โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่องเที่ยวของบเพิ่ม 3 พันล้าน ดันยอดโลว์ซีซั่นระลอกใหญ่ อัด 500 ล้านปั๊มหัวใจตลาดจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 00.20 น.

ท่องเที่ยวดิ้น ! ขอแบ่งงบขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 3 พันล้านบาทปั๊มโมเมนตัมโลว์ซีซั่น บูม 3 โครงการกระตุกตลาดระลอกใหญ่ ปูพรมด้วยแคมเปญ “สวัสดี หนีห่าว” เรียกเชื่อมั่นตลาดจีน จากนั้นทุ่มอีก 500 ล้านหนุนแอร์ไลน์บูสต์ตลาดจีน พร้อมอัด 800 ล้านทำ Joint Promotion ร่วมกับแพลตฟอร์ม OTA กระตุ้นนักเดินทางกลุ่มเอฟไอที ตามด้วย “เที่ยวคนละครึ่ง” อีก 1.7 พันล้านปลุกตลาดในประเทศ ประคองรายได้รวมถึง 3 ล้านล้านบาท

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นั้นกระทรวงการท่องเที่ยวฯเตรียมของบฯเพื่อมากระตุ้นการท่องเที่ยวจำนวน 3,180 ล้านบาท เพื่อดำเนิน 3 โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว ประกอบด้วย 1.โครงการกระตุ้นตลาดจีนร่วมกับสายการบินในจีน โดยให้การสนับสนุนทั้งเที่ยวบินประจำ (Regular Flight) และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight)

2.สนับสนุนแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) โดยอุดหนุนค่าธรรมเนียมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว มีตัวชี้วัดผ่านจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา และ 3.โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง 1 ล้านสิทธิ ภายใต้งบประมาณ 1,780 ล้านบาท

“สรวงศ์” ระดมแผนขับเคลื่อน

รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ประชุมหารือหน่วยงานในสังกัด เพื่อนำเสนอแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท โดยแต่ละหน่วยงานร่วมเสนอแนวทางและโครงการที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งด้านการท่องเที่ยวและกีฬา

เช่น โครงการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, แผนพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบเทคโนโลยีของกรมการท่องเที่ยว, โครงการอบรมอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา (อสทก.) ของสำนักงานปลัดกระทรวง ฯลฯ

โดยในที่ประชุมรัฐมนตรี ได้ย้ำถึงความสำคัญของการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างรายได้ สร้างงาน และเสริมความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกีฬาไทยอย่างยั่งยืน

“งบประมาณ 3,180 ล้านบาทที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯขอจัดสรรมานั้น เบื้องต้นจะถูกนำไปใช้ใน 3 โครงการหลักคือ 1.โครงการกระตุ้นตลาดจีนร่วมกับสายการบินในจีน โดยให้การสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ หรือ Charter Flight รวม 500 ล้านบาท สนับสนุนแพลตฟอร์ม OTA ราว 800 ล้านบาท และทำโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง เพื่อกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ จำนวน 1 ล้านสิทธิ ใช้งบประมาณ 1,780 ล้านบาท” รายงานข่าวระบุ

จัดใหญ่ “สวัสดี หนีห่าว” เรียกเชื่อมั่น

สำหรับโครงการกระตุ้นตลาดจีนนั้น นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรภาคเอกชน เพื่อเร่งฟื้นตลาดผ่านแคมเปญใหญ่ “สวัสดี หนีห่าว” ในรูปแบบการจัด Mega Fam Trip เชิญผู้ประกอบการนำเที่ยว อินฟลูเอนเซอร์ และสื่อจีนกว่า 600 ราย จากทุกมณฑลเดินทางเยือนไทยในช่วงระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2568 ภายใต้งบประมาณ 20 ล้านบาท

โดยตั้งเป้าหมายไว้ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ฟื้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของประเทศไทยในสายตาคนจีน ผ่านประสบการณ์จริง 2.ปรับมุมมองใหม่ด้านแหล่งท่องเที่ยว โดยเน้นสุขภาพ วัฒนธรรม และความยั่งยืน และ 3.สร้างเครือข่ายทางธุรกิจผ่านกิจกรรม B2B Matching ระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีน

“ในงานนี้จะมีกิจกรรมหลักคือ การจัดงานฟอรัมการท่องเที่ยวไทย-จีน, พิธีเปิดระดับชาติ ซึ่งจะมีนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยร่วมเป็นประธาน และกิจกรรม Post Trip ในเมืองหลักและเมืองรอง 5 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ, พระนครศรีอยุธยา, ระยอง, นครปฐม และพัทยา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์จริง และถ่ายทอดมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวไทยผ่านโซเชียลมีเดียจีน” นางสาวภัทรอนงค์กล่าว

ทั้งนี้ คาดหวังว่าแคมเปญ “สวัสดี หนีห่าว” ซึ่งเป็นอีเวนต์ใหญ่สำหรับตลาดจีนนี้ จะสร้างการรับรู้ได้กว่า 350 ล้านคน-ครั้ง เกิดการนัดหมายทางธุรกิจกว่า 5,000 นัดหมาย และน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทโฮลเซลขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของจีนก็เข้ามาปรึกษากับ ททท.สำนักงานปักกิ่ง เพื่อจะพาเอเย่นต์มาสำรวจตลาดท่องเที่ยวในไทย เพราะไทยเป็นตลาดอันดับต้น ๆ เมื่อนักท่องเที่ยวหายก็กระทบผู้ประกอบการเหล่านั้นเช่นกัน

ขอ 500 ล้านหนุนชาร์เตอร์ไฟลต์

นอกจากนี้ ยังขอรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณราว 500 ล้านบาท สำหรับสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) จากทุกมณฑลของสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยตรง ในรูปแบบการส่งเสริมตลาดร่วม หรือ Joint Promotion โดยให้การสนับสนุนกับเที่ยวบินที่มีการการันตีผู้โดยสาร และอัตราบรรทุก (Load Factor) ไม่น้อยกว่า 85% ต่อเที่ยว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ทรัพยากร

ขณะเดียวกันรัฐบาลยังเตรียมแผนกระจายเที่ยวบินจากสายการบินระหว่างประเทศ เข้าสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ ที่กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านสลอตเที่ยวบิน โดยอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสนามบินและสายการบินต่าง ๆ

“เราเน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัย โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลนักท่องเที่ยวในทุกมิติ ควบคู่กับการใช้โซเชียลมีเดียในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทย กระตุ้นให้ประชาชนทุกคนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี” นางสาวภัทรอนงค์กล่าว

เดือน เม.ย.จีนยังติดลบกว่า 40%

นางสาวภัทรอนงค์กล่าวด้วยว่า ข้อมูล ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-18 พฤษภาคม 2568 รวม 13.41 ล้านคน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 6.32 แสนล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวจีนยังมีจำนวนสูงสุดอันดับ 1 จำนวน 1,829,439 คน

“จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 นี้ ตลาดนักท่องเที่ยวยังติดลบเฉลี่ยที่ 29.9% และหากดูเฉพาะเดือนเมษายน นักท่องเที่ยวจีนยังอยู่ในภาวะชะลอตัวในระดับ 46.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน” นางสาวภัทรอนงค์กล่าวและว่า โดยมี 5 ปัจจัยหลักที่เป็นอุปสรรค ได้แก่ ภาพลักษณ์ความปลอดภัยของไทย, เศรษฐกิจจีนยังฟื้นไม่เต็มที่, จำนวนเที่ยวบินจีน-ไทยยังมีปริมาณต่ำกว่าก่อนโควิด, การแข่งขันรุนแรงจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์

อัด 800 ล้านกระตุ้นกลุ่ม FIT

นางสาวภัทรอนงค์กล่าวต่อไปว่า ไม่เพียงเท่านั้น ททท.ยังมีแผนของบประมาณอีกจำนวน 800 ล้านบาท สำหรับส่งเสริมตลาดในรูปแบบ Joint Promotion ร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ (OTA) ชั้นนำกว่า 20 ราย ทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในกลุ่ม FIT หรือกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในยุคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในการวางแผนการเดินทาง

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้จักและโปรโมตประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านการทำตลาดในรูปแบบที่มีความครอบคลุม ทั้งในด้านการจัดโปรโมชั่นและการนำเสนอแพ็กเกจที่ตอบโจทย์กับความต้องการของนักท่องเที่ยว

“งบประมาณนี้จะถูกนำไปใช้ในการสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่า GP หรือค่าส่วนแบ่งที่ธุรกิจโรงแรมไทยต้องจ่ายให้กับ OTA ซึ่งเป็นการลดข้อจำกัดและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก” นางสาวภัทรอนงค์กล่าวและว่า ททท.เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะสร้างแรงกระตุ้นให้การท่องเที่ยวของไทยกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้

เท 1.7 พันล้าน “เที่ยวคนละครึ่ง”

สำหรับแผนการกระตุ้นตลาดไทยเที่ยวไทย หรือคนไทยเที่ยวในประเทศนั้น ล่าสุดนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงได้นำเสนอขอประมาณราว 1,760 ล้านบาท สำหรับทำโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” โดยเบื้องต้นให้การสนับสนุน 1 ล้านสิทธิ โดยรัฐบาลจะสมทบค่าโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ในสัดส่วน 40-50% (ตามพื้นที่เมืองหลัก-เมืองรอง)

โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และคาดว่าจะเป็นส่วนช่วยสร้างเงินสะพัดทั้งในฝั่งของรัฐบาลและประชาชนผู้ใช้สิทธิไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท และผลักดันให้รายได้จากตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศในปีนี้ได้ถึง 1.17 ล้านล้านบาทตามเป้าหมาย

ปรับ KPI มุ่งเพิ่มรายได้ต่อหัว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ปรับเป้าหมายด้านการท่องเที่ยว โดยหันไปเน้นสร้างรายได้รวมมากกว่าจะเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว หรือวัด KPI จากปริมาณนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่ต้องสูงขึ้น เพื่อสะท้อนคุณภาพและการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว

โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนแรก (มกราคม-เมษายน) ของปี 2568 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมลดลงประมาณ 0.3-0.4% แต่ในด้านรายได้จากภาคการท่องเที่ยวพบว่าเติบโตขึ้นกว่า 5% หรือกว่า 952,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 สะท้อนถึงพฤติกรรมการจับจ่ายที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่มีคุณภาพมากขึ้น

ลดเป้าต่างชาติเหลือ 35.5 ล้านคน

ขณะที่นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า จากผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะตลาดจีนที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง ล่าสุด ททท.คาดว่าปี 2568 นี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 35.5 ล้านคน ใกล้เคียงกับปี 2567 มีรายได้จากตลาดต่างประเทศประมาณ 1.83 ล้านล้านบาท เติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับฐานรายได้ 1.67 ล้านล้านบาทของปี 2567

ส่วนตลาดไทยเที่ยวไทยนั้น ประเมินว่าจะมีจำนวน 205 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1.17 ล้านล้านบาท ทำให้เป้าหมายรายได้รวมทั้งตลาดในและต่างประเทศปีนี้อยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท เท่ากับรายได้รวมเมื่อปี 2562 จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39 ล้านคน และมีรายได้รวม 3.5 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่องเที่ยวของบเพิ่ม 3 พันล้าน ดันยอดโลว์ซีซั่นระลอกใหญ่ อัด 500 ล้านปั๊มหัวใจตลาดจีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...