โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่คาดคิด "ทำนมช่วยชีวิต" หญิงคัพ AA ตัดสินใจเสริมอึ๋ม กลับตรวจเจอ 2 โรคร้ายแรง

sanook.com

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 00.34 น. • Sanook
ไม่พอใจคัพ AA หญิงตัดสินใจผ่าตัดเสริมหน้าออก ไม่คาดคิดการทำนมจะช่วยชีวิต ช่วยให้ตรวจเจอ 2 โรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่

ไม่พอใจคัพ AA หญิงตัดสินใจผ่าตัดเสริมหน้าออก ไม่คาดคิดการทำนมจะช่วยชีวิต ช่วยให้ตรวจเจอ 2 โรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่

ลิซ แม็คอีวาน (Liz McEwan) ครูสอนภาษาอังกฤษวัย 45 ปี จากเมืองวูล์ฟเวอร์แฮมป์ตัน มณฑลเวสต์มิดแลนด์ ประเทศอังกฤษ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการตัดสินใจทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกจะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตเธอ

ผ่าตัดหน้าอกสมใจ แต่ไม่ใช่แบบที่คิด

ในเดือนตุลาคม 2022 ลิซ ซึ่งเป็นคุณแม่ของลูกสาววัย 11 ปี และลูกชายวัย 7 ปี ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก หลังจากรู้สึกไม่พอใจกับขนาดหน้าอกคัพ AA ของตัวเองมาตลอด ซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่เป็นผู้หญิงและขาดความมั่นใจ

"ฉันคิดเรื่องเสริมหน้าอกมานานกว่า 20 ปีแล้ว แต่พอมีลูก มีครอบครัว ก็เอาแต่ให้ความสำคัญกับคนอื่นก่อนเสมอ สุดท้ายฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง" เธอเล่า

ในเดือนธันวาคม 2022 ลิซเข้าพบศัลยแพทย์เพื่อเตรียมผ่าตัดเสริมหน้าอก ตามขั้นตอนเธอต้องตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด ซึ่งรวมถึงการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านม ภาพจากแมมโมแกรมดูปกติ แต่ระหว่างอัลตราซาวน์ แพทย์กลับมีท่าทีวิตกและสั่งให้ตรวจชิ้นเนื้อด่วน

"แพทย์มองหน้าอกข้างหนึ่งของฉัน แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที จากนั้นก็พบก้อนเนื้ออีกสองก้อน รวมทั้งหมดสามก้อน" ลิซเล่า

สองวันต่อมา ในวันที่ 23 ธันวาคม ก่อนวันคริสต์มาส แพทย์โทรมาบอกข่าวร้าย "ผลชิ้นเนื้อแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นมะเร็งเต้านม"

หากเธอไม่ตัดสินใจเสริมหน้าอก ก็จะไม่มีการตรวจละเอียดเหล่านี้ และก้อนเนื้อทั้งสามก็อาจไม่ถูกพบทันเวลา แพทย์ถึงกับบอกกับเธอว่า "การตัดสินใจเสริมหน้าอกช่วยชีวิตคุณไว้"

หลังจากนั้นลิซถูกส่งต่อให้ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเต้านม และต้องเข้ารับการผ่าตัดตัดเต้านมข้างขวาทั้งหมด จากนั้นจึงผ่าตัดเต้านมข้างซ้ายเพื่อป้องกันไว้ล่วงหน้า พร้อมการสร้างเต้านมใหม่ทั้งสองข้าง

ผลการตรวจเพิ่มเติมพบว่าเซลล์มะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง ทำให้การรักษายิ่งซับซ้อนขึ้น เธอต้องผ่านเคมีบำบัด 6 รอบ ฉายแสง 5 สัปดาห์ และรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดอีก 14 ครั้ง

โรคร้ายครั้งที่สองที่เกือบคร่าชีวิตเธอ

ระหว่างเตรียมการรักษา แพทย์สั่งให้ลิซตรวจคลื่นเสียงหัวใจเป็นระยะ เพื่อดูผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด และอีกครั้งหนึ่ง เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ใกล้ความตายอีกครั้ง

"ฉันถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติแบบพันธุกรรม ซึ่งถ้าไม่ตรวจพบก่อน มันอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงจนเสียชีวิตได้" ลิซเล่า

นี่เป็นครั้งที่สองที่การตัดสินใจเสริมหน้าอกช่วยชีวิตเธอไว้ หากไม่ได้ตรวจรักษาเกี่ยวกับหัวใจอย่างละเอียดตามขั้นตอน เธออาจไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นโรคหัวใจร้ายแรงนี้ และอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ

เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงกฎการคัดกรอง

ในสหราชอาณาจักร ปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเท่านั้น ลิซเชื่อว่าเกณฑ์อายุนี้ควรเปลี่ยนแปลง

"ในแต่ละปี มีผู้หญิงกว่า 10,000 คนที่อายุต่ำกว่าระดับการคัดกรองที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม มันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของผู้หญิงวัยหนุ่มสาวในอังกฤษ" เธอย้ำ

เธอยกตัวอย่างกรณีของ ซาราห์ ฮาร์ดิง สมาชิกวง Girls Aloud ที่เสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมในวัย 39 ปี และล่าสุดคือ เจสซี เจ นักร้องชื่อดังที่ถูกวินิจฉัยโรคนี้ในวัยเพียง 37 ปี

"การคัดกรองในวัยที่น้อยกว่านี้เป็นสิ่งจำเป็น ฉันเข้าใจว่าหลายคนกลัวว่าจะสร้างความตื่นตระหนกเกินเหตุ แต่ถ้ามันสามารถช่วยชีวิตคนได้ แม้เพียงคนเดียว มันก็คุ้มค่าที่จะทำ"

ลิซจึงเข้าร่วมในแคมเปญรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องมะเร็งเต้านม และกำลังเขียนหนังสือชื่อ When Life Gives You Melons บันทึกเรื่องราวการต่อสู้กับโรคของเธอที่ไม่เพียงเล่าประสบการณ์ส่วนตัว แต่ยังถ่ายทอดความจริงของสิ่งที่ผู้ป่วยมะเร็งต้องเผชิญ

"บนโซเชียลมีภาพสวยงามของการทำคีโม ผู้หญิงใส่เลกกิ้ง แต่งหน้า ถ่ายเซลฟี่ แต่ความจริงคือมันเต็มไปด้วยวันที่เหนื่อยล้า คลื่นไส้ เจ็บปวด และหวาดกลัว"

ก้าวข้ามความเจ็บปวด สู่ความมั่นใจใหม่

หลังจากผ่านการรักษาอันแสนสาหัส ลิซกำลังฟื้นตัวได้ดี ผมของเธอกลับมางอก เธอกลับไปออกกำลังกายที่ยิม และเริ่มมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น แม้หน้าอกใหม่จะมีขนาดเพียงคัพ B ที่ไม่ใหญ่นัก แต่เธอก็รู้สึกมั่นใจและมีความสุขกับร่างกายของตัวเองมากกว่าที่เคย

"ฉันรู้สึกแข็งแรง และรักร่างกายตัวเองมากกว่าที่เคย ฤดูร้อนนี้ฉันจะใส่ชุดว่ายน้ำเดินบนชายหาดอย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องรู้สึกอายอีกต่อไป"

ด้วยรอยยิ้มและแววตาที่เปี่ยมความหวัง ลิซกล่าวทิ้งท้ายว่า:

"ฉันไม่เคยคิดเลยว่าการเสริมหน้าอกจะทำให้ฉันตรวจพบก้อนเนื้อมะเร็งถึง 3 ก้อน และโรคหัวใจแต่กำเนิด การเสริมหน้าอกช่วยชีวิตฉันไว้ถึงสองครั้งจริง ๆ!"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...