โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ดีลไม่ทัน = พังทั้งประเทศ! เวียดนามวิ่งไว – ไทยเตาะแตะถก “ภาษีทรัมป์”

สยามรัฐ

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น.

การเจรจาภาษีระหว่างไทย-สหรัฐฯ ยังไร้ข้อสรุป ขณะที่เวียดนามปิดดีลเรียบร้อย เอกซเรย์จุดเปราะของไทย ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และคำเตือนจากกรณ์ จาติกวณิช

สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฎาคม 2568 กำลังเข้าสู่จุดเปราะบางที่สุดในรอบหลายปี เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พลิกเกมการเจรจาโดยเปลี่ยนจากการเจรจารายประเทศมาเป็นการประกาศอัตราภาษีนำเข้ากับคู่ค้ากว่า 170 ประเทศแบบ “เหมาเข่ง” โดยจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 สิงหาคมนี้

ไทยยังไม่จบดีล – สหรัฐฯ เปลี่ยนเกม

แม้ทีมเจรจาไทยจะระบุว่าการพูดคุยกับสหรัฐฯ “เป็นไปด้วยดี” แต่จนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นทางการ ขณะที่สหรัฐฯ ประกาศชัดว่า หากประเทศใดไม่สามารถเจรจาได้ทันเวลา จะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราระหว่าง 10–70% ซึ่งถือว่าสูงอย่างยิ่งในมาตรฐานการค้าโลก

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยเสนอภาษีตอบโต้ไทยที่ระดับ 18% ขณะที่ฝ่ายไทยพยายามต่อรองให้เหลือไม่เกิน 10% พร้อมข้อเสนอเสริมในหลายประเด็น ทั้งการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ และความร่วมมือเศรษฐกิจ

เวียดนามจบดีลแล้ว ไทยยังวิ่งไล่ตาม

ประเทศที่สร้างแรงกดดันต่อไทยมากที่สุดในเวลานี้คือ เวียดนามที่สามารถปิดดีลกับทรัมป์ได้แล้ว โดยยอมรับภาษีนำเข้าสินค้าตัวเองที่ 20% แต่แลกกับการเปิดตลาดให้สินค้าจากสหรัฐฯ เข้าเวียดนามโดยไม่เก็บภาษี (0%) และยอมรับภาษีสูงถึง 40% สำหรับสินค้าประเทศอื่นที่ “ผ่านเวียดนาม” ไปยังสหรัฐฯ

ข้อตกลงนี้ไม่เพียงแค่รักษาความสัมพันธ์การค้าเวียดนาม-สหรัฐฯ แต่ยังสร้าง “Benchmark” ใหม่ที่ทรัมป์ใช้เป็นมาตรฐานเจรจากับประเทศอื่น โดยเฉพาะไทย ซึ่งยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจน

กรณ์เตือนแรง: ถ้าไทยช้า จะเสียทุกมิติ

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความกังวลว่า ไทยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ไม่สู้ดี หากเทียบกับเวียดนามที่ยอม “เจรจาอย่างเจ็บแต่จบ” เพื่อรักษาโอกาสทางการค้า

เขาตั้งคำถาม 3 ข้อที่ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของไทย:

1.หากภาษีเท่ากัน ไทยเสียเปรียบเวียดนามหรือไม่?

2.ราคาสินค้าในสหรัฐฯ จะสูงขึ้นจนผู้บริโภคลดการซื้อของไทยหรือไม่?

3.ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะรุนแรงแค่ไหน?

ทำไมไทยอาจเสียเปรียบ แม้ภาษีเท่ากัน

ต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร (Margin): บริษัทไทยที่มี Margin ต่ำกว่า จะลดราคาสู้เวียดนามไม่ได้

ค่าเงินบาทแข็งกว่าเงินดอง: ยิ่งซ้ำเติมความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย

ภาวะตุนสินค้า: แม้อเมริกาจะยังไม่รับผลกระทบในทันที เพราะมีการตุนสินค้าไว้ก่อน แต่ผลระยะกลางและยาวจะเริ่มส่งผลต่อคำสั่งซื้อใหม่

SCB EIC คาดว่าไทยอาจเผชิญอัตราภาษีนำเข้า สูงถึง 36% หากไม่สามารถจบดีลก่อนเส้นตาย 7 กรกฎาคมนี้ และถ้าเกินวันที่ 1 สิงหาคม 2568 โดยไม่มีข้อตกลง ภาษีจะบังคับใช้ทันที

ส่งออกเสี่ยง – จีดีพีสะเทือน

อเมริกาเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย โดยเฉพาะสินค้าหลัก เช่น

-คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ

-โทรศัพท์และอุปกรณ์

-ผลิตภัณฑ์ยาง

หากคำสั่งซื้อลดลงเพียง 10% จะกระทบ GDP ไทยราว 1% ทันที และยังส่งผลทางอ้อม เช่น

-กำไรผู้ส่งออกหด → เงินลงทุนใหม่ลดลง

-สินค้าไทยค้างสต๊อก → ระบายเข้าสู่ตลาดในประเทศ

-สินค้าอ้อมจากจีนบุกไทย → SMEs ไทยถูกเบียดตกขอบ

-FDI จะไหลออก – ไทยไม่ใช่ “Friend-shoring” อีกต่อไป

หนึ่งในผลกระทบที่น่ากังวลคือ เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จะไหลออกจากไทย เพราะนักลงทุนต่างชาติอาจเลือกประเทศที่มีข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว เช่น เวียดนาม มาเลเซีย หรือแม้แต่เม็กซิโก

ในขณะที่ทรัมป์ผลักดันแนวทาง “Reshoring” และ “Friend-shoring” แต่หากไทยไม่มีดีลชัดเจนกับสหรัฐฯ เราจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มพันธมิตรทางการค้าชุดใหม่

บทสรุป: ต้องเร่งเจรจา ก่อนทุกอย่างสายเกินไป

ในขณะที่เวียดนามเดินเกมเร็ว ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ไทยยังคงอยู่ในช่วง “ขอต่อเวลา” และหวังการเจรจาเชิงลึกเพิ่มเติม ท่ามกลางกำหนดเส้นตายที่ไล่ล่ามาถึง

สิ่งที่ไทยต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ:

-จบดีลกับสหรัฐฯ ให้ได้ก่อน 7 กรกฎาคม หรืออย่างช้าไม่เกิน 1 สิงหาคม

-สร้างกลไกชดเชยภายในแก่ผู้ส่งออก

-ปรับโครงสร้างส่งออก เพิ่มมูลค่า-นวัตกรรม

-เร่งสร้างข้อตกลงการค้าใหม่กับตลาดอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง

เพราะถ้าไม่ทันเกมนี้ ไทยอาจไม่ได้แค่เจอภาษีสูง… แต่อาจ สูญเสียสถานะการค้าในตลาดโลกระยะยาว อย่างไม่มีวันหวนกลับ

#ภาษีทรัมป์#ดีลการค้าไทยสหรัฐ#ส่งออกไทย#เวียดนามวิ่งไทยเตาะแตะ#ทรัมป์2568#กรณ์จาติกวณิช #เศรษฐกิจไทย#FTA#ReciprocalTariffs#ดีลไม่ทันพังทั้งประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...