โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Market Focus Weekly 02-06-68

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 10.23 น.

ทรัมป์ไม่ถอย! เดินหน้าขึ้นภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม 50%

Gold Bullish

  • ทรัมป์มีแผนขึ้นนำเข้าภาษีเหล็ก –อะลูมิเนียม จาก 25% เป็น 50%
  • ไพ่ตายมาตรการสำรองทางกฎหมายซึ่งทรัมป์อาจนำมาใช้

Gold Bearish

  • ความไม่แน่นอนในการผ่านนโยบายภาษีของทรัมป์
  • OPEC+ เดินหน้าเพิ่มการผลิต หวังคุมสมดุลตลาดน้ำมัน

ทรัมป์ไม่ถอย! เดินหน้าขึ้นภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม 50%

สัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Court of International Trade: CIT) ได้มีคำสั่งชะลอมาตรการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมในยุคของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยชี้ว่าประธานาธิบดีอาจใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นแรงสั่นสะเทือนต่อหนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของทรัมป์ คำตัดสินระบุว่า กฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 มาตรา 232 ที่ถูกใช้เป็นฐานในการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีดำเนินการอย่างกว้างขวางหรือไม่จำกัดประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในวันถัดมา ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้ ชะลอการระงับคำตัดสินของศาลการค้า ซึ่งส่งผลให้มาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์กลับมาใช้ได้ชั่วคราวอีกครั้งในระหว่างรอการพิจารณาขั้นต่อไป

แม้คำตัดสินศาลจะเป็นอุปสรรคหนึ่ง แต่ทรัมป์กลับใช้โอกาสนี้เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการใช้มาตรการภาษี โดยประกาศเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทั่วโลก จากเดิม 25% เป็น 50% พร้อมกล่าวหาจีนว่าละเมิดข้อตกลงทางการค้าที่เคยเจรจากันไว้ ณ นครเจนีวา

ข้อตกลงดังกล่าวเคยถูกเสนอให้จีนผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการส่งออกแร่หายาก และลดภาษีศุลกากรร่วมกัน ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็น “ข้อตกลงฉุกเฉิน” ที่เขาเองผลักดันเพื่อช่วยจีนหลีกเลี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันจีนกลับละเมิดเงื่อนไขดังกล่าวอย่างชัดเจน

ไพ่ตายมาตรการสำรองทางกฎหมายซึ่งทรัมป์อาจนำมาใช้

แม้จะมีข้อจำกัดจากศาล ทรัมป์ยังถือไพ่สำคัญอีก 4 ใบ ที่สามารถใช้เป็นพื้นฐานทางกฎหมายในการดำเนินมาตรการภาษี

  • มาตรา 122 ของ Trade Act ปี 1974 อนุญาตให้ประธานาธิบดีเก็บภาษีนำเข้าได้สูงสุด 15% โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสอบสวนหรือการอนุมัติล่วงหน้า แต่จำกัดระยะเวลาใช้งานไม่เกิน 150 วัน ก่อนที่สภาคองเกรสจะต้องลงมติ
  • มาตรา 301 ของ Trade Act ปี 1974 ใช้เพื่อสอบสวนและตอบโต้ประเทศที่มีพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม เคยถูกใช้ตอบโต้จีนในสงครามการค้ารอบแรกช่วงปี 2018-2019
  • มาตรา 232 ของ Trade Expansion Act ปี 1962 ให้อำนาจเก็บภาษีสินค้านำเข้าในกรณีที่กระทบต่อ “ความมั่นคงแห่งชาติ” โดยเคยใช้กับเหล็กและอะลูมิเนียมในยุคแรกของทรัมป์
  • มาตรา 338 ของ Tariff Act ปี 1930 อนุญาตให้สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 50% จากประเทศที่ “เลือกปฏิบัติ” ทางการค้า แม้ไม่เคยถูกใช้งานจริงในประวัติศาสตร์ แต่ถือเป็นเครื่องมือเชิงสัญลักษณ์ที่น่าจับตา

OPEC+ เดินหน้าเพิ่มการผลิต หวังคุมสมดุลตลาดน้ำมัน
อีกด้านหนึ่ง ในตลาดพลังงาน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน OPEC+ ยืนยันเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนกรกฎาคมอีก 411,000 บาร์เรลต่อวัน ตามแผนเดิมที่ดำเนินติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เป้าหมายเพื่อรักษาสมดุลตลาดโลก ทวงคืนส่วนแบ่งตลาด และกดดันประเทศสมาชิกบางรายที่ผลิตน้ำมันเกินโควตา นักวิเคราะห์ชี้ว่า ตลาดได้ “สะท้อน” การคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา หาก OPEC+ เพิ่มการผลิตเกินกว่าที่วางแผน อาจกดดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกเผชิญแรงขายระยะสั้นมากขึ้น

การเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซีย
วันที่ 2 มิถุนายน 2025 ยูเครนได้เสนอแผนสันติภาพในการเจรจาที่อิสตันบูล ซึ่งรวมถึงการหยุดยิงเต็มรูปแบบเป็นเวลา 30 วัน การแลกเปลี่ยนเชลยศึก และการส่งคืนเด็กยูเครนที่ถูกพาไปยังพื้นที่ควบคุมของรัสเซีย แผนดังกล่าวยังเสนอให้มีการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศ และการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ และประเทศในยุโรปในการรับรองข้อตกลงสันติภาพ

แนวโน้มราคาทองในสัปดาห์
ต้นสัปดาห์นี้ราคาทองเร่งตัวขึ้นมาแรง แต่ยังคงต้องเผชิญกับแรงขายเมื่อราคาขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ 3,320 ดอลลาร์ (เทียบเท่าราคาทองแท่งในประเทศที่ 51,500 บาท) จึงประเมินว่าในสัปดาห์นี้ราคาอาจยังมีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะ Sideway Down โดยอาจลงทดสอบแนวรับที่ 3,275 และ 3,245 ดอลลาร์ (เทียบเท่าราคาทองแท่งในประเทศที่ 50,800 และ 50,350 บาทตามลำดับ) และยังคงแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับในการทยอยสะสมเช่นเดิม

ดาวน์โหลดเอกสาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...