โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NUTเก่งเสริมอาหาร เทรนด์รักสุขภาพดัน โชว์รายได้พันล้านบ.

ทันหุ้น

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 01.45 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 13.58 น.

#NUT #ทันหุ้น – NUT ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร-เครื่องสำอาง มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมากกว่า 10 ปี โชว์รายได้ 2 ปี ย้อนหลังไม่ต่ำกว่าพันล้านบาทต่อปี เล็งนำเงินระดมทุนเสริมแกร่งธุรกิจ โบรกเคาะราคาพื้นฐานสูงสุด 14 บาท คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% YoY จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเสริมอาหารในประเทศไทย

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ mai ยินดีต้อนรับ บริษัท นูทริชั่น โปรเฟส จำกัด (มหาชน) หรือ NUT เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน mai ภายใต้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ในวันนี้ (11 มิ.ย. 2568) สำหรับ NUT ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท (House Brand) แบรนด์ร่วม (Co-Brand) และรับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก (OEM)

โดยผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่มเสริมอาหาร คือ สินค้าเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ (Health) สินค้าเสริมอาหารเพื่อรูปร่าง (Shape) และผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผมและผิว (Hair&Skin) ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบ่งออกเป็น ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Personal Care) และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (SkinCare) ตัวอย่าง House Brand กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้แก่ “REALELIXI” และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ได้แก่ “COSMESIA” ในไตรมาส 1/2568สัดส่วนรายได้แบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภท House Brand : Co-Brand : OEM คิดเป็นร้อยละ 73 : 20 : 7 ตามลำดับ

สำหรับช่องทางจำหน่ายมีทั้งแบบออนไลน์ (Online) ออฟไลน์ (Offline) และการรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งในไตรมาส 1/2568สัดส่วนรายได้แบ่งตามช่องทางจำหน่าย Online : Offline : OEM คิดเป็นร้อยละ 76 : 17 : 7 ตามลำดับ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิต 3 แห่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แบ่งเป็นโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 2 แห่ง และโรงงานผลิตเครื่องสำอาง 1 แห่ง ทำให้บริษัทสามารถควบคุมมาตรฐานการผลิตได้เองทุกขั้นตอน

*รายได้ไม่ต่ำกว่าพันล.ต่อปี

นายภาคิณ กิตติภานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NUT เปิดเผยว่า บริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมากกว่า 10 ปี มีการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงงาน

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การผลิตคอนเทนต์ และการว่าจ้างพรีเซ็นเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัททั้งกลุ่มเสริมอาหาร และเครื่องสำอาง รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

ด้านผลประกอบการปี 2566 มีรายได้รวม 1,187.67 ล้านบาท กำไรสุทธิ 65.06 ล้านบาท, ปี 2567 มีรายได้รวม 1,165.46 ล้านบาท กำไรสุทธิ 55.16 ล้านบาท และไตรมาส 1/2568 มีรายได้รวม 290.52 ล้านบาท กำไรสุทธิ 28.85 ล้านบาท

*ราคาพื้นฐานสูงสุด 14 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง NUT ว่า คาดกำไรปี 2568 สดใส โดยรายได้หลัก ปี 2568 ที่ 1,254 ล้านบาท โต 8.0% YoY จากแนวโน้มการขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมเสริมอาหารในประเทศไทย สำหรับ Gross Profit ปี 2568 คาดเท่ากับ 1,079 ล้านบาท โต 10.65% YoY ตามแนวโน้มการลดลงของต้นทุนการจัดจำหน่าย จากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการจำหน่ายจากออนไลน์มาเป็นออฟไลน์เยอะขึ้น คาดส่งผลให้รายจ่ายค่าโฆษณาอ่อนตัวลง

นอกจากนี้คาด EBITDA ปี 2568 เท่ากับ 153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.51% YoY ขณะที่คาดกำไรสุทธิปี 2568 เท่ากับ103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% YoY จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเสริมอาหารในประเทศไทย

อย่างไรก็ดี บริษัทโดดเด่นด้านความเชี่ยวชาญในนวัตกรรมการผลิต และมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด ทำให้บริษัทสามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมได้อย่างแข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมเสริมอาหารในไทย มองว่ายังคงอยู่ภาวะการแข่งขันที่รุนแรง แต่บริษัทมีจุดแข็งจากแผนการในอนาคต โดยนำเสนอสินค้าในรูปแบบออฟไลน์มากขึ้น เช่น ร้านขายยา และยังคงรูปแบบการนำเสนอสินค้าแบบออนไลน์ ประกอบกับแผนการพัฒนาสินค้าใหม่

อ้างอิงค่า P/E ที่ระดับ -0.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งอยู่ที่ 15.79 เท่า โดยพิจารณาจาก P/E ของ MEGA (บริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน) บนประมาณการ EPS ปี 2568 ที่ 0.86 บาทต่อหุ้น ราคาพื้นฐานที่ 14.00 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...