โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สื่อเขมรโวยใหญ่ ไทยปิดพรมแดนกัมพูชา ทำไมไม่ถามความเห็น

Thaiger

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 21.08 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 14.08 น. • Thaiger ข่าวไทย

สื่อเขมรโวยใหญ่ ไทยปิดพรมแดนกัมพูชาชั่วคราว ไม่ถามความเห็นฝั่งกัมพูชา กองทัพบกชี้แจง ไม่ใช่มาตรการเด็ดขาด

สื่อกัมพูชา “The Cambodia Morning Post” รายงานข่าวว่า ทางการไทยตัดสินใจจะปิดพรมแดนกับประเทศกัมพูชาในวันที่ 7 มีนาคม 2568 โดยไม่มีการปรึกษาหารือกับฝ่ายกัมพูชาก่อน

รายงานข่าวดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากเอกสารของสถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชา ประจำประเทศไทย ซึ่งได้ส่งรายงานถึงรองนายกรัฐมนตร กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา

เนื้อหาในเอกสารระบุว่า เมื่อเช้าวันที่ 7 มิถุนายน 2568 สถานกงสุลใหญ่กัมพูชา ประจำจังหวัดสระแก้ว ได้รับข้อมูลจากกองทหารไทยที่ประจำอยู่ในเขตชายแดนจังหวัดสระแก้ว ว่า ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนเป็นต้นไป ด่านตรวจและทางเดินชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ถูกปิดเป็นการชั่วคราว (ฝ่ายเดียว) เพื่อรอการเจรจากรณีพิพาทเรื่องพรมแดนทางบกระหว่างไทย-กัมพูชา หลังฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธที่จะเจรจาใน 4 ประเด็น คือ วัดท่าเมือนโตช วัดท่าเมือนธม วัดท่ากระบือ และวัดหม่อมเต๋ย ในการประชุมใหญ่ของคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน2568 โดยเรียกร้องให้ฝ่ายไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)

โปรดทราบว่าจุดตรวจและเส้นทางข้ามพรมแดนในจังหวัดต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาจะปิดให้บริการเช่นกัน สถานกงสุลใหญ่จะรายงานให้ทราบต่อไปเมื่อได้รับข้อมูลที่ชัดเจน”

สถานกงสุลใหญ่กัมพูชา ประจำจังหวัดสระแก้ว ได้รับข้อมูลจากกองทหารไทยที่ประจำอยู่ในเขตชายแดนจังหวัดสระแก้ว

ต่อมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 มิถุนายน 2568 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก ได้ออกแถลงการณ์ กองทัพบกชี้แจงแนวทางปฏิบัติตามคำสั่งควบคุมจุดผ่านแดนไทย–กัมพูชา ดำเนินการเป็นขั้นตอนตามสถานการณ์ในพื้นที่

จากกรณีที่กองทัพบกได้ออกคำสั่งให้มีการควบคุมจุดผ่านแดนทุกประเภทตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรักษาอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความมั่นคงของชาติ ล่าสุด พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า

การดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวมิได้เป็นการใช้มาตรการสูงสุดในทันที แต่เป็นแนวทางปฏิบัติแบบเป็นขั้นตอน โดยพิจารณาจากระดับความรุนแรงของสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เน้นจากเบาไปหาหนักตามความเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

ขั้นที่ 1 จำกัดการผ่านแดนโดยอนุญาตเฉพาะบุคคลที่มีเหตุจำเป็น เช่น การค้าขาย การขนส่งสินค้า แรงงาน และงานจำเป็นอื่น ๆ โดยจำกัดและเพิ่มระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นักพนัน หรือกลุ่มที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย

ขั้นที่ 2 ปรับลดช่วงเวลาในการเปิด–ปิดจุดผ่านแดน พร้อมทั้งกำหนดวัน–เวลาการเข้า–ออกอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมความเคลื่อนไหวของบุคคลและกิจกรรมในพื้นที่ชายแดน

ขั้นที่ 3 ปิดจุดผ่านแดนบางจุด (Selective Closure) โดยพิจารณาจากจุดที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีข้อมูลด้านความมั่นคงที่อาจนำไปสู่การรุกล้ำ หรือการก่อเหตุจากฝ่ายตรงข้าม

ขั้นที่ 4 ปิดจุดผ่านแดนตลอดแนวชายแดนในกรณีที่เกิดสถานการณ์วิกฤต หรือมีการรุกรานอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมสถานการณ์ในระดับสูงสุด

โฆษกกองทัพบกย้ำว่า มาตรการดังกล่าวได้มอบอำนาจให้ กองกำลังบูรพา และ กองกำลังสุรนารี เป็นผู้พิจารณากำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน และความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับประชาชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความมั่นคง เช่น นักศึกษาที่เดินทางไปเรียน ผู้ป่วย ฯลฯ อยู่ในข้อยกเว้นตามประกาศนี้ ซึ่งทางกองกำลังป้องกันชายแดนจะร่วมกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ พิจารณาให้สามารถเดินทางผ่านช่องทางได้

กองทัพบกขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนมั่นใจว่า การดำเนินการใด ๆ จะคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนอย่างรอบคอบ และจะปรับมาตรการให้เหมาะสมตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

กองทัพบกแถลงปมปิดชายแดน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...