โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 46 พร้อมร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่อาเซียน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 11.59 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 02.44 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

มาเลเซีย 26 พ.ค.-“แพทองธาร” นายกฯ ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 46 พร้อมร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่อาเซียน เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนอีก 20 ปี ข้างหน้า เน้นย้ำการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง รับมือความท้าทายในอนาคต

วันนี้ (26 พ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งตรงกับเวลา 08.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ณ ห้องประชุม Conference Hall 1 ชั้น 3 ศูนย์การประชุม Kuala Lumpur Convention Center (KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

การประชุมอาเซียนครั้งนี้ มาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ภายใต้แนวคิดหลัก “การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และความยั่งยืน” (Inclusivity and Sustainability) มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ชาติ ได้แก่ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา รวมถึง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังมี ดร. เกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน และนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์

ก่อนการประชุม ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้เชิญผู้นำอาเซียน ถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนกล่าวเปิดการประชุม จากนั้นที่ประชุมฯ ได้หารือ ในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ ทิศทางการเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้มั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะจากความไม่แน่นอนของโลก รวมถึงแนวทางการดำเนินความสัมพันธ์ของอาเซียนกับภาคีภายนอก

ก่อนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 แบบเต็มคณะเป็นวาระแรก โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุม เห็นว่าอาเซียนต้องประเมินยุทธศาสตร์ของอาเซียนอีกครั้ง เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน รวมทั้งมาตรการภาษีของสหรัฐ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้อาเซียนยังคงมีบทบาทความสำคัญ น่าดึงดูด และแข่งขันได้ โดยใช้ประโยชน์จาก การทำความตกลงเขตการค้าเสรี หรือ FTA ที่มีอยู่ให้เต็มที่ พร้อมพิจารณาจัดทำ FTA กับภาคีใหม่ ๆ ควบคู่กับส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบ วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย หรือ MSMEs เพื่อให้สามารถทนต่อความท้าทายในอนาคต
ประเทศไทยยังสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อระบบการค้าพหุภาคีที่โปร่งใส เสรี ยุติธรรม โดยจะเร่งรัดการจัดทำ Digital Economy Framework Agreement ให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 เพื่อปลดล็อคการเติบโตครั้งใหม่ รวมทั้งส่งเสริม“การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมและยั่งยืน” นอกจากนี้ต้องทำให้ประชาชนอาเซียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพและความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติด การหลอกลวงทางออนไลน์ หมอกควันข้ามพรมแดน และภัยพิบัติต่างๆ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมา ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่า การคุ้มครองประชาชน ไม่อาจล้าช้าได้
ขณะเดียวกัน อาเซียนควรริเริ่มส่งเสริมเครื่องยนต์การเติบโตของอาเซียนร่วมกัน เช่น ภาคการท่องเที่ยวด้วยการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดน ปรับปรุงแนวทางปฎิบัติในการเดินทางระหว่างกัน ส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลายร่วมกัน และในฐานะผู้ประสานงานของอาเซียนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ไทยจึงผลักดันอาเซียนสีเขียว ให้มีความยั่งยืน เน้นการเงินสีเขียว การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล
โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมนำ “วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ปี ค.ศ. 2045” มาขับเคลื่อนอาเซียนไปสู่อนาคตร่วมกัน เชื่อว่า วิสัยทัศน์ใหม่นี้ จะทำให้อาเซียนเติบโต ที่นำไปสู่สันติสุข ความเป็นหุ้นส่วน และก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ขณะที่ภายหลังการประชุมผู้นำอาเซียน ได้ร่วมรับรองเอกสารผลลัพธ์ 9 ฉบับ ได้แก่
1.ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยการครบรอบ 10 ปี ของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน (KL Declaration on the 10th Anniversary of the Establishment of the ASEAN Community)
2.ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน 2045: อนาคตร่วมกันของเรา (KL Declaration on ASEAN 2045: Our Shared Future)
3.วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 “อาเซียนที่เข้มแข็ง มีนวัตกรรม มีพลวัติและมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” (ASEAN Community Vision 2045: “Resilient, Innovative, Dynamic and People-Centred ASEAN”)
4.แผนยุทธศาสตร์ประชาคม การเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community Strategic Plan)
5.แผนยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Strategic Plan)
6.แผนยุทธศาสตร์ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community Strategic Plan)
7.แผนยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงอาเซียน (ASEAN Connectivity Strategic Plan)
8.กรอบความยั่งยืนสำหรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน (ASEAN Creative Economy Sustainability Framework)
9.ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความมุ่งมั่นเพื่อความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านยา (ASEAN Declaration of Commitment on ASEAN Drug Security and Self-Reliance: ADSSR).-316.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...