป็นหลัก แล้วก็จะลืมเรื่องของระยะยาว ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะต้องปรับตัว ไม่ใช่แค่เน้นตัวเลขส่งออก หรือลงทุน แต่ต้องคิดถึงว่ามูลค่าเพิ่มของเราเป็นยังไง

พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงแรงกดดันจากการที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียมีการเปิดตลาดเชิงรุก จนกลายเป็นความท้าทายของทีมไทยแลนด์ ที่ต้องเร่งดำเนินการให้ทันสถานการณ์ และประเมินศักยภาพในเชิงนโยบายของไทยว่าจะมีมาตรการหรือทรัพยากรเพียงพอรับมือหรือไม่

นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้ว่า ธปท. ให้ความสำคัญคือ เรื่อง Transshipment หรือการส่งออกผ่านประเทศที่สาม ซึ่งในบางกรณีอาจถูกสหรัฐฯ มองว่าเป็นการหลบเลี่ยงภาษี โดยรายละเอียดในเรื่องนี้ มีผลกระทบมากต่อการลงทุนและภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะหากนิยามที่ใช้พิจารณาในระดับระหว่างประเทศยังไม่ชัดเจน ก็ต้องรอให้มีข้อมูลที่ชัดก่อนจะประเมินผลกระทบต่อไทยได้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม ธปท. ยังคงทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจอย่างกระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ฯ และภาคเอกชน เช่น คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อหาทางออกให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะการหารือในเรื่องที่มากกว่าแค่การเยียวยาระยะสั้น แต่ครอบคลุมถึงการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

ส่วนในช่วงที่ผ่านมา มีเสียงเรียกร้องจากผู้ประกอบการ SMEs ต่อธปท. ให้ผ่อนคลายเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากยังประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยผู้ว่า ธปท. ชี้แจงว่า ปัญหาหลักไม่ได้เกิดจากเกณฑ์ของธปท. แต่เป็นเพราะธนาคารพาณิชย์ยังประเมินความเสี่ยงของธุรกิจเหล่านี้ว่าค่อนข้างสูง จึงไม่กล้าปล่อยกู้

อยากย้ำว่าเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อที่ SMEs มีปัญหา มันไม่ได้มาจากเกณฑ์ของแบงก์ชาติ เราไม่ได้เป็นคนคุมเรื่องพวกนี้ แต่ปัญหามันมาจากความเสี่ยงของธุรกิจ ซึ่งสถาบันการเงินเขาประเมินเองว่าเสี่ยงเกินไป

โดยผู้ว่า ธปท. เสนอว่า ทางออกที่เป็นไปได้คือการเสริมกลไกค้ำประกันสินเชื่อ โดยเฉพาะผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หรือกลไกอื่นที่สามารถแบ่งเบาความเสี่ยงให้กับธนาคารพาณิชย์ และหากจำเป็น ควรพิจารณาเพิ่มสัดส่วนค้ำประกันจากระดับ 40% ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ผู้ว่า ธปท. ยังกล่าวถึงความเสี่ยงจากการเปิดตลาดและการลดภาษีนำเข้า ที่อาจส่งผลให้สินค้าบางประเภทจากประเทศคู่แข่งไหลทะลักเข้าสู่ตลาดไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มี SME เป็นผู้ผลิตหลัก เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางและแข่งขันได้ยาก

ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามผลการเจรจาของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และจะประเมินทบทวนประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้งเมื่อมีความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของมาตรการภาษีที่ประเทศต่าง ๆ ใช้เปรียบเทียบกับไทย

ต้องรอดูว่าเจรจาของเราจะออกมาเป็นยังไง เพราะตอนนี้ภาษีของหลายประเทศที่ประกาศออกมาถือว่าสูงกว่าที่ไทยเจอ แต่หลังเจรจาอาจลดลง ซึ่งหากของไทยได้เงื่อนไขที่แตกต่าง ก็ต้องนำมาประกอบการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

สำหรับการประกาศรางวัลเกียรติยศ “Money & Banking Awards 2025” ในปีนี้ นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการวารสารการเงินธนาคาร เปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 18 ที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องผู้บริหาร ธนาคาร สถาบันการเงิน และบริษัทจดทะเบียนที่มีผลงานโดดเด่นในรอบปี

โดยรางวัลสำคัญในปีนี้ ได้แก่
-นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ได้รับรางวัล “นักการเงินแห่งปี 2567”
-ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ คว้ารางวัล “ธนาคารแห่งปี 2568”
-บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ได้รับรางวัล “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2568”
-บมจ.เอ็กโซติค ฟู้ด ได้รับรางวัล “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2568”
-บล.เกียรตินาคินภัทร ได้รับรางวัล “บริษัทหลักทรัพย์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2568” พร้อมทั้งมอบรางวัลให้กับ 13 กองทุนรวมยอดเยี่ยมแห่งปี 2568

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จัดกระบวนหุ้นได้ประโยชน์ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง”

รีไฟแนนซ์บ้านลดค่าครองชีพ กู้ 1 ล้านผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,600 บาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้ ไทยยังไร้ความชัดเจนรับมือภาษีสหรัฐฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...